หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ร่างกายมนุษย์เปล่งแสงที่ตาเปล่ามองไม่เห็นได้อย่างไร

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ห้องมืดสนิทควรทำให้เรามองไม่เห็นแม้แต่ใบหน้าตัวเอง แต่ถ้ามีกล้องที่ไวต่อแสงมากพอ ภาพที่ได้อาจมีเงาร่างของคนค่อย ๆ ปรากฏขึ้น พร้อมแสงจางมากตามผิวหน้าและลำคอ ราวกับร่างกายกำลังส่องแสงออกมาเอง

สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จริง แต่ชื่อที่แม่นยำกว่าคือ การปล่อยโฟตอนระดับต่ำมากจากร่างกาย ไม่ใช่การเรืองแสงแบบหิ่งห้อยที่มองเห็นได้ทันที นักวิจัยญี่ปุ่นเผยแพร่งานทดลองในปี 2009 โดยใช้กล้อง CCD ที่ทำความเย็นถึง −120 องศาเซลเซียส เพื่อเก็บแสงในห้องปิดสนิท

กล้องต้องไวกว่าตาคนมหาศาล

การทดลองติดตามอาสาสมัครชายสุขภาพดี 5 คน อายุช่วงยี่สิบปี วัดซ้ำทุก 3 ชั่วโมงตั้งแต่ 10:00 ถึง 22:00 น. ต่อเนื่อง 3 วัน ก่อนถ่ายภาพแต่ละครั้ง อาสาสมัครพักในห้องมืด 15 นาที แล้วนั่งนิ่งให้กล้องรับแสงนาน 20 นาที

ตาเปล่ามองแสงนี้ไม่ออก เพราะความเข้มต่ำกว่าขีดความไวของดวงตามนุษย์ราว 1,000 เท่า กล้องจึงทำหน้าที่เก็บโฟตอนทีละน้อย แล้วแปลงข้อมูลเป็นภาพให้เห็นรูปแบบการปล่อยแสงบนผิวหนัง

แก้มเด่นกว่าส่วนอื่นของร่างกาย

ภาพจากงานวิจัยพบว่าใบหน้าปล่อยโฟตอนมากกว่าลำตัว โดยแก้มเด่นที่สุด รองลงมาคือลำคอส่วนบนและหน้าผาก บริเวณรอบดวงตากลับมีสัญญาณต่ำกว่า จุดสว่างเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าผิวกำลังร้อนกว่า เพราะเมื่อนำไปเทียบภาพความร้อน ตำแหน่งเด่นของทั้งสองภาพไม่ตรงกัน

ที่แก้ม เวลาใกล้ 16:00 น. สัญญาณสูงสุดแตะประมาณ 3,000 โฟตอนต่อวินาทีต่อตารางเซนติเมตร หรือราวสองเท่าของค่าที่วัดได้ตอน 10:00 น. ตัวเลขนี้เป็นผลจากอาสาสมัครกลุ่มเล็ก จึงบอกได้ว่ามีรูปแบบรายวันในการทดลองนี้ ไม่ใช่เวลาตายตัวสำหรับทุกคนบนโลก

แสงมาจากเคมีในเซลล์ ไม่ใช่ออร่า

ระหว่างการสร้างพลังงาน เซลล์มีปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับอนุมูลออกซิเจน เมื่ออนุมูลเหล่านี้ไปทำปฏิกิริยากับไขมัน โปรตีน หรือโมเลกุลที่รับและถ่ายเทพลังงาน โมเลกุลบางส่วนจะอยู่ในสถานะพลังงานสูงชั่วคราว ก่อนปล่อยพลังงานส่วนเล็กมากออกมาเป็นโฟตอน

งานวิจัยจึงเชื่อมการปล่อยโฟตอนนี้กับกระบวนการเผาผลาญและนาฬิกาชีวภาพ ไม่ได้ใช้เป็นหลักฐานเรื่องพลังเหนือธรรมชาติ และยังไม่ใช่การตรวจสุขภาพที่ใช้แทนการแพทย์ปกติได้ การทบทวนงานวิจัยในมนุษย์ระบุว่าเทคนิคนี้มีศักยภาพต่อการศึกษาภาวะออกซิเดชัน แต่ยังต้องการงานทดลองคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น

ช่วงบ่ายแก่ ๆ จึงอาจเป็นเวลาที่ร่างกายของอาสาสมัครในงานนี้ปล่อยโฟตอนออกมามากที่สุด แม้เราจะยืนหน้ากระจกแล้วไม่เห็นแสงใดเลยก็ตาม ร่างกายกำลังทำปฏิกิริยาเคมีอยู่ตลอดเวลา และบางปฏิกิริยาทิ้งร่องรอยเป็นแสงที่กล้องเท่านั้นจับได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 70 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ปฐมเทศนาเริ่มจากทางสายกลาง ก่อนแจกแจงอริยสัจ 4 อย่างไร?รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่นพระพุทธรูปปางมารวิชัยเอื้อมมือแตะพื้นหมายถึงอะไร?เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรูเปิดแนวทางเลข วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569..จอมขมังเวทย์ทำไมเทพไทร์จึงยอมเสียมือให้หมาป่าเฟนรีร์?ช็อกโกแลตมีฝ้าขาวทั้งที่ยังไม่หมดอายุ กินได้ไหม?เลขเด็ดพลังเต่าหับ งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดเลขวงกลมเด่น พร้อมแนวทางเลขสองตัวที่น่าจับตาชี้ขาดล่าง Sompong Saiboumthree งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวิ่ง 0 เน้นเลข 50ประวัติศาสตร์อบเชย เรื่องราวของเครื่องเทศล้ำค่าที่เคยถูกเผาทิ้งเพื่อรักษาตลาด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ส่งทหารถือปืนกลไปจัดการนก: สงครามเอมูปี 1932 จบอย่างไร?กว่า 400 ปีใต้โคลน: ของใช้จากเรือรบแมรีโรสเผยชีวิตลูกเรือเรือสำรวจแฟรงคลินหายกลางอาร์กติก 170 ปี: เบาะแสไหนพาไปถึงซากเรือ?เขื่อนสามผาทำให้วันยาวขึ้น 0.06 ไมโครวินาทีจริงไหม?
ตั้งกระทู้ใหม่