หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

เวลาที่หายไปทุกครั้งที่เรากระพริบตา

เขียนโดย nantana

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ลองนึกถึงตอนขับรถ อ่านแชต หรือมองหน้าคนตรงหน้า เราแทบไม่เคยรู้สึกว่าโลกดับลงเป็นจังหวะ ทั้งที่เปลือกตาปิดทับดวงตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดวัน การกระพริบตาเป็นเรื่องเล็กมากจนสมองทำให้เราลืมไปว่า ในแต่ละครั้งนั้นภาพจากภายนอกถูกตัดขาดจริง

ตัวเลขที่ว่าเราตาบอดรวมกันเกือบ 40 นาทีต่อวัน พอเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่ค่าตายตัวของทุกคน เพราะต้องระบุให้ชัดว่าจะนับช่วงใดเป็น “มืด” งานทบทวนหนึ่งระบุว่าผู้ใหญ่กระพริบตาราว 15–20 ครั้งต่อนาที และช่วงที่ภาพถูกบังอาจอยู่ราว 110 มิลลิวินาทีต่อครั้ง หากคำนวณต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง จะได้ประมาณ 40–53 นาที แต่ในชีวิตจริงอัตราการกระพริบเปลี่ยนตามกิจกรรม คนที่จ้องจอ ตั้งใจอ่าน หรือขับรถ อาจกระพริบน้อยลงมาก

ส่วนตัวเลข 15,000–20,000 ครั้งต่อวันก็เป็นเพียงค่าประมาณต่ำกว่าการคิดจากอัตรา 15–20 ครั้งต่อนาทีตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะกลายเป็น 21,600–28,800 ครั้งต่อวันอยู่แล้ว และเราไม่ได้อยู่ในสภาพพักตลอดวันเหมือนกันทุกช่วงเวลา จึงไม่ควรยึดว่าทุกคนต้องสูญเสียการมองเห็นเท่ากันเป๊ะ

การกระพริบตาไม่ได้มีไว้ให้ตาหยุดทำงาน เปลือกตาช่วยเกลี่ยฟิล์มน้ำตาให้เคลือบกระจกตา ลดความแห้ง ชะล้างสิ่งระคายเคือง และช่วยป้องกันฝุ่นหรือแสงที่มากระทบดวงตา งานบันทึกภาพความเร็วสูงพบว่าการกระพริบหนึ่งครั้งมีหลายช่วง ตั้งแต่ปิดตา ค้างอยู่ชั่วครู่ แล้วเปิดกลับขึ้นมา โดยการเคลื่อนไหวทั้งหมดอาจกินเวลาราวหนึ่งในสามวินาทีหรือมากกว่า ขึ้นกับวิธีวัดและชนิดของการกระพริบ

ถ้าดวงตาถูกปิดแล้วเหตุใดเราไม่เห็นภาพกระตุกดำ ๆ ทุกไม่กี่วินาที คำตอบไม่ได้อยู่ที่เปลือกตาอย่างเดียว แต่เป็นการทำงานของระบบประสาทที่เรียกว่า visual suppression หรือการกดความไวต่อข้อมูลภาพชั่วคราว

หลักฐานการทดลองพบว่า แม้จัดให้จอตาได้รับสิ่งเร้าทางภาพในช่วงกระพริบตา ความไวต่อสิ่งเร้านั้นก็ลดลง แสดงว่าปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงความมืดจากเปลือกตาปิดบัง แต่สมองมีส่วนลดน้ำหนักของข้อมูลภาพที่ไม่น่าเชื่อถือในจังหวะนั้นด้วย ผลคือเราไม่ค่อยรับรู้การดับวูบจากการกระพริบตาของตัวเอง

แต่คำว่า “สมองตัดต่อภาพ” ควรใช้เป็นภาพเปรียบเทียบมากกว่าจะหมายถึงการเก็บภาพนิ่งสองเฟรมแล้วนำมาต่อกันแบบโปรแกรมวิดีโอ สมองไม่ได้รับรองว่าทุกรายละเอียดก่อนและหลังการกระพริบจะเหมือนเดิม มันเพียงลดการรับรู้ช่วงขาดหาย และใช้ข้อมูลต่อเนื่องจากก่อนหน้า หลังจากนั้น รวมถึงการคาดการณ์ของระบบการมองเห็น ให้โลกดูนิ่งและไหลลื่นพอสำหรับการใช้ชีวิต

ดังนั้น เราไม่ได้ “ตาบอด” อย่างมีสติวันละ 40 นาที และไม่ควรตีความว่าเป็นเวลาที่โลกหายไปจากประสบการณ์ของเรา สิ่งที่น่าทึ่งกว่าคือตาและสมองแบ่งงานกันเงียบ ๆ เปลือกตาดูแลผิวดวงตา ส่วนสมองช่วยไม่ให้การบำรุงรักษาเล็ก ๆ นี้ทำให้ภาพชีวิตสะดุดทุกไม่กี่วินาที

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 54 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งปฐมเทศนาเริ่มจากทางสายกลาง ก่อนแจกแจงอริยสัจ 4 อย่างไร?ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่นทำไมเทพไทร์จึงยอมเสียมือให้หมาป่าเฟนรีร์?ช็อกโกแลตมีฝ้าขาวทั้งที่ยังไม่หมดอายุ กินได้ไหม?เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงพระพุทธรูปปางมารวิชัยเอื้อมมือแตะพื้นหมายถึงอะไร?เลขเด็ดพลังเต่าหับ งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดเลขวงกลมเด่น พร้อมแนวทางเลขสองตัวที่น่าจับตาเปิดแนวทางเลข วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569..จอมขมังเวทย์“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”ชี้ขาดล่าง Sompong Saiboumthree งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวิ่ง 0 เน้นเลข 50
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ส่งทหารถือปืนกลไปจัดการนก: สงครามเอมูปี 1932 จบอย่างไร?กว่า 400 ปีใต้โคลน: ของใช้จากเรือรบแมรีโรสเผยชีวิตลูกเรือเรือสำรวจแฟรงคลินหายกลางอาร์กติก 170 ปี: เบาะแสไหนพาไปถึงซากเรือ?เขื่อนสามผาทำให้วันยาวขึ้น 0.06 ไมโครวินาทีจริงไหม?
ตั้งกระทู้ใหม่