พริกไทยดำ ขาว เขียว ต่างกันที่ช่วงเก็บและวิธีทำ
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
ขวดเครื่องเทศสามใบวางอยู่ข้างกันบนชั้นครัว ใบหนึ่งเป็นเม็ดเขียวสด อีกใบดำเหี่ยวย่น และใบสุดท้ายขาวนวลจนดูคล้ายคนละวัตถุดิบ เวลาโรยบนสเต๊ก ซุป หรือผัดฉ่า รสและกลิ่นก็ไม่เหมือนกัน จึงเข้าใจได้ไม่ยากว่ามันน่าจะมาจากพืชคนละชนิด
ความจริงคือพริกไทยเขียว พริกไทยดำ และพริกไทยขาว ล้วนเริ่มจากผลของเถาพริกไทยชนิดเดียวกัน คือ Piper nigrum สีที่เห็นไม่ได้บอกสายพันธุ์ แต่บอกว่าผลถูกเก็บในระยะใด และผ่านกระบวนการหลังเก็บเกี่ยวแบบไหน
ผลเล็ก ๆ บนเถาเดียวกัน
ต้นพริกไทยเป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง ผลออกเป็นพวงแน่น ๆ เม็ดอ่อนมีสีเขียว เมื่อสุกจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นส้มแดงหรือแดง ภายในผลมีเมล็ดเพียงเมล็ดเดียว รูปทรงและเปลือกของผลจึงเป็นจุดตั้งต้นของพริกไทยทุกสีที่คุ้นเคย
พริกไทยเขียว: เก็บความสดไว้ในเม็ด
พริกไทยเขียวใช้ผลที่ยังเขียวอยู่ เป้าหมายของการแปรรูปคือรักษาสีและกลิ่นสดไว้ให้มากที่สุด จึงพบได้ทั้งแบบสด แบบดองในน้ำเกลือ หรือแบบลดความชื้นด้วยกระบวนการควบคุม เม็ดชนิดนี้มีความเผ็ดนุ่มกว่า กลิ่นออกเขียว สด และชวนให้นึกถึงสมุนไพร จึงเข้ากับเมนูซอสครีม เนื้อสัตว์ และผัดเผ็ดที่อยากได้เม็ดพริกไทยเต็มคำ
พริกไทยดำ: เปลือกยังอยู่ จึงหอมฉุนกว่า
พริกไทยดำได้จากผลแก่ที่ยังมีเปลือกหุ้มอยู่ นำมาทำให้แห้ง โดยในหลายวิธีจะผ่านความร้อนช่วงสั้น ๆ ก่อนตากหรืออบ ระหว่างการสูญเสียน้ำ เปลือกจะหดตัวเป็นรอยย่นและคล้ำลงจนเป็นสีดำ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่าพริกไทยดำคือผลแก่สีเขียวที่ทำให้แห้งจาก Piper nigrum เปลือกนอกที่ยังติดอยู่มีส่วนให้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยเด่น จึงเหมาะกับการบดใหม่ ๆ ลงบนอาหาร
พริกไทยขาว: เหลือแกนเมล็ดไว้
พริกไทยขาวเริ่มจากผลแก่จนสุก แล้วนำมาแช่น้ำหรือทำให้เนื้อและเปลือกนอกหลุดออก ก่อนล้างและทำให้แห้ง สิ่งที่เหลือคือเมล็ดสีครีมหรือขาวอมเทา กระทรวงสาธารณสุขนิยามไว้ตรงกันว่าเป็นเมล็ดแห้งของผลสุกที่เอาส่วนเปลือกนอกออกแล้ว กลิ่นจึงต่างจากพริกไทยดำอย่างชัดเจน โดยให้ความเผ็ดตรงและลึกกว่า แต่กลิ่นเปลือกเขียว ๆ เบาลง เหมาะกับซุปใส ลูกชิ้น หมูหมัก หรืออาหารสีอ่อนที่ไม่อยากให้มีจุดดำ
ดังนั้นเวลาหยิบพริกไทยสามสีในครัว เราไม่ได้กำลังเลือกพืชสามต้น แต่กำลังเลือกบุคลิกของผลชนิดเดียวกัน: เขียวเน้นความสด ดำเน้นกลิ่นจากเปลือกแห้ง และขาวเน้นความเผ็ดของแกนเมล็ด การเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับกลิ่น สี และเนื้อสัมผัสที่อยากให้จานนั้นมี
https://bdn-thp.dmsc.moph.go.th/ebook/qQMcZUtkpR9gC3q0GT5gMJq0qT5co3uw
https://herbaria.plants.ox.ac.uk/bol/plants400/Profiles/OP/Pipernigrum
https://songkhla.doae.go.th/blog/2026/06/02/เกษตรสงขลา-สัมมนาระดมความคิดเห็นต่อร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร-เรื่องพริกไทย-แบบออนไลน์ผ่à¸%B
5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีพื้นที่วิทยาเขตกว้างใหญ่ที่สุด แต่ละแห่งมีพื้นที่กี่ไร่?
ส่องเลข สุนารี ราชสีมา เหมาลอตเตอรี่ยกแผง โชว์ชุดเลขสวย 2 ตัว 3 ตัว ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569
5 จังหวัดไทยที่ชื่อยาว อ่านยาก และชวนให้สะกดผิด
ใบเขียว งวด 1 พ.ย. 69 เผยสูตรคำนวณใหม่ พร้อมแนวทางจากกรอบตัวเลข
10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคน
ทำไมฟ้าผ่าจึงเกิดขึ้น และสถานที่แบบไหนเสี่ยงถูกฟ้าผ่ามากที่สุด? รู้ทันธรรมชาติที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
นามสกุลที่ซ้ำกันมากที่สุดในไทย เปิด 10 อันดับที่มีคนใช้หลักหมื่นคน
จังหวัดไหนมีโรงเรียนมัธยมศึกษามากที่สุดในไทย เปิดข้อมูลจำนวนโรงเรียนแต่ละพื้นที่
เจาะเลขเด่น 6 8 1 แนวทางหวยงวด 1 พฤศจิกายน 2569 ย้อนดูสถิติเลข 48 พร้อมจับตาชุดเลขน่าสนใจ
ผู้เข้าประกวดไอดอลที่กลายเป็นไวรัลด้วยรูปร่างที่โดดเด่น
เปิด 5 มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนบุคลากรมากที่สุด
ถอดรหัสวิทยาศาสตร์เบื้องหลังการเดินลุยไฟ ทำไมถ่าน 500 องศาถึงไม่ทำให้เท้าไหม้?
ปมเงิน 30 ล้านสะเทือนวงการ! ออยศรีเปิดข้อมูลพยานปริศนา อ้างเส้นทางเงินจากบัญชีมูลนิธิสู่บัญชีส่วนตัว เรื่องนี้ต้องตามต่อ!
5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีพื้นที่วิทยาเขตกว้างใหญ่ที่สุด แต่ละแห่งมีพื้นที่กี่ไร่?
เปิด 5 มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนบุคลากรมากที่สุด







