รีวิวหนังสือ 7 วิธีคิดที่ฉันน่าจะรู้ตั้งแต่วันแรกที่ทำธุรกิจ
Now, Build a great business! : 7 Ways to Maximize your profits in anh market หรือชื่อหนังสือไทยเดิมคือ คิด 7 ขั้น ปั้นธุรกิจเป็น เห็นเงินงอกเงย เป็นผลงานของ Brain Tracy & Mark Thompson นักธุรกิจและ Lifecoach ชื่อดังที่ออกผลงานหนังสือมากมาย จะมาให้ควาใรู้สิ่งที่คนทำธุรกิจวันแรกควรจะรู้ จะได้มีความคิดที่ถูกต้อง ไม่ต้องให้รอปัญหาเกิดขึ้นก่อน เพราะมันจะสายเกินไป
สิ่งที่ควรรู้ตั้งแต่วันแรกในการทำธุรกิจ มีอยู่ 7 ประเด็น 7 วิธีคิด ได้แก่ ผู้นำ แผนธุรกิจ บุคลากร สินค้า/บริการ แผนการตลาด การขาย ประสบการณ์ให้ลูกค้า แม้เรายังไม่ได้เป็นคนทำธุรกิจก็ตาม แต่หากได้ศึกษาไว้ก็จะเป็นประโยชน์มาก
ความรู้ความประทับใจในมุมมองของครีเอเตอร์
1.“ความเป็นผู้นําระดับที่ 5” เพื่ออธิบายถึงลักษณะนิสัยของผู้นําที่ดีที่สุด....ผู้นําที่สร้างบริษัทที่ยอดเยี่ยมขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ลักษณะนิสัยของผู้นําระดับที่ 5 ที่น่าทึ่งและโดดเด่นที่สุดนั้นกลับกลายเป็นลักษณะนิสัยที่คนเข้าใจผิดกันอยู่เสมอ นั่นคือ ความอ่อนน้อมถ่อมตน
2.อันที่จริงแล้ว ความอ่อนน้อมถ่อมตนไม่ได้หมายถึงการเจียมตัว..คนที่บ้าบิ่นพอที่จะเริ่มทําธุรกิจในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกําลังตกต่ำและต้องต่อกรกับบรรดาคู่แข่งยักษ์ใหญ่ย่อมไม่ใช่คนเจียมตัวอย่างแน่นอน
ความอ่อนน้อมถ่อมตนหมายถึง “ความทะยานอยากอันเร่าร้อนไม่จบสิ้นที่จะปฏิบัติหน้าที่และประสบความสําเร็จโดยปราศจากความเย่อหยิ่งที่หลอกตัวเองให้เชื่อว่าคุณรู้ทุกอย่างและเป็นฝ่ายถูกเสมอ”
3.ถ้าคุณอยากประสบความสําเร็จในฐานะผู้นํา คุณก็ต้องมีองค์ประกอบสองอย่างผสมผสานกัน นั่นคือ ลักษณะนิสัยและความสามารถ
ในแง่ของลักษณะนิสัย คุณจะต้องเป็นคนที่จริงใจ....เป็นคนที่ผู้อื่นไว้วางใจและพร้อมที่จะเดินตาม และถ้าอยากให้คนอื่นไว้วางใจ คุณ ลต้องเป็นคนไว้วางใจได้ นอกจากนี้คุณยังต้องเชื่อมั่นในตัวคุณเอง บริษัทของคุณ สินค้าและบริการของคุณ ตลอดจนพนักงานของคุณ คุณ ลต้องเชื่อว่าคุณกําลังเสนอสินค้าและบริการที่ยอดเยี่ยมในทุกด้าน สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับชีวิตของลูกค้าได้จริง ๆ ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังต้องนําด้วยการเป็นตัวอย่างและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นเข้าร่วมในโครงการอันน่าตื่นเต้นที่จะสร้างบริษัทที่ยอดเยี่ยมขึ้นมา
4.แผนการอาจใช้ไม่ได้ผล แต่การวางแผนใช้ได้ผลแน่นอน!...พูดง่าย ๆ ก็คือ ถึงแม้เศรษฐกิจอาจไม่เอื้อให้คุณนําแผนการไปใช้ จนสําเร็จลุล่วงจริง ๆ แต่กระบวนการวางแผนก็เป็นภารกิจที่สําคัญอย่าง ยิ่ง เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่จะทําให้ทางเลือกของคุณชัดเจนขึ้นมาได้ การวางแผนมีความจําเป็นอย่างยิ่งเมื่อคุณอยากรู้แน่ชัดว่า บริษัทจะ ต้องทําอะไรบ้างเพื่อให้อยู่รอด เติบโต และเจริญรุ่งเรือง ไม่ว่าในสภาพ แวดล้อมทางเศรษฐกิจแบบใดก็ตาม
5.คนที่ประสบความสําเร็จจะเป็นคนฉลาด โดยเฉพาะเรื่องทักษะและความสามารถที่จําเป็นต่อการทํางาน พนักงานที่เหมาะสมกับงานใดๆ ก็ตามจะทํางานนั้น ได้เร็วกว่า ผิดพลาดน้อยกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่า
แล้วคุณจะบอกได้อย่างไรว่าใคร “ฉลาด” ไม่ยากเลยพวกเขาจะตั้งคําถามมากมาย คําถามของพวกเขาควรแสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในธุรกิจของคุณ ตลอดจนทักษะที่จําเป็นต่อการทํางานนั้นให้ออกมาดีเยี่ยม ยิ่งผู้สมัครถามคําถามเกี่ยวกับบริษัท ตําแหน่งงาน อนาคต การแข่งขัน และโอกาสในการก้าวหน้ามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่พวกเขาจะกลายเป็นพนักงานที่มีคุณค่ามากเท่านั้นหากได้เข้ามาทำงานกับคุณจริงๆ
6.แน่นอนว่าความท้าทายสําหรับผู้ประสบความสําเร็จทุกคนคือการสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตกับการทํางาน แต่เนื่องจากสิ่งที่จะ ทํานายผลงานในอนาคตได้อย่างแท้จริงมีเพียงผลงานในอดีต ให้ลอง ติดต่อบุคคลอ้างอิงและขอให้เล่าว่าผู้สมัครคนนี้รับมือกับสถานการณ์วิกฤติหรือความล้มเหลวอย่างไร เมื่อคุณตรวจสอบกับบุคคลอ้างอิง ให้ ตั้งคําถามเสมอว่า “ถ้าคะแนนเต็มสิบ คุณจะให้คะแนนคนคนนี้เท่าไหร่ ในเรื่องการทุ่มเททํางานหนัก” ถ้านายจ้างคนก่อนตอบไม่ได้หรือไม่เต็มใจจะตอบ ให้มองหาคนอื่นที่จะตอบคำถามนี้แทน
7.คุณภาพของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเป็นตัวกำหนดแรงจูงใจและผลงานเลยก็ว่าได้ ดังนั้น จงปฏิบัติต่อพนักงานเหมือนเป็นหุ้นส่วน ลูกค้า และกลไกสําคัญของกิจการ เพราะพวกเขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ ในการทํางานแต่ละวัน เราได้รับอิทธิพลจากวิธีที่ผู้อื่นปฏิบัติกับเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเจ้านายและคนสําคัญทั้งหลายในองค์กร ท่าทาง การชําเลืองมอง ความคิดเห็น หรือคําชมเชยอาจทําให้พนัก งานคนหนึ่งทํางานได้ดีขึ้นไปตลอดทั้งวันหรืออาจนานกว่านั้นเสียอีก คุณภาพของความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องนั้นวัดได้จากความ รู้สึกของพนักงานว่าตนเองมีอิสระมากน้อยแค่ไหนในการแสดงความคิด ความรู้สึก และความกังวล หรือแม้แต่การแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยกับเจ้านายโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตอกหน้าหงายหรือเอาคืนในภายหลัง
8.วิธีประเมินประสิทธิภาพโฆษณาที่ง่ายที่สุด คือมันทำให้ลูกค้าโทรสอบถามและจ่ายเงินให้เราหรือเปล่า โฆษณาที่ดีจะต้องกระตุ้นกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสมตอบสนองทันที
9.คุณจะต้องขายสินค้าและบริการให้กับลูกค้าสามประเภท ประเภทแรกคือธุรกิจต่าง ๆ ที่ใช้สินค้าหรือบริการของคุณในการประกอบกิจกรรม ทางธุรกิจ ประเภทที่สองคือธุรกิจต่าง ๆ ที่ขายสินค้าหรือบริการของคุณ อีกทอดหนึ่ง และประเภทที่สามคือผู้บริโภคที่ซื้อและใช้สินค้าหรือบริ การของคุณเพื่อพัฒนาชีวิตส่วนตัว ลูกค้าแต่ละประเภทมีความต้องการแตกต่างกัน และคุณจําเป็นต้องใช้วิธีการขายที่แตกต่างกันด้วย
10.ก่อนจะตกลงใจซื้อสินค้าหรือบริการ ลูกค้าธุรกิจต้องการคําตอบของคําถามสี่ข้อต่อไปนี้
- การซื้อครั้งนี้คุ้มค่าแค่ไหน (ต้นทุนที่เกี่ยวข้อง คุณภาพ และความน่าเชื่อถือ)
- ฉันจะได้กลับคืนมามากแค่ไหน (ผลตอบแทนจากการลงทุน ทรัพย์สิน และลูกค้า)
- ฉันจะได้กลับคืนมาเร็วเพียงใด หรือภายในระยะ เวลาเท่าไหร่(ระยะเวลาคืนทุน)
- ฉันจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะได้รับประโยชน์ทางการเงินอย่างที่ คุณเสนอจริง ๆ (การบริหารความเสี่ยงและการรับประกัน)
โดยปกติแล้วจะไม่ค่อยมีใครถามคําถามเหล่านี้ แต่มันอยู่ในความคิด ของผู้ซื้อ ถ้าในระหว่างการเสนอขาย คุณไม่สามารถตอบคําถามเหล่านี้ได้อย่างน่าพอใจ ลูกค้าอาจเลื่อนการตัดสินใจซื้อออกไปหรือยกเลิกการซื้อไปเลยก็ได้
11.เมื่อคุณไปหาหมอไม่ว่าจะในแผนกใดหรือที่ไหนในโลกก็ตาม ทุก ครั้งหมอจะปฏิบัติตามกระบวนการที่ประกอบด้วยสามขั้นตอน ได้แก่ การตรวจ การวินิจฉัย และการแนะนําแนวทางการรักษาหรือการจ่ายยา ซึ่งนักขายทั้งหลายก็ควรนําทั้งสามขั้นตอนไปปฏิบัติกับการขายของตัวเองเช่นกัน
12.ในการขายนั้นจะมีกฎอยู่ข้อหนึ่งชื่อว่า “กฎแห่งความพยายามโดยอ้อม” กล่าวคือ ยิ่งคุณมุ่งเน้นที่ความสัมพันธ์ (วิธีการโดยอ้อม) มากเท่าไหร่ การขายจะยิ่งดําเนินไปได้ด้วยดีมากเท่านั้น แต่ยิ่งคุณมุ่ง เน้นที่การขายโดยไม่สนใจความสัมพันธ์มากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีแนว โน้มที่จะขายได้น้อยลงหรือบั่นทอนความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้ามากเท่านั้น
องค์ประกอบสำคัญที่สุดของการสร้างความสัมพันธ์ในการขายก็ คือ ความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือ ลูกค้าต้องไว้วางใจคุณ (พนักงานขาย) และมั่นใจเต็มที่ว่าคุณจะทำตามสัญญา ลูกค้าจะต้องเชื่อ ว่าสินค้าหรือบริการของคุณจะทำได้อย่างที่คุณบอกไว้และยังคงทําเช่นนั้นต่อไปเรื่อยๆ
13.การบอกไม่ใช่การขาย จํานวนคําถามที่คุณถามมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลูกค้า ยิ่งคุณถามคําถามเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้ามากเท่าไหร่ ความสัมพันธ์ที่คุณสร้างขึ้นก็ยิ่ง แข็งแกร่งมากเท่านั้น การบอกจึงไม่ใช่การขาย มีเพียงการถามคําถามเท่านั้นที่เป็นการขาย
รายละเอียดของหนังสืออาจไม่ทำให้เราคิดออกว่าเราควรทำธุรกิจอะไรดี ??? แต่มันเป็นความรู้ให้กับคนที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจไปเรียบร้อยแล้ว...ได้หันมาสนใจสิ่งที่ต้องโฟกัสและระมัดระวัง นั่นคือ ความรู้สึกของลูกค้า รวมถึงวิธีการขายที่ต้องง่าย สะดวก เข้าใจง่าย หากไม่ใส่ใจ ลูกค้าจะเลือกซื้อกับคู่แข่งทันที ลูกค้าถือว่าเป็นเจ้านายที่โหดมาก หากร้องเรียนไปแล้ว เจ้าของธุรกิจไม่เข้าใจ ไม่ยอมลงมาเป็นลูกค้าในสถานการณ์จริงด้วยตัวเอง สุดท้ายก็จะเสียส่วนแบ่งการตลาดไปอย่างไม่น่าให้อภัย
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
ถูกรางวัลที่ 1 ได้ 6 ล้าน แต่ทำไมเงินที่รับจริงไม่ถึง 6 ล้าน
ตั๊ก มยุรา” ตอบกลับชาวเน็ต หลังถูกแซะ “กินข้าวแจกฟรีได้เหรอ” ติดบ้านน้ำท่วมหลายวัน ลั่นพี่ไม่ใช่เทวดานางฟ้า
เลขลับวงใน งวด 1 ตุลาคม 69
ปฏิทินจีน งวด 1 ต.ค. 69 ย้อนรอยเลข 7-0-9-5-6 เปิดชุด 2 ตัว-3 ตัว
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
รหัสเลขมูเตลู "หมอปลาย พรายกระซิบ" 1 ตุลาคม 2569
รมต.กระทรวงกลาโหมมะกัน ประกาศจัดตั้งกองกำลังรบอัตโนมัติ
ไขปริศนาสะพานเลโก้เยอรมนี กับสะพานปีศาจ: เรื่องจริงเบื้องหลังภาพลวงตาที่โลกเข้าใจผิด
สถิติหวยลาว 1 ต.ค. 69 ย้อนหลังวันพฤหัสบดี ตัวเลข 4 ตัว 3 ตัว 2 ตัว มีอะไรให้สังเกต
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/10/69
คอหวยฮือฮา! “แม่น้ำหนึ่ง” ให้เลข 07-70 ก่อนหวยออก สุดท้ายเลขท้าย 2 ตัวมา 70 ตรง ๆ
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทย






