ยกกระชับวัย 50 ไม่เจ็บอย่างที่คิด! ปสก จริงที่ Dermatige
พออายุเข้าเลข 5 อะไรที่คิดว่าง่ายก็จะยาก ทั้งปัญหาผิวหน้าและความหย่อนคล้อย แม้ว่าเราจะดูแลผิวตัวเองได้ดีแค่ไหน แต่ริ้วรอยตามวัยก็ยังเกิดขึ้นอยู่ดี
เดิมทีเราเป็นคนตัวเล็ก หลายคนอาจจะมองว่าไม่น่ามีปัญหาผิว แต่ไม่เลยค่ะ ด้วยความที่เป็นคนกิจกรรมเยอะ จนมีช่วงนึงคุณหมอขอให้เพิ่มน้ำหนักตัวขึ้นมา 5-10 กิโลกรัม เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น พอขึ้นมาได้ก็กลายเป็นว่า “หน้ามันบานออกและไม่กระชับ” แล้วไขมันที่หน้าเนี่ยลดยากมาก ผู้หญิงทุกคนจะรู้เรื่องนี้ดี เราเลยอยากทำให้รูปหน้าสมส่วนกับตัว แต่ไม่ได้อยากหน้าเรียวแหลมจนเกินไป
ยิ่งพออายุ 50 จะยิ่งเห็นถึงปัญหาบนใบหน้าเราได้ชัดเจนมาก ไหนจะริ้วรอยตามวัย หน้าเริ่มบานหย่อนคล้อย และปัญหาฝ้ากระ ซึ่งถึงแม้ว่าจะดูแลตัวเองด้วยการทาครีมบำรุงอย่างดีมาตลอด ก็ช่วยได้แค่ส่วนนึงเท่านั้น เราถึงตัดสินใจให้ หัตถการยกกระชับ มาเป็นตัวช่วยในการดูแลตัวเองค่ะ
แอบเข็ดจากที่เก่า เจ็บจนตะโกน มาการเปิดใจให้ Dermatige ปิ่นเกล้านี่ละ
เราเข้าวงการนี้มาได้ประมาณ 2 ปี ที่จริงแอบรู้สึกว่าตัวเองเข้าช้าไปด้วยซ้ำ น่าจะเข้ามาไวกว่านี้ เพราะมันดีจริงๆ ค่ะ ปีที่แล้วเราผ่านการฉีด Botox แก้ไขริ้วรอย มีทำ UltraFill กระตุ้นคอลลาเจน และทำ Ulthera ซึ่งตอนนั้นเจ็บมากตะโกนลั่นห้องเลยค่ะ ต้องขอยาชาเพิ่ม ทำเสร็จหน้าแดงเจ็บจนต้องแคนเซิลงานทุกอย่างแล้วกลับบ้านเลย แอบเข็ดไปพักใหญ่
จนเดือนก่อนเห็นรุ่นพี่ผู้ชายที่ไดร์ฟกอล์ฟด้วยกัน เค้าดูผอมลงและหน้าเรียวขึ้น พอทักไปเค้าบอกว่าไปทำโปรแกรมหน้าเรียว Ulthera Prime กับ Ultraformer MPT ที่ Dermatige สาขาสยามมา เราถามคำแรกเลยว่าเจ็บมั้ย เค้าบอกว่า “หมอมือเบา ไม่หวงยาชา ไม่เจ็บเลย นอนหลับได้เลย”
พอโดนป้ายยาก็เคลิ้มเลยกลับมาดูรีวิวอื่นของ Dermatige ก็เห็นหลายคนบอกเหมือนกันว่าไม่เจ็บ เราเลยเช็กสาขาใกล้บ้านจนเจอ “Dermatige สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า” ก็เลยทำการนัดวันเข้าไปทันที
ด้วยความที่กลัวเจ็บแบบสุดๆ เลยชวนรุ่นน้องไปเป็นเพื่อนด้วย รุ่นน้องกำลังหาข้อมูลอยากเข้าสู่แวดวงนี้พอดี ส่วนเราต้องการกำลังใจค่ะ เรานัดเจอกันที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ขับรถไปจอดแวะกินข้าวก่อน จากนั้นเดินไปที่ฝั่ง Tower A กดลิฟท์ขึ้นไปชั้น 7 หาไม่ยากเลยค่ะ
พอไปถึงคลินิกน้องพนักงานเข้ามาต้อนรับอย่างดี ช่วยเช็กสภาพผิวและสอบถามจุดที่เรากังวลใจแบบละเอียด พร้อมแนะนำโปรโมชั่นดีๆ ประทับใจมากค่ะ
ปรึกษา “หมอแจ๊บ” เจาะลึกปัญหาผิววัย 50 แบบละเอียดๆ
วันนี้เราได้พบกับ “หมอแจ๊บ” เราบอกหมอว่าปัญหาหลักๆ คืออยากทำ Tightening ยกแก้ม ปรับกรอบหน้า และให้หมอดูส่วนที่กังวลเพิ่มเติมคือ:
คิ้วขวาตก: รู้สึกว่าคิ้วขวาต่ำกว่าคิ้วซ้าย เวลามองกระจกจะเห็นชัดว่าหางตามันปิดลง
ปรับกรอบหน้า: อยากให้กรอบหน้าเล็กลงมาอีกนิด เก็บแก้มให้เข้ากับตัวเพราะรู้สึกบานและหย่อนคล้อย
ริ้วรอย: อยากเก็บพวกริ้วรอยเพิ่มเติม
หมอแจ๊บน่ารักมากค่ะ อธิบายละเอียดมาก ยิ่งรุ่นน้องที่ไปด้วยยังไม่เคยทำ หมอก็อธิบายให้เข้าใจด้วยว่าผิวมีทั้งหมดกี่ชั้น หน้าเราที่มาทำวันนี้คือชั้นไหน ชั้น SMAS คืออะไร และจะใช้เครื่องมือแบบไหนจัดการ เพื่อให้รุ่นน้องเห็นภาพชัดเจน
ส่วนปัญหาใหญ่ของเราในวันนี้ที่ย้ำกับหมอแจ๊บเลยคือ ”กลัวเจ็บ” หมอแจ๊บก็รับทราบและแจ้งว่าน่าจะอยู่ที่เทคนิคของหมอแต่ละคน พร้อมรับปากว่าจะดูแลอย่างดีที่สุดตลอดการทำค่ะ
สำหรับโปรแกรมที่คุณหมอจัดให้ตอบโจทย์สภาพผิวของเราในวันนี้ ประกอบด้วย:
1. สูตรยกกระชับปรับรูปหน้า
- Ulthera PRIME 300 ช็อต + Ultraformer MPT 600 ช็อต ช่วยปรับยกแก้มขึ้นและเน้นความกระชับ (อันนี้เป็นสูตรเฉพาะของแต่ละสภาพชั้นผิวและเทคนิคของหมอนะคะ)
- Botox Toxin ลดริ้วรอยที่มาตามอายุและจากการแสดงอารมณ์ โดยเน้นฉีดตรงหางตาเพื่อดึงให้คิ้วทั้งสองข้างดูเท่ากันและยกเปิดขึ้น
2. แพลนการดูแลผิวและฝ้ากระในอนาคต
เรากังวลเรื่อง ฝ้ากระ ด้วย หมอแจ๊บแนะนำว่าที่ Dermatige จะมี 2 โปรแกรมหลักๆ คือ PICO Second Laser และ Microneedle RF ซึ่งเคสของเราหมอบอกว่าน่าจะไหวที่ PICO แต่ฝ้าไม่ได้ทำครั้งเดียวแล้วหาย ต้องรักษาชั้นผิวลึกก่อน แล้วค่อยมาเก็บงานผิวอีกที โดยต้องทำควบคู่ทั้งการทา ยาทาน และหัตถการร่วมกัน ไว้ค่อยมาวางแผนกันต่อ
'ข้อคิดดีๆ เรื่องฝ้ากระ: ฝ้ากระรักษายากและใช้เวลานานมาก ยิ่งอายุเยอะยิ่งยาก เลยอยากบอกทุกคนตัวโตๆ เลยว่า “ทากันแดดกันนะคะ ทาไปเถอะค่ะ ไม่แต่งหน้าก็ควรทา ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด'
สิ่งที่เราชอบมากคือ ความละเอียดและไม่ยัดเยียดของหมอแจ๊บ หมอฟังปัญหารูปหน้าเราจริงๆ ไม่ยัดเยียดว่าต้องทำอะไรเพิ่ม ไหวที่ตรงไหน ทำแค่ตรงนั้น ซึ่งตรงนี้ดีมากๆ ค่ะ
หลังจากคุยกับหมอเสร็จ ก็ย้ายตัวเองเข้าห้องหัตถการเพื่อคลีนหน้าและทายาชา น้องพนักงานจะคอยบอกทุกขั้นตอนอย่างสุภาพ ระหว่างนี้เราได้ถามน้องพนักงานว่า “หลังจากทำแล้วแต่งหน้าได้เลยไหม ทำกิจกรรมปกติได้เลยมั้ย?” ซึ่งน้องได้ให้คำแนะนำการดูแลตัวเองหลังทำที่ดีมากๆ ดังนี้ค่ะ:
- งดแต่งหน้าก่อนสัก 2 ชั่วโมง: เนื่องจากยาชายังทำงานอยู่ และเครื่องยกกระชับมีความร้อนทำให้รูขุมขนเปิด หากแต่งหน้าทันทีอาจเกิดการอุดตันได้
- เน้นเติมความชุ่มชื้น: คืนนี้แนะนำให้ทามอยเจอร์ไรเซอร์เยอะๆ หรือใช้มาส์กหน้าแผ่น สูตรไฮยา (Hya) เพื่อเติมน้ำให้ผิว เพราะความร้อนใต้ผิวอาจทำให้ผิวแห้งขึ้นได้
- งดความร้อน 2 สัปดาห์: เว้นการเข้าอบซาวน่า เลเซอร์ หรือกิจกรรมที่โดนความร้อนสูง เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนสะสมซ้ำซ้อนกับเครื่องยกกระชับ
- การดูแลรอยช้ำ: เนื่องจากเราเป็นคนผิวขาว หากมีรอยเขียวหรือรอยช้ำ คุณหมอจะประเมินและจ่ายยาแต้มลดเขียวและยาลดบวมให้ทานค่ะ
หลังจากคลีนหน้าเสร็จ หมอแจ๊บเข้ามาแสกนหน้าเพื่อประเมินชั้นผิว บนหน้าจอจะเห็นชั้นผิวของเราลึกไปจนถึงชั้น SMAS หมอจะดูว่าชั้นไขมันเป็นอย่างไร เพื่อคำนวณพลังงานและจำนวนช็อตให้เหมาะกับหน้า พร้อมบอกว่าเครื่องตัวนี้เป็น “เครื่องใหม่ จอใหญ่ ยิงไว และเจ็บน้อยลง” หมอชมด้วยว่าเราดูแลผิวมาดีมาก แต่ก็นั่นแหละค่ะ ต้านทานแรงโน้มถ่วงไม่ไหวจริงๆ (555) เสร็จแล้วก็ทายาชารอ 30 นาทีค่ะ
ความรู้สึกระหว่างทำ: ไม่เจ็บเลยจนเผลอหลับ ผลลัพธ์หลังทำทันที
พอถึงเวลาทำจริง ผิดคาดจากที่เคยเจอมามาก มันไม่เจ็บเลยค่ะ ไม่เจ็บจริงๆ! รู้สึกแค่มีพลังงานอุ่นๆ เข้าที่ผิวหน้าจนต้องเอ่ยปากถามหมอว่าปล่อยพลังงานเท่าไหร่ ทำไมไม่เจ็บเลย ซึ่งหมอก็บอกว่าเป็นค่าพลังงานปกติที่ใช้รักษา
หมอจะคอยสลับข้างทำ เริ่มจากแก้มขวาแล้วสลับไปแก้มซ้าย ระหว่างทำก็ชวนคุยเพลินมาก พอทำแก้มเสร็จก็ไปต่อที่บริเวณเหนือคิ้วที่ตอนแรกคิดว่าต้องเจ็บแน่ๆ แต่ก็ไม่เจ็บเลย เซอร์ไพร์สมาก ถือว่าคุณหมอมีฝีมือและเทคนิคเฉพาะตัวที่ดีจริงๆ ค่ะ พอจบเครื่องแรกปุ๊บ ส่องกระจกเห็นเลยว่าหน้ายกกระชับขึ้นทันที โดยเฉพาะเหนียงน้อยๆ ตรงคอคือกระชับขึ้นชัดเจน รุ่นน้องที่นั่งเฝ้ายังร้องทักเลยค่ะ
จากนั้นคุณหมอเติม Botox ต่อที่ข้างคิ้ว หน้าผาก และระหว่างคิ้วทันที หมอมือเบาและไวมาก แป๊บเดียวเสร็จ โดยมีน้องผู้ช่วยคอยเอาน้ำแข็งประคบตามจุดให้ เจ็บน้อยมากๆ ค่ะ สรุปตั้งแต่เดินเข้าคลินิกจนทำเสร็จ ใช้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง ทำเสร็จหน้าไม่บวมมาก ไม่มีรอยจุดโบท็อกซ์ชัดเจน สามารถไปทำธุระต่อได้สบายเลยค่ะ
ความประทับใจ ทำไม “เทคนิคแพทย์” ถึงสำคัญที่สุด
เราชอบ Dermatige มาก ปกติไม่ค่อยเขียนรีวิวยาวขนาดนี้ แต่ครั้งนี้ประทับใจสุดๆ:
1.บริการดี ไม่ยัดเยียด: พนักงานสบายใจ ไม่ฮาร์ดเซลล์ คอยดูแลถามไถ่เรื่องน้ำขนมตลอด มีโซนรับรองให้กดชา กาแฟ ทานขนมได้ฟรี
2.คุณหมอใส่ใจ: หมอแจ๊บอธิบายละเอียด เข้าใจง่าย ไม่รีบทำ และรับฟังความกังวลเรื่องความเจ็บของเราจริงๆ
3.ฝีมือและเทคนิคยอดเยี่ยม: หมอมือเบามากจนทำให้คนกลัวเจ็บอย่างเราเปลี่ยนความคิดไปเลย
หลายคนชอบบอกว่า “เข้าวงการหัตถการแล้วออกยาก” แต่จากประสบการณ์วัย 50 ของเรา คิดว่าถ้ามีโอกาสก็เลือกทำเถอะค่ะ ค่อยๆ ดูแลตัวเองควบคู่ไปกับการทาครีมบำรุง อย่ารอให้อายุเยอะมากๆ แล้วค่อยมาโหมทำทีเดียว เพราะบางอย่างถ้าปล่อยไว้นานเกินไปจะแก้ยากและต้องเจ็บตัวหนักกว่าเดิม
ปัจจุบันคลินิกความงามมีเยอะมาก เครื่องมือและโปรโมชั่นก็คล้ายกันไปหมด จนบางทีเราอาจคิดว่าทำที่ไหนก็เหมือนกัน แต่จากประสบการณ์ตรงบอกเลยว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการตัดสินใจคือ “เทคนิคของหมอ” ค่ะ เพราะต่อให้ใช้เครื่องเดียวกัน ผลลัพธ์อาจต่างกันโดยสิ้นเชิงจากประสบการณ์และมุมมองของหมอ เครื่องมือที่ดีเป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ฝีมือและความเข้าใจของหมอ คือสิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวย เป็นธรรมชาติ และปลอดภัยที่สุดค่ะ ยืนยันว่าคงกลับมาทำส่วนอื่นๆ ที่ Dermatige ปิ่นเกล้า ต่อแน่นอนค่ะ!
อำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จัก
ปูแดงเกาะคริสต์มาส การอพยพครั้งยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนทั้งเกาะให้กลายเป็นทะเลสีแดง
ประวัติและที่มาของ “ขนมครก” ขนมไทยโบราณที่อยู่คู่คนไทยมาหลายร้อยปี
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
เก๋งขาวไล่ยิงกระบะผัวเมียเจ็บหนีขึ้นโรงพัก ถูกจับแล้ว1 พร้อมกับอาวุธปืนลูกซองยาว แต่ยังปากแข็งปฏิเสธ ส่วนอีก 1 ผู้การฯเมืองคอน สั่งไล่ล่า
เอธิโอเปีย–เอริเทรียกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เกิดอะไรขึ้นในแอฟริกาตะวันออก ?
ตลาดน้ำอันดับ 1 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุด
ดุ่ย ภรัญฯ เปิดชุดเลข 16 ต.ค. 69 ทำไม 22 โผล่ซ้ำ? ส่อง 189-922-160 มีอะไรให้จับตา
ประเดิมต้นงวด 16/10/69! ส่องสถิติหวยออกวันศุกร์ เลขไหนหมุนซ้ำบ่อยสุด
เลขเด็ด "คำชะโนด" งวดวันที่ 16 ตุลาคม 69..เลขเด่น 7 มาแรง!
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
อำเภอที่มีชื่อยาวที่สุด เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย







