หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ฝันร้ายอย่าเพิ่งกลัว เปิด 5 วิธีแก้เคล็ด พร้อมเหตุผลทำไมช่วงนี้ฝันร้ายบ่อย

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า


ถ้าพูดถึง “ฝันร้าย” หลายคนคงเคยมีประสบการณ์สะดุ้งตื่นกลางดึก หัวใจเต้นแรง เหงื่อออก หรือรู้สึกหวาดกลัวจนไม่กล้าหลับต่อ โดยเฉพาะคนที่ฝันเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ยิ่งอดคิดไม่ได้ว่า ความฝันนั้นกำลังบอกอะไรหรือเป็นลางไม่ดีที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่

ในความเชื่อของคนไทยสมัยก่อน ความฝันไม่ได้ถูกมองเพียงว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนอนหลับ แต่บางตำรายังเชื่อว่าความฝันอาจเป็นนิมิตหรือลางบอกเหตุ จึงเกิด “เคล็ดแก้ฝัน” หลายรูปแบบเพื่อเปลี่ยนสิ่งที่รู้สึกว่าไม่เป็นมงคลให้กลายเป็นเรื่องดี อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้เป็นความเชื่อและประเพณี ไม่ใช่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าความฝันสามารถทำนายอนาคตได้

สำหรับคนที่อยากแก้เคล็ดเพื่อความสบายใจ มีวิธีตามความเชื่อโบราณที่สืบต่อกันมา ดังนี้

5 วิธีแก้เคล็ดฝันร้ายตามความเชื่อโบราณ ทำแล้วสบายใจ

1. สวดมนต์หรือสวดคาถายันทุน

เมื่อสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย คนโบราณมีความเชื่อว่าสามารถตั้งสติ นั่งให้สงบ ตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวดบทที่เรียกว่า “คาถายันทุน” หรือ “อภัยปริตร” เพื่อเป็นสิริมงคลและสร้างความรู้สึกอุ่นใจ

ความเชื่อนี้ปรากฏในตำราและเนื้อหาด้านความเชื่อของไทย โดยคาถายันทุนถูกนำมาใช้ในบริบทของการป้องกันหรือแก้เคล็ดจากลางร้ายและฝันไม่เป็นมงคล จุดสำคัญคือควรมองว่าเป็นพิธีกรรมทางความเชื่อเพื่อช่วยให้จิตใจสงบ ไม่ควรนำมาอ้างว่าเป็นวิธีรักษาฝันร้ายทางการแพทย์

2. เล่าความฝันให้คนที่ไว้ใจฟัง

อีกหนึ่งเคล็ดที่คนไทยรู้จักกันดี คือการนำความฝันไปเล่าให้ผู้อื่นฟัง โดยเฉพาะผู้ใหญ่หรือคนที่เราเคารพ เมื่อเล่าจบ ผู้ฟังอาจกล่าวคำมงคลว่า “ฝันดีจะมีลาภ” ส่วนผู้ฝันตอบว่า “สมพรปากเถิด”

ตามความเชื่อถือว่าเป็นการ “แก้ฝัน” เปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี และช่วยไม่ให้ผู้ฝันเก็บความกังวลเอาไว้คนเดียว ปัจจุบันเรายังสามารถมองวิธีนี้ในแง่ของการระบายความรู้สึกได้ เพราะการพูดคุยกับคนที่ไว้ใจอาจช่วยให้ความกลัวหลังตื่นจากฝันลดลงได้ แม้จะไม่มีหลักฐานว่าการเล่าความฝันสามารถเปลี่ยนเหตุการณ์ในอนาคตได้จริง

3. ใช้น้ำเป็นเคล็ดปล่อยเรื่องร้าย

ในความเชื่อโบราณยังมีวิธี “แก้ฝันกับสายน้ำ” โดยหลังตื่นจากฝันร้าย ให้ไปล้างหน้า อาบน้ำ หรือตักน้ำมา แล้วเล่าเรื่องความฝันให้สายน้ำฟัง พร้อมตั้งจิตขอให้เรื่องไม่ดีไหลผ่านไปกับน้ำ

แนวคิดนี้มีลักษณะเป็นสัญลักษณ์อย่างชัดเจน คือใช้น้ำเป็นตัวแทนของการชำระและพัดพาความกังวลออกไป จึงเหมาะที่จะมองเป็นพิธีกรรมเพื่อความสบายใจมากกว่าการยืนยันว่าจะสามารถป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นได้

4. ล้างหน้าและทำจิตใจให้สงบก่อนกลับไปนอน

หากฝันร้ายจนตื่นกลางดึก บางความเชื่อแนะนำให้ลุกไปล้างหน้า หรือใช้น้ำเป็นเคล็ดเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดี จากนั้นกลับมานั่งสงบ ๆ ก่อนเข้านอนใหม่

วิธีนี้แม้ส่วนของ “การปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย” จะเป็นเรื่องความเชื่อ แต่การลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเบา ๆ และตั้งสติอาจช่วยให้คนที่กำลังตกใจจากฝันกลับมารู้สึกปลอดภัยมากขึ้นได้ สิ่งสำคัญคือไม่ควรทำพิธีจนทำให้ตัวเองตื่นเต็มที่หรือรบกวนการนอนมากกว่าเดิม

5. กราบหมอน ระลึกถึงพระรัตนตรัย และแผ่เมตตา

อีกหนึ่งวิธีที่ปรากฏในความเชื่อไทย คือเมื่อตื่นจากฝันร้ายให้ตั้งสติ กราบหมอนหรือระลึกถึงพระรัตนตรัย ตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวดมนต์หรือแผ่เมตตาตามความศรัทธา ก่อนกลับไปพักผ่อน

สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ วิธีดังกล่าวอาจเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้จิตใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ลดความหวาดกลัว และทำให้รู้สึกว่าก่อนนอนมีสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ แต่เช่นเดียวกับวิธีอื่น ๆ ควรเข้าใจว่าเป็นเรื่องของความเชื่อและการดูแลจิตใจ ไม่ใช่หลักฐานทางการแพทย์ว่าฝันร้ายเกิดจากสิ่งลี้ลับ

แล้วฝันร้ายบ่อย ๆ เกิดจากอะไรกันแน่?

ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะในทางจิตวิทยา “ฝันร้าย” ไม่ได้หมายความว่ากำลังมีเหตุร้ายเกิดขึ้นหรือกำลังจะเกิดขึ้นเสมอไป สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน หรือ APA ระบุว่า ฝันร้ายเป็นความฝันที่สร้างความกลัวหรือความทุกข์ใจ และมักทำให้ผู้ฝันตื่นขึ้น โดยทั่วไปมักเกิดในช่วง REM ซึ่งเป็นช่วงหนึ่งของวงจรการนอนหลับ

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับฝันร้ายมีหลายอย่าง ตั้งแต่ความเครียด ความวิตกกังวล เหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ การนอนหลับไม่เพียงพอ การเปลี่ยนแปลงตารางการนอน ไปจนถึงยาบางชนิด นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักหรือการถอนสารบางชนิด รวมถึงการรับชมเนื้อหาที่น่ากลัวก่อนนอน ก็อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดฝันร้ายในบางคนได้เช่นกัน

ดังนั้น หากช่วงไหนชีวิตกำลังเจอความเครียดมาก นอนดึกหลายวัน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะรู้สึกว่าตัวเองฝันแปลก ๆ หรือฝันร้ายมากขึ้น

มหาวิทยาลัยวูลลองกองยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสำคัญของการนอนและการจัดตารางพักผ่อนอย่างสม่ำเสมอ โดยแนะนำให้พยายามนอนและตื่นในเวลาใกล้เคียงกัน รวมถึงลดคาเฟอีนและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่รบกวนการนอน

ฝันร้ายแบบไหนควรใส่ใจมากกว่าการแก้เคล็ด?

หากนาน ๆ ครั้งฝันร้ายแล้วตื่นมาตกใจ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องคิดว่าเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะฝันร้ายสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย

แต่ถ้าฝันร้ายเกิดขึ้นบ่อยต่อเนื่องจนทำให้นอนไม่พอ กลัวการเข้านอน ตื่นกลางดึกเป็นประจำ หรือส่งผลต่อสมาธิ อารมณ์ และการใช้ชีวิตในตอนกลางวัน ก็ควรให้ความสำคัญกับสุขภาพการนอนมากกว่าการตีความความฝันเพียงอย่างเดียว เพราะภาวะฝันร้ายที่รบกวนชีวิตอาจจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์

ปัจจุบันยังมีแนวทางทางจิตวิทยาที่ใช้ช่วยคนซึ่งมีฝันร้ายเรื้อรัง เช่น Imagery Rehearsal Therapy หรือ IRT ซึ่งเป็นการนำความฝันร้ายที่จำได้มา “ปรับเปลี่ยนเรื่องราวหรือจุดจบ” ขณะตื่น แล้วฝึกทบทวนเรื่องราวใหม่ วิธีดังกล่าวได้รับการพูดถึงในงานด้านจิตวิทยาและการรักษาฝันร้าย โดยเฉพาะในผู้ที่มีฝันร้ายเกี่ยวข้องกับบาดแผลทางใจ

ท้ายที่สุดแล้ว “ฝันร้าย” จะเป็นลางบอกเหตุหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละคน หากใครสบายใจที่จะสวดมนต์ กราบหมอน เล่าความฝันให้คนที่ไว้ใจฟัง หรือล้างหน้าเพื่อถือเป็นเคล็ด ก็สามารถทำได้โดยไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน แต่ควรแยกให้ออกระหว่าง “ความเชื่อเพื่อความสบายใจ” กับ “ข้อเท็จจริงทางสุขภาพ”

เพราะบางครั้งสิ่งที่ความฝันกำลังบอกเรา อาจไม่ใช่เรื่องร้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่อาจเป็นเพียงสัญญาณว่าช่วงนี้ร่างกายและจิตใจกำลังเหนื่อย เครียด หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ และสิ่งที่ควรแก้จริง ๆ อาจไม่ใช่ดวง แต่เป็นการกลับมาดูแลตัวเองให้มากขึ้น

ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะครับ ถ้าชอบก็อย่าลืมกดไลน์ กดแชร์และกดติดตามด้วยนะครับเพื่อที่ท่านจะได้ไม่พลาดข่าวสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์และสาระความบันเทิง

แหล่งที่มา

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 11 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Wisdom Insight
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมของเก่าถึงมีค่า? เมื่อสิ่งที่คนยอมจ่าย ไม่ใช่ของ แต่คือความทรงจำหมู่บ้านที่มีบ้านร้างจำนวนมากเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เมื่อคนหายไป แต่บ้านยังอยู่ผ้าขนหนูแข็งหลังซัก อย่าเพิ่งทิ้ง เปิดสาเหตุ พร้อมวิธีคืนความนุ่มฟู16 ต.ค. 69 เลขไหนโผล่ซ้ำ? ลองวางทุกสำนักไว้ด้วยกัน แล้วจุดร่วมอยู่ตรงไหนปฏิทินครอบครัวข่าว 3 ย้อน 7 งวด ก่อน 16 ต.ค. 69 เลขไหนกลับมาให้เห็นบ่อย? ส่องต่อ 2 ตัว–3 ตัวจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวเปิดพิกัด 5 จังหวัดของไทย ที่ไกลจากกรุงเทพฯมากที่สุด เดินทางข้ามวันเจแปน ลูกป้าแมว เปิดเหตุผลห้องกรง-ลวดหนาม ตอบปมลุงช้าง หลัง สบส.เพิกถอนใบอนุญาตศูนย์จังหวัดนี้เคยถูกวางแผนให้เป็น “กรุงเทพฯ แห่งที่ 2” ก่อนสงครามเปลี่ยนทุกอย่างเปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไรปมยังไม่จบ! ลูกชายป้าแมวโต้ “ลูกกรง-ลวดหนาม” อยู่ในพื้นที่ขออนุญาต ศบส.5 ยันตรวจแล้วต้องเห็น
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมของเก่าถึงมีค่า? เมื่อสิ่งที่คนยอมจ่าย ไม่ใช่ของ แต่คือความทรงจำ16 ต.ค. 69 เลขไหนโผล่ซ้ำ? ลองวางทุกสำนักไว้ด้วยกัน แล้วจุดร่วมอยู่ตรงไหนผ้าขนหนูแข็งหลังซัก อย่าเพิ่งทิ้ง เปิดสาเหตุ พร้อมวิธีคืนความนุ่มฟูถอดรหัสการปิดฉาก 7-Eleven ในตลาดอินเดียจากอดีตวัง... สู่สถานทูต และดีลขาย 2 หมื่นล้าน! อนาคตแลนด์มาร์คใหม่ใจกลางกรุง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
บ้านร้างมีอะไร เปิดความเชื่อโบราณ วิญญาณอาศัย ต้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลท่านหญิงปีนัง หลานปู่ ร.5 องค์สุดท้าย เปิดชีวิตผ่าน ลายน้ำทองหมู่บ้านที่มีบ้านร้างจำนวนมากเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เมื่อคนหายไป แต่บ้านยังอยู่ศึกแบนหนังสือในสหรัฐฯ เดือดขึ้นทุกปี เด็กกำลังถูกปิดประตูสู่โลกแห่งการอ่านจริงหรือ
ตั้งกระทู้ใหม่