เปิดรายได้พนักงานโรงงานแต่ละตำแหน่ง เงินเดือนรวมโอทีต่างกันแค่ไหน

หลายคนมองว่างานโรงงานเป็นงานที่มีรายได้ไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะพนักงานส่วนใหญ่ทำงานเป็นกะและได้รับค่าจ้างรายเดือนเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริง รายได้ของพนักงานโรงงานแต่ละตำแหน่งอาจต่างกันหลายพันบาทต่อเดือน โดยเฉพาะเมื่อรวมค่าล่วงเวลา หรือ OT ค่ากะ เบี้ยขยัน และเงินพิเศษอื่น ๆ เข้าไปด้วย
พนักงานฝ่ายผลิตที่ทำงานหน้าเครื่องจักรอาจมีเงินเดือนพื้นฐานไม่สูงมาก แต่หากโรงงานมีงานต่อเนื่องและเปิดให้ทำ OT เป็นประจำ รายได้รวมก็อาจขยับขึ้นไปอยู่ในระดับสองหมื่นบาทได้ ขณะที่ช่างเทคนิค เจ้าหน้าที่ควบคุมคุณภาพ หัวหน้าสายการผลิต และวิศวกร มีโอกาสได้รับค่าตอบแทนสูงขึ้นตามทักษะ ความรับผิดชอบ และประสบการณ์
ข้อมูล Salary Survey 2026 ของ JobThai ซึ่งรวบรวมประกาศงานระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 ระบุว่า กลุ่มงานผลิตและควบคุมคุณภาพมีเงินเดือนเฉลี่ยตามประกาศอยู่ที่ประมาณ 20,121–27,914 บาท ส่วนกลุ่มงานช่างเทคนิคอยู่ที่ประมาณ 15,655–21,117 บาท ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลภาพรวมของสายงาน ไม่ใช่เงินเดือนพื้นฐานของพนักงานทุกคน และไม่ได้หมายความว่าเป็นรายได้หลังรวม OT แล้วทั้งหมด
เปิดรายได้พนักงานโรงงาน 9 ตำแหน่ง เงินเดือนรวม OT อยู่ที่เท่าไร
ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงประมาณการสำหรับใช้เปรียบเทียบรายได้ โดยอิงภาพรวมประกาศงานและระดับค่าตอบแทนในตลาด ไม่ใช่อันดับเงินเดือนอย่างเป็นทางการของทุกโรงงาน
1. พนักงานฝ่ายผลิต (Production Operator)
เงินเดือนพื้นฐานโดยประมาณ 11,000–15,000 บาทต่อเดือน
พนักงานฝ่ายผลิตเป็นตำแหน่งที่พบได้ทั่วไปในโรงงาน มีหน้าที่ปฏิบัติงานตามสายการผลิต ควบคุมขั้นตอนการทำงานเบื้องต้น ตรวจดูชิ้นงาน และดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่ทำงาน
หากมี OT อย่างสม่ำเสมอ รายได้รวมอาจอยู่ประมาณ 14,000–22,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงล่วงเวลา ค่ากะ และสวัสดิการของบริษัท
ความแตกต่างที่สำคัญคือพนักงานฝ่ายผลิตที่ทำงานในโรงงานซึ่งมีคำสั่งซื้อจำนวนมาก อาจมีโอกาสทำ OT มากกว่าพนักงานในโรงงานที่ลดกำลังการผลิต แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทจะมี OT ให้ทำตลอดทั้งเดือน
2. พนักงานตรวจสอบคุณภาพ (QC)
เงินเดือนพื้นฐานโดยประมาณ 13,000–18,000 บาทต่อเดือน
QC มีหน้าที่ตรวจสอบวัตถุดิบ ชิ้นงานระหว่างผลิต และสินค้าสำเร็จรูปให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด บางโรงงานอาจต้องใช้เครื่องมือวัด อ่านแบบ หรือบันทึกข้อมูลคุณภาพด้วย
เมื่อรวม OT และค่าตอบแทนอื่น ๆ รายได้อาจอยู่ประมาณ 15,000–25,000 บาทต่อเดือน โดยตำแหน่งที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางหรือมีประสบการณ์ด้านการตรวจสอบคุณภาพอาจได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าช่วงเริ่มต้น
ตัวอย่างประกาศรับสมัครงาน QC ในจังหวัดปทุมธานีที่ค้นพบในปี 2569 ระบุเงินเดือน 18,000–25,000 บาท พร้อม OT แสดงให้เห็นว่าค่าจ้างอาจสูงกว่าช่วงทั่วไปได้ในบางบริษัท แต่ไม่ควรนำประกาศเดียวไปใช้แทนค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ
3. พนักงานคลังสินค้า
เงินเดือนพื้นฐานโดยประมาณ 12,000–16,000 บาทต่อเดือน
งานคลังสินค้าเกี่ยวข้องกับการรับสินค้า จัดเก็บ เบิกจ่าย ตรวจนับสต็อก และเตรียมสินค้าส่งเข้าสู่กระบวนการผลิตหรือจัดส่งให้ลูกค้า
หากมีงานเข้าหรือออกจำนวนมากและต้องทำงานเกินเวลาปกติ รายได้รวมอาจอยู่ประมาณ 14,000–22,000 บาทต่อเดือน
ผู้ที่ใช้ระบบจัดการคลังสินค้าได้ ขับรถยกอย่างถูกต้องตามข้อกำหนด หรือรับผิดชอบการควบคุมสต็อก อาจมีโอกาสเติบโตไปสู่ตำแหน่งที่มีค่าตอบแทนสูงขึ้น
4. พนักงานขับรถโฟล์คลิฟต์
เงินเดือนพื้นฐานโดยประมาณ 12,000–17,000 บาทต่อเดือน
ตำแหน่งนี้ต้องเคลื่อนย้ายวัตถุดิบและสินค้าในโรงงานหรือคลังสินค้า จึงต้องอาศัยความชำนาญในการขับรถยกและการทำงานอย่างปลอดภัย
เมื่อรวม OT และค่ากะ รายได้อาจอยู่ประมาณ 15,000–23,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทโรงงาน ประสบการณ์ และเงื่อนไขของนายจ้าง
ผู้สมัครควรตรวจสอบด้วยว่าบริษัทกำหนดคุณสมบัติหรือการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยไว้อย่างไร เพราะการขับรถยกไม่ใช่เพียงการขับรถให้คล่อง แต่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัยด้วย
5. ช่างซ่อมบำรุงโรงงาน
เงินเดือนพื้นฐานโดยประมาณ 13,000–25,000 บาทต่อเดือน
ช่างซ่อมบำรุงมีหน้าที่ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเครื่องจักร ดูแลระบบไฟฟ้า ระบบกลไก และบำรุงรักษาเครื่องจักรเพื่อไม่ให้สายการผลิตหยุดทำงานนานเกินไป
รายได้รวมเมื่อมี OT ค่ากะ หรือค่าตอบแทนเฉพาะทาง อาจอยู่ประมาณ 16,000–32,000 บาทต่อเดือน
ประกาศงานช่างซ่อมบำรุงในนิคมอุตสาหกรรมระยองที่ค้นพบเมื่อเดือนตุลาคม 2569 ระบุเงินเดือน 13,000–15,000 บาทสำหรับตำแหน่งช่างไฟฟ้าและช่างซ่อมบำรุง ส่วนประกาศงานช่างเทคนิคในกรุงเทพฯ ระบุเงินเดือน 15,000–30,000 บาท พร้อมสวัสดิการบางรายการ โดยยังไม่รวม OT สะท้อนให้เห็นว่าทักษะและลักษณะงานมีผลต่อระดับค่าจ้างอย่างมาก
6. เจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตระดับหัวหน้างาน (Production Leader)
เงินเดือนพื้นฐานโดยประมาณ 18,000–28,000 บาทต่อเดือน
หัวหน้าสายการผลิตมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของพนักงานในทีม ตรวจสอบเป้าหมายการผลิต ประสานงานกับฝ่ายคุณภาพ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างกะ
เมื่อรวม OT หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ รายได้อาจอยู่ประมาณ 20,000–35,000 บาทต่อเดือน แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัทและสิทธิในการได้รับค่าล่วงเวลาของตำแหน่งนั้น
ความรับผิดชอบของหัวหน้างานสูงกว่าพนักงานทั่วไป เพราะต้องดูแลทั้งคุณภาพ ปริมาณงาน กำลังคน และความปลอดภัย การมีประสบการณ์คุมทีมและแก้ไขปัญหาหน้างานได้จึงเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ
7. เจ้าหน้าที่ธุรการโรงงาน
เงินเดือนพื้นฐานโดยประมาณ 13,000–18,000 บาทต่อเดือน
งานธุรการโรงงานอาจเกี่ยวข้องกับการจัดทำเอกสาร บันทึกข้อมูลการผลิต จัดเก็บเอกสาร ติดต่อประสานงานระหว่างแผนก และสนับสนุนงานของฝ่ายบริหาร
รายได้รวมอาจอยู่ประมาณ 13,000–21,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความสามารถในการใช้โปรแกรมสำนักงาน และขอบเขตงานที่ได้รับมอบหมาย
ตำแหน่งนี้อาจมี OT น้อยกว่างานฝ่ายผลิตในบางโรงงาน จึงไม่ควรเปรียบเทียบเงินเดือนพื้นฐานกับรายได้รวมของพนักงานที่ทำ OT จำนวนมากโดยตรง
8. วิศวกรโรงงาน
เงินเดือนพื้นฐานโดยประมาณ 23,000–40,000 บาทต่อเดือน
วิศวกรโรงงานอาจรับผิดชอบการปรับปรุงกระบวนการผลิต วิเคราะห์ปัญหาเครื่องจักร ลดของเสีย ควบคุมโครงการ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
รายได้จะขึ้นอยู่กับสาขาวิศวกรรม ประสบการณ์ ความซับซ้อนของโรงงาน และทักษะเฉพาะทาง โดยบางตำแหน่งมีค่าตอบแทนอื่นนอกเหนือจากเงินเดือน ขณะที่บางตำแหน่งอาจไม่ได้จ่าย OT ในรูปแบบเดียวกับพนักงานรายชั่วโมง
ข้อมูลตัวอย่างของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แสดงให้เห็นว่าตำแหน่งวิศวกรรมในภาคการผลิตมีช่วงเงินเดือนแตกต่างกันตามหน้าที่และประสบการณ์ จึงไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวเป็นมาตรฐานสำหรับวิศวกรทุกคน
9. ผู้จัดการโรงงาน
เงินเดือนพื้นฐานโดยประมาณ 40,000–100,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน
ผู้จัดการโรงงานรับผิดชอบภาพรวมการดำเนินงาน ตั้งแต่กำลังการผลิต ต้นทุน คุณภาพ ความปลอดภัย ไปจนถึงการบริหารทีมและการวางแผนธุรกิจ
ตำแหน่งระดับนี้มีรายได้แตกต่างกันมากตามขนาดโรงงาน ประเภทอุตสาหกรรม และประสบการณ์ บางแห่งมีโบนัสตามผลประกอบการหรือสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม แต่ไม่ควรนำรายได้ของผู้จัดการไปเปรียบเทียบกับพนักงานฝ่ายผลิตโดยไม่คำนึงถึงระดับความรับผิดชอบ
ข้อมูลตัวอย่างของ BOI ระบุว่าเงินเดือนผู้จัดการโรงงานอาจอยู่ในช่วง 60,000–100,000 บาทสำหรับผู้มีประสบการณ์ 3–5 ปี และอาจสูงขึ้นอีกในระดับประสบการณ์มากกว่า 7 ปี ตัวเลขนี้เป็นช่วงค่าตอบแทนตัวอย่าง ไม่ใช่การรับประกันเงินเดือนของผู้จัดการโรงงานทุกแห่ง
ทำไมพนักงานโรงงานบางคนได้เงินเดือน 12,000 บาท แต่รับเงินจริงเกิน 20,000 บาท?
ปัจจัยสำคัญคือ เงินเดือนพื้นฐานไม่ใช่สิ่งเดียวกับรายได้รวมทั้งเดือน
ตัวอย่างเช่น พนักงานคนหนึ่งมีเงินเดือนพื้นฐาน 12,000 บาท หากได้รับค่า OT ค่ากะ และเบี้ยขยันเพิ่มเติม รายได้ก่อนหักรายการต่าง ๆ ก็อาจสูงกว่าเงินเดือนพื้นฐานอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม รายได้ดังกล่าวอาจลดลงได้หากโรงงานไม่มีงานให้ทำล่วงเวลา พนักงานลาหยุดโดยไม่ได้รับค่าจ้าง หรือมีเงื่อนไขการจ่ายเบี้ยขยันที่ไม่ผ่านเกณฑ์
ดังนั้น เวลาพิจารณางานโรงงาน ควรสอบถามบริษัทให้ชัดเจนว่าเงินเดือนที่ประกาศเป็นเงินเดือนพื้นฐานหรือเป็นรายได้รวมที่คาดการณ์ไว้ และ OT มีให้ทำโดยเฉลี่ยกี่ชั่วโมงต่อเดือน
OT คิดอย่างไรตามกฎหมาย?
ตามข้อมูลของกระทรวงแรงงาน การทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติโดยทั่วไปต้องได้รับค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน ส่วนการทำงานในวันหยุดและการทำ OT ในวันหยุดมีอัตราและเงื่อนไขแตกต่างกันตามสิทธิของลูกจ้างและลักษณะการทำงาน
ตัวอย่างการคำนวณอย่างง่าย หากเงินเดือนพื้นฐานอยู่ที่ 12,000 บาท และใช้ฐานคำนวณ 30 วัน วันละ 8 ชั่วโมง
- ค่าจ้างต่อชั่วโมง = 12,000 ÷ 30 ÷ 8 = 50 บาท
- ค่า OT วันทำงานปกติขั้นต่ำ = 50 × 1.5 = 75 บาทต่อชั่วโมง
- หากทำ OT 30 ชั่วโมงในเดือนนั้น จะได้ค่า OT ตัวอย่างประมาณ 2,250 บาท
รายได้รวมจากเงินเดือนกับ OT ตัวอย่างนี้จะเท่ากับ 14,250 บาท ก่อนรวมค่ากะ เบี้ยขยัน โบนัส หรือหักเงินประกันสังคมและรายการอื่น ๆ
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่การคำนวณเงินเดือนจริงของทุกกรณี เพราะวิธีคิดค่าจ้างและสิทธิของลูกจ้างต้องพิจารณาตามรูปแบบการจ้างและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย
สรุป งานโรงงานตำแหน่งไหนมีโอกาสทำรายได้สูงกว่า?
หากมองเฉพาะตำแหน่งทั่วไป พนักงานฝ่ายผลิตและคลังสินค้าอาจมีเงินเดือนพื้นฐานไม่สูงมาก แต่สามารถเพิ่มรายได้ด้วย OT ในช่วงที่โรงงานมีงานต่อเนื่อง ส่วนช่างซ่อมบำรุง QC และหัวหน้างานอาจมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นตามทักษะและความรับผิดชอบ
สำหรับวิศวกรและผู้จัดการโรงงาน รายได้มีแนวโน้มสูงขึ้นตามระดับตำแหน่งและประสบการณ์ แต่ก็มีความคาดหวังด้านความรู้ ความรับผิดชอบ และการแก้ปัญหาที่มากขึ้นเช่นกัน
ก่อนตัดสินใจสมัครงาน อย่าดูเพียงตัวเลขเงินเดือนที่ประกาศ ควรตรวจสอบจำนวน OT โดยเฉลี่ย ค่ากะ เบี้ยขยัน โบนัส สวัสดิการ วันหยุด และค่าเดินทางด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นตัวกำหนดว่ารายได้ที่ได้รับจริงจะเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมากน้อยแค่ไหน
เด็กไปโรงเรียน 10 นาที กับ 60 นาที ใน 1 ปีเสียเวลาเดินทางต่างกัน 333 ชั่วโมง
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
ชีวิตทหารใหม่ 30 วันแรก ต้องเจอกับอะไรบ้าง กว่าจะปรับตัวเข้ากับชีวิตในค่าย
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
น้ำท่วมอยู่บนบก แต่ทำไมทะเลถึงเกิด “แพลงก์ตอนบลูม”?
หมู่บ้านที่มีบ้านร้างจำนวนมากเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เมื่อคนหายไป แต่บ้านยังอยู่
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
153 ปี โศกนาฏกรรมเร่ขาย “มนุษย์วานร”
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
เปิดรายได้ข้าราชการฝ่ายปกครอง ตั้งแต่ปลัดอำเภอถึงนายอำเภอ เงินเดือนเท่าไร มีเงินเพิ่มอะไรบ้าง
เจาะรายได้ทหารอาชีพ เงินเดือน เบี้ยเลี้ยง และสวัสดิการที่ได้รับจริง
เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียม
10 เกาะยอดนิยมสำหรับการดำน้ำในประเทศไทย
เด็กไปโรงเรียน 10 นาที กับ 60 นาที ใน 1 ปีเสียเวลาเดินทางต่างกัน 333 ชั่วโมง
อาหารทะเลชนิดใดมีราคาสูงตามฤดูกาล และอะไรทำให้ราคาเปลี่ยนแปลง
เลขเด็ด ฟ้าบันดาลทรัพย์เด่นบน 8 เด่นล่าง 6 งวด 16 ต.ค 2569 เปิดชุด เลข 2 ตัวหน้าจับตามอง
น้ำท่วมอยู่บนบก แต่ทำไมทะเลถึงเกิด “แพลงก์ตอนบลูม”?
เด็กไปโรงเรียน 10 นาที กับ 60 นาที ใน 1 ปีเสียเวลาเดินทางต่างกัน 333 ชั่วโมง
อาหารทะเลชนิดใดมีราคาสูงตามฤดูกาล และอะไรทำให้ราคาเปลี่ยนแปลง
ปลาน้ำจืดชนิดไหนมีราคาแพงในตลาดเมืองไทย เพราะอะไรจึงเลี้ยงยากกว่าปลาทั่วไป
คนรุ่นเก่าชอบซ่อมของ คนรุ่นใหม่ซื้อใหม่ทันที เพราะอะไร