ทำไมร่องน้ำแห้งกลางทะเลทรายจึงอันตราย
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
พื้นทรายในหุบเขาแห้งแตกระแหง แดดแรงจนมองไม่เห็นเมฆ และร่องน้ำตรงหน้าดูเหมือนทางเดินธรรมดา ภาพแบบนี้ทำให้หลายคนวางใจเกินไป เพราะพื้นที่ที่แห้งที่สุดอาจเปลี่ยนเป็นทางน้ำเชี่ยวได้ในเวลาไม่นาน
ประโยคที่ว่า “ในทะเลทรายคนจมน้ำตายมากกว่าขาดน้ำตาย” เป็นคำเล่าที่ชวนตกใจ แต่ยังไม่มีสถิติรวมที่น่าเชื่อถือพอจะยืนยันการเปรียบเทียบนี้สำหรับทะเลทรายทั่วโลก ข้อมูลของหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ ระบุด้วยว่า ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ความร้อนจัดยังเป็นอันตรายจากสภาพอากาศที่คร่าชีวิตมากที่สุด
ส่วนที่เป็นความจริงและอันตรายมาก คือคนสามารถถูกน้ำหลากพัดพาในทะเลทรายได้จริง แม้จุดที่ยืนอยู่จะยังมีแดดออกอยู่ก็ตาม เหตุเกิดจาก น้ำป่าไหลหลากฉับพลัน หรือ flash flood ที่รวมตัวจากฝนหนักในพื้นที่สูงหรือห่างออกไปหลายกิโลเมตร แล้วไหลลงมาตามแนวลาดและร่องหุบเขา
ร่องน้ำแห้งไม่ได้แปลว่าไม่มีน้ำ
ทะเลทรายไม่ได้มีแต่เนินทราย หลายแห่งมีร่องลำธารชั่วคราวซึ่งเรียกได้ว่า wash, arroyo หรือ wadi ตลอดเวลาส่วนใหญ่ร่องเหล่านี้แห้งสนิท จึงกลายเป็นเส้นทางเดินป่า จุดตั้งแคมป์ หรือทางผ่านรถยนต์ได้ง่าย
ร่องลึกและผนังหุบเขาแคบทำหน้าที่เหมือนกรวยรวบรวมน้ำ เมื่อมีน้ำมาถึง ปริมาณน้ำจึงถูกบีบให้ไหลผ่านช่องแคบเดียวกัน ระดับน้ำขึ้นรวดเร็วและกระแสน้ำแรงกว่าที่เห็นจากผิวน้ำขุ่น ๆ มาก เศษไม้ หิน และโคลนที่ไหลมาพร้อมกันยิ่งเพิ่มแรงปะทะ
ฝนอาจตกไกลจากจุดที่เราอยู่
กลไกนี้เริ่มจากพายุฝนฟ้าคะนองที่อาจเกิดบนภูเขาหรือบริเวณต้นน้ำ ฝนเทลงในช่วงสั้น ๆ บนพื้นดินที่แข็ง มีหินมาก หรือมีพืชปกคลุมน้อย น้ำจึงซึมลงดินได้ไม่ทันและไหลบนผิวดินลงสู่ที่ต่ำ
National Weather Service อธิบายว่าพื้นที่แห้งของสหรัฐฯ มีดินแข็งจากความร้อนและสภาพอากาศแห้ง จึงรับน้ำฝนได้ไม่มาก น้ำจะพุ่งลงสู่แคนยอนหรือร่องแม่น้ำแห้งได้เร็ว พายุอาจอยู่ไกลออกไปหลายไมล์ แต่กระแสน้ำจะเดินทางมาถึงคนที่อยู่ปลายน้ำโดยแทบไม่มีสัญญาณในจุดนั้น
น้ำหลากฉับพลันมักเกิดภายใน 6 ชั่วโมงหลังสาเหตุที่กระตุ้น และหุบเขาแคบทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นได้รวดเร็วมาก ตัวอย่างข้อมูลของ NWS ระบุว่าลำธารภูเขาที่ลึกเพียงราว 6 นิ้ว อาจสูงถึง 10 ฟุตได้ภายในไม่ถึง 1 ชั่วโมงในบางเหตุการณ์
สิ่งที่ต้องทำเมื่ออยู่ใกล้ร่องน้ำ
• ตรวจพยากรณ์อากาศตลอดเส้นทาง ไม่ดูเฉพาะท้องฟ้าเหนือจุดตั้งแคมป์
• หลีกเลี่ยงการตั้งแคมป์ จอดรถ หรือเดินใน wash และก้นหุบเขาเมื่อมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง
• ถ้าได้ยินเสียงน้ำคำราม เห็นน้ำเริ่มขุ่น หรือพบเศษกิ่งไม้ไหลมา ให้ขึ้นที่สูงทันที
• ไม่เดิน ว่ายน้ำ หรือขับรถฝ่าน้ำไหลเชี่ยว เพราะน้ำลึกเพียงประมาณ 6 นิ้วก็ทำให้คนเสียหลักได้ และน้ำราว 1–2 ฟุตอาจทำให้รถลอยได้
ภัยของทะเลทรายจึงไม่ได้มีเพียงความกระหายน้ำ ร่องน้ำที่แห้งเงียบอาจเป็นเส้นทางระบายน้ำของพายุที่อยู่ไกลออกไป การเลือกพักให้ห่างจากแนวร่องน้ำและติดตามคำเตือนอากาศจึงช่วยลดความเสี่ยงได้ตรงจุดกว่าอาศัยการมองท้องฟ้าเหนือศีรษะเพียงอย่างเดียว
ก้อนหินเดินได้เองจริงหรือ ? เปิดความลับ Death Valley ปริศนาธรรมชาติที่นักวิทยาศาสตร์ตามหาคำตอบ
ไทยส่งออกไอศกรีมอันดับ 1 ของเอเชีย แล้วอะไรทำให้ของหวานเย็น ๆ นี้ไปได้ไกลขนาดนี้?
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียน
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?
5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
เปิดรายชื่อรถยอดนิยม-สายลุย ที่ตอบโจทย์ช่วงสถานการณ์น้ำท่วมขัง
น้ำท่วมตื้นแค่ไหนจึงพัดคนล้มได้
สิ่งที่น้ำยาสวนล้างทำกับสมดุลในช่องคลอด
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
สิ่งที่น้ำยาสวนล้างทำกับสมดุลในช่องคลอด
น้ำท่วมตื้นแค่ไหนจึงพัดคนล้มได้
ไทยส่งออกไอศกรีมอันดับ 1 ของเอเชีย แล้วอะไรทำให้ของหวานเย็น ๆ นี้ไปได้ไกลขนาดนี้?
ก้อนหินเดินได้เองจริงหรือ ? เปิดความลับ Death Valley ปริศนาธรรมชาติที่นักวิทยาศาสตร์ตามหาคำตอบ
น้ำท่วมทำให้ต้นไม้ใหญ่ล้มถอนรากได้อย่างไร






