ให้อภัยทำไม ทั้งที่ใจยังพังอยู่
เคยรู้สึกไหมว่า เราต้องให้อภัยใครสักคนเพราะหวังว่าการให้อภัยจะช่วยรักษาความสัมพันธ์และเยียวยาจิตใจของทั้งสองฝ่ายได้ ทั้งที่ในความเป็นจริง เราอาจจะยังรู้สึกแย่ เจ็บปวด และความผิดเหล่านั้นก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข มิหนำซ้ำในอนาคต ความผิดพลาดนั้นก็อาจจะวนกลับมาทำให้เราเจ็บปวดและเสียใจซ้ำได้อีกครั้ง
.
หากการ ‘ให้อภัย’ กลับกลายเป็นบาดแผลที่ย้อนกลับมาทำร้ายใจตัวเองซ้ำๆ เรายังจำเป็นต้องให้อภัยจริงๆ อยู่หรือเปล่า? เพราะความจริงแล้ว มนุษย์เราไม่จำเป็นต้องให้อภัยคนอื่นเสมอไป หากใจเรายังไม่พร้อมให้อภัยจริงๆ Thairath Plus ชวนทุกคนมาปลดล็อกความรู้สึกผิดในใจที่เราไม่จำเป็นต้องฝืนทนแบกไว้อีกต่อไป พร้อมเรียนรู้วิธีการให้อภัยโดยไม่ทำร้ายใจตัวเองได้อีกต่อไป
.
▪️เมื่อ ‘การให้อภัย’ บางครั้งอาจกลายเป็นพิษ
.
ในทางจิตวิทยาให้นิยามของคำว่า การให้อภัยที่เป็นพิษ หรือ Toxic Forgiveness ไว้ว่าเป็นการที่เรารีบให้อภัยเร็วเกินไปหรือถูกกดดันว่าต้องให้อภัยทั้งที่ปัญหาและแผลใจของเรายังไม่ได้รับการแก้ไขจริงๆ เลย
.
เพราะหากเราให้อภัยเพียงแค่ลมปากเพื่อรักษาความสัมพันธ์ โดยที่ความรู้สึกจริงๆ ไม่ได้เบาบางลง จะยิ่งทำให้ความรู้สึกเหล่านั้นสะสมทวีคูณ ทั้งความโกรธ ความน้อยใจ และความรู้สึกแย่ๆ ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจ ซึ่งจะย้อนกลับมาทำลายความเชื่อใจ ความสัมพันธ์ และคุณค่าในตัวตนของเราโดยไม่รู้ตัว
.
ดร. แดน เบตส์ (Dan Bates) นักจิตวิทยาคลินิก อธิบายว่า การให้อภัยแบบผิดวิธีเช่นนี้ อาจทำให้เราต้องเก็บกดอารมณ์และความรู้สึกทั้งหมดไว้เบื้องลึกของจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ ความไม่สบายใจ ความกลัว หรือความขมขื่น และในวันที่เราไม่อาจแบกรับความรู้สึกนั้นได้อีกต่อไป เราก็อาจจะระเบิดอารมณ์และความรู้สึกทั้งหมดที่มีออกมาในสักวัน
.
▪️ยิ่งให้อภัยโดยไม่มีเงื่อนไขและขอบเขต ยิ่งลดทอนคุณค่าในตัวเอง
.
หลายคนมักเชื่อว่าการให้อภัยจะทำให้อีกฝ่ายยอมเปลี่ยนใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่งานวิจัยของ ดร. เจมส์ แมกนัลตี (Dr. James K. McNulty) ได้อธิบายปรากฏการณ์ The Doormat Effect ไว้ว่าเป็นภาวะทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นเมื่อเราให้อภัยคนที่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างง่ายดายและรวดเร็ว โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ได้สำนึกผิด ไม่ปรับปรุงตัว ไม่แก้ไข หรือชดใช้ความผิดใดๆ เลย
.
การให้อภัยโดยไร้ขอบเขตนี้เองที่จะทำให้เราสูญเสียตัวตนและความเคารพในตัวเอง ทำให้เรารู้สึกแย่และมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง เปรียบเสมือนการยินยอมให้คนอื่นเข้ามาเหยียบย่ำเสมือนกับพรมเช็ดเท้าตามชื่อปรากฏการณ์นั่นเอง
.
▪️ปลดล็อก ‘ความรู้สึกผิด’ เมื่อเลือกไม่ให้อภัย
.
ดร. เอเวอเรตต์ วอร์ธิงตัน (Everett Worthington) นักจิตวิทยาคลินิก หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้าน ‘จิตวิทยาแห่งการให้อภัย’ อธิบายว่า มนุษย์เรา ‘ไม่จำเป็น’ ต้องให้อภัยคนอื่นเสมอไป โดยวอร์ธิงตันได้แบ่งประเภทของการให้อภัยออกเป็น 2 รูปแบบหลักๆ เพื่อให้เราเข้าใจสภาวะจิตใจของตัวเองมากขึ้น
.
ข้อแรกคือ Decisional Forgiveness หรือการให้อภัยด้วยความตั้งใจ เป็นการตัดสินใจว่าจะให้อภัย ไม่แก้แค้น ไม่เอาคืน และพร้อมให้โอกาสอีกฝ่าย แม้ลึกๆ เราจะยังรู้สึกเจ็บปวด เสียใจ หรือมีอารมณ์ติดค้างอยู่ในใจที่ไม่สามารถหายไปได้ในทันทีก็ตาม
.
ข้อต่อมาคือ Emotional Forgiveness หรือการให้อภัยทางอารมณ์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อความเจ็บปวด ความโกรธ หรือความแค้นในใจได้ถูกปลดปล่อยไปทั้งหมดแล้ว และถูกแทนที่ด้วยความเห็นอกเห็นใจหรือความปรารถนาดีต่อกันจริงๆ
.
ในขณะที่ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการบังคับตัวเองไม่ให้รู้สึกโกรธ เจ็บปวด หรือเสียใจ ทั้งที่จิตใจเบื้องลึกยังคงมีบาดแผลที่ไม่ได้รับการเยียวยา ทว่าเราสามารถเลือกที่จะไม่แก้แค้น ไม่พยาบาท ไปพร้อมๆ กับการยอมรับอย่างซื่อสัตย์กับตัวเองว่าเรายังคงเจ็บปวดและยังไม่สามารถให้อภัยอีกฝ่ายได้ในตอนนี้ การยอมรับความจริงนี้จะช่วยปลดล็อกความรู้สึกผิดเมื่อเรายังไม่พร้อมให้อภัยใครสักคน ในวันที่ใจเรายังคงพังอยู่
.
▪️เพราะการ ‘ให้อภัย’ ไม่ได้หมายความว่าเราจะ ‘มีความสุข’ เสมอไป
.
หลายคนอาจเข้าใจว่า ถึงใจจะพัง แต่ถ้าเราให้อภัยไปก่อนก็จะรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้และมีความสุขมากขึ้น ทว่าจากผลการศึกษาในกลุ่มนักศึกษาจำนวน 139 คน ที่เคยผ่านประสบการณ์ถูกทำร้ายจิตใจในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ
.
ผลสำรวจระดับความพึงพอใจในชีวิต พบว่า ไม่ว่าเราจะให้อภัยหรือไม่ให้อภัย ก็ไม่ได้ช่วยให้เราพึงพอใจกับชีวิตหรือมีความสุขมากขึ้นเลย และอาจไม่ได้ช่วยลดระดับความโกรธในใจของเราให้ลงแม้แต่น้อย เพราะการให้อภัยเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้เราแก้ไขปัญหา และไม่ได้ช่วยเยียวยาจิตใจ การให้อภัยในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษจึงเป็นเพียงการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ทำความผิดซ้ำๆ เท่านั้นเอง
.
▪️แยกให้ออกระหว่าง ‘ความผิดพลาด’ หรือ ‘นิสัย’ ของเขาจริงๆ
.
แล้วถ้าความสัมพันธ์นั้นยังมีความหมาย เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรให้อภัยเมื่อไหร่? ดร.เบตส์ อธิบายว่า ก่อนตัดสินใจให้อภัยใครก็ตาม เราควรแยกให้ออกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือเป็นนิสัยที่ทำผิดซ้ำๆ จนกลายเป็นพฤติกรรมถาวร
.
เพราะมนุษย์มักมีกลไกอย่าง Fundamental Attribution Error หรืออคติที่ทำให้เราด่วนสรุปว่า ความผิดพลาดของคนอื่นเกิดจากตัวตนหรือนิสัยของเขาจริงๆ มากกว่าจะมองว่าเป็นผลพวงมาจากสถานการณ์หรือปัจจัยแวดล้อมที่บีบบังคับ
.
แต่ในทางกลับกัน หากพฤติกรรมทำร้ายจิตใจ การละเลย หรือการโกหกเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นรูปแบบพฤติกรรมเดิมๆ การที่เราให้อภัยซ้ำๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่มีการแก้ไขหรือแนวโน้มที่จะปรับปรุงตัว ก็อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่เป็นการอนุญาตให้อีกฝ่ายได้ทำผิดซ้ำ และนำไปสู่ปัญหาในระยะยาวของความสัมพันธ์ได้
.
▪️กฎ ABC สู่การให้อภัยที่ไม่ทำร้ายใจตัวเองอีกต่อไป
.
หากเราต้องการให้อภัยโดยไม่ทำร้ายใจตัวเองอีกต่อไป ลองใช้แนวทาง ABC จากบทความใน Psychology Today กันดูไหม ไม่แน่ว่าความสัมพันธ์ของเราอาจจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับก็เป็นได้
.
A - Acknowledge (ยอมรับและมองปัญหาตามจริง)
.
อย่างแรกเราต้องยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้นและกล้าเผชิญหน้ากับความจริง มองให้ออกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความผิดพลาดชั่วคราว หรือเป็นพฤติกรรมซ้ำๆ ที่ทำร้ายเราเป็นประจำ หากเป็นอย่างหลัง เราต้องกล้าที่จะนำปัญหานั้นมาเปิดอกพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา
.
B - Begin to Process (เริ่มปลดล็อกอารมณ์ที่ค้างคา)
.
เพราะการให้อภัยใครสักคนไม่ได้เป็นเรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เกิดจากเราทั้งสองคนที่มองเห็นและเข้าใจปัญหาร่วมกัน เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างเข้าใจความรู้สึกของกันและกันมากขึ้น งานวิจัยยืนยันว่า ความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นคู่รักหรือเพื่อนสนิท หากสามารถสื่อสารและหาทางออกร่วมกันได้ ก็จะช่วยรักษาความสัมพันธ์ให้มั่นคงมากยิ่งขึ้น
.
C - Commit (ให้คำมั่นสัญญาและสร้างการเปลี่ยนแปลง)
.
สุดท้าย การให้อภัยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอดีต แต่คือการสร้างอนาคตร่วมกัน หากทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงและให้คำมั่นสัญญาว่าจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างจริงจัง การให้อภัยจึงจะมีคุณค่า และอีกฝ่ายถึงจะเหมาะสมคู่ควรกับการได้รับโอกาส ซึ่งจะช่วยให้ความสัมพันธ์มีความสุขและมั่นคงได้จริงๆ
.
ท้ายที่สุดแล้ว เราควรตั้งขอบเขตการให้อภัยเพื่อปกป้องตัวเอง กล้าถอยออกมาจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ และหันกลับมาให้อภัยตัวเองด้วยการรักษาบาดแผลในใจก่อน เพราะการให้อภัยที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อหัวใจของเราเข้มแข็งมากพอที่จะกลับมารักตัวเองได้อีกครั้ง
.
เมื่อไหร่ก็ตามที่หัวใจได้รับการเยียวยาจนแข็งแรงและปลอดภัยดีแล้ว เมื่อนั้นการจะให้อภัยหรือไม่ให้อภัย สามารถเกิดขึ้นได้ตามที่ใจเราปรารถนา โดยที่เราไม่ต้องฝืนทั้งคำพูดและความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไป
ธนบัตรอังกฤษโฉมใหม่ ! เปลี่ยนภาพบุคคลสำคัญเป็น 4 สัตว์ป่า คนเกือบ 5 แสนร่วมโหวต
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
เปิดพิกัดโรงเรียนหญิงล้วนชื่อดัง โรงเรียนประจำเก่าแก่ พื้นที่ไม่ใหญ่ใจกลางกรุง
หมู่บ้านที่มีบ้านร้างจำนวนมากเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เมื่อคนหายไป แต่บ้านยังอยู่
โรงเรียนประจำเอกชนชายล้วน ที่มีชื่อเสียงและพื้นที่ใหญ่ที่สุดในไทย
เปิด 10 จังหวัด คนถูกรางวัลที่ 1 มากที่สุด จังหวัดไหนมีเศรษฐีใหม่บ่อยที่สุด?
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
เลขแปดทิศ งวด 16 ตุลาคม 2569
เที่ยวนารา Nara Park ญี่ปุ่น ชมน้องกวางน่ารักๆ
เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียม
AI Peak-VI Bottom ?
"วัดพนัญเชิงวรวิหาร" พระพิฆเนศที่เก่าแก่ยิ่งใหญ่ ความเข้าใจในการไหว้เคารพพระพิฆเนศ
การเรียนรู้ชีวิตของ "ปูปั้นทรายศิลปะตัวน้อย" ความพายามของสัตว์โลกที่สิ่งมีชีวิตที่เล็ก
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯจะถ่ายทอดสดการประหารชีวิตนีดาล ฮาซัน อดีตจิตแพทย์กองทัพสหรัฐฯ ผู้ก่อเหตุฆาตกรรม 13 คนและบาดเจ็บอีก 32 คนที่ฐานทัพฟอร์ตฮูดในปี 2009



