ทำไมเขียนนิยายจีนโบราณแล้วไม่มีคนอ่าน ทั้งที่คิดว่าเรื่องตัวเองสนุกมาก
เคยเป็นไหม? นั่งเขียนนิยายจีนโบราณจนดึกคิดพล็อตแทบตาย วางตัวละครอย่างละเอียด เขียนฉากสำคัญจนรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องสนุกแน่ แต่พอเปิดดูยอดอ่าน เงียบ ผ่านไปหนึ่งวัน ยอดอ่านเพิ่มนิดเดียว ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ก็ยังไม่มีคนพูดถึง บางครั้งเห็นนิยายเรื่องอื่นที่เพิ่งลงไม่กี่ตอน แต่ยอดอ่านกลับพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมของเราถึงไม่มีคนอ่านทั้งที่เราก็คิดว่าเรื่องของเราก็สนุก ความจริงที่นักเขียนหลายคนอาจไม่อยากยอมรับก็คือ
นิยายที่สนุกแต่ไม่ได้แปลว่าจะมีคนค้นพบ
การที่นิยายไม่มีคนอ่านในช่วงแรกก็ไม่ได้แปลว่านิยายเรื่องนั้นเขียนไม่ดีเสมอไป ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ความสนุกแต่อยู่ที่สิ่งอื่นที่เกิดขึ้นก่อนที่คนอ่านจะได้มีโอกาสรู้ว่าเรื่องของคุณสนุกแค่ไหน
1.เรื่องสนุกแต่ชื่อเรื่องไม่ทำให้คนอยากกด
ลองนึกภาพว่าคุณกำลังเลื่อนดูนิยายหลายสิบเรื่อง
สิ่งแรกที่เห็นคืออะไร ชื่อเรื่อง นักอ่านยังไม่ได้อ่านตอนแรกด้วยซ้ำและยังไม่รู้ว่าพระเอกของคุณหล่อแค่ไหน นางเอกเก่งแค่ไหนหรือพล็อตจะหักมุมอย่างไรเขาต้องตัดสินใจจากข้อมูลที่เห็นอยู่ตรงหน้า ถ้าชื่อเรื่องธรรมดามากจนไม่สามารถบอกอะไรได้ คนอ่านก็อาจเลื่อนผ่านไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
ตัวอย่างเช่น
บุปผาแห่งวังหลวง
ชื่อแบบนี้ไม่ได้ผิดแต่เป็นชื่อที่ทำให้คนอ่านรู้ได้ยากว่าเรื่องนี้มีจุดเด่นอะไร
ในทางกลับกันหากชื่อสามารถทำให้คนอ่านเห็นภาพของเรื่องหรือเกิดคำถามขึ้นมาในหัวได้ นักอ่านก็มีเหตุผลมากขึ้นที่จะกดเข้าไปดู
ชื่อเรื่องจึงไม่ใช่แค่ชื่อแต่มันคือประตูบานแรกของนิยาย
2.คำโปรยดีไม่พอ
นักเขียนจำนวนมากเขียนคำโปรยเหมือนกำลังเล่าเรื่องย่อ
- นางเอกเป็นใคร
- พระเอกเป็นใคร
- เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น
จากนั้นก็จบด้วยประโยคประมาณว่า
เรื่องราวความรักและการแก้แค้นของพวกเขาจะเป็นอย่างไร
ปัญหาคือนักอ่านยังไม่มีเหตุผลที่จะต้องติดตามคำโปรยที่ดีควรทำให้คนอ่านเกิดคำถาม
ตัวอย่างเช่น
- นางเอกตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองกลายเป็นภรรยาที่กำลังจะถูกหย่า
- พระเอกได้รับคำสั่งให้แต่งงานกับหญิงสาวที่เขาเคยคิดว่าเป็นศัตรู
- นางเอกย้อนกลับมาในวันที่ครอบครัวของตัวเองกำลังจะถูกประหาร
สิ่งเหล่านี้ทำให้นักอ่านเกิดคำถามทันทีว่า แล้วต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นและคำถามนั้นเองที่พานักอ่านไปสู่ตอนแรก
3.ปกสวย
ปกมีหน้าที่สำคัญมากเพราะมันเป็นหนึ่งในสิ่งแรกที่คนอ่านเห็น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยคือนักเขียนทำปกโดยคิดว่า สวยก็พอ แต่สำหรับนิยายออนไลน์ความสวยอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอเพราะนักอ่านไม่ได้กำลังถามแค่ว่า ปกนี้สวยไหม แต่กำลังถามว่าคือนิยายแนวที่ฉันอยากอ่านหรือเปล่า
นิยายจีนโบราณแนว
- แก้แค้น
- การเมืองในวัง
- ย้อนเวลา
- โรแมนติก
- แฟนตาซี
อาจมีบรรยากาศแตกต่างกันมาก ปกควรช่วยสื่ออารมณ์และแนวของเรื่องให้นักอ่านเข้าใจได้เร็ว ถ้านักอ่านเห็นปกแล้วไม่รู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไรเขาอาจไม่กดเข้าไปตั้งแต่แรก
4.เปิดเรื่องช้าเกินไป
นี่เป็นปัญหาที่สำคัญมาก นักเขียนรู้จักตัวละครของตัวเองดี
- รู้ว่าพระเอกเกิดวันที่เท่าไร
- รู้ว่านางเอกมีอดีตอย่างไร
- รู้ว่าตระกูลนี้มีความสัมพันธ์กับตระกูลไหน
- รู้ประวัติศาสตร์ของแคว้นทั้งหมด
ดังนั้นจึงอยากเล่าให้คนอ่านรู้ตั้งแต่ต้นแต่คนอ่านอาจยังไม่ได้อยากรู้ การเริ่มต้นด้วยการอธิบายโลกยาวๆ ประวัติราชวงศ์ รายชื่อตัวละครหรือชีวิตประจำวันหลายตอนก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สำคัญอาจทำให้นักอ่านหลุดออกจากเรื่องได้ ลองถามตัวเองว่า ถ้าตัดสามตอนแรกออกเรื่องจะเริ่มสนุกตรงไหน
บางครั้งคำตอบอาจทำให้คุณพบว่า
จุดที่ควรเป็นตอนที่ 1 อาจอยู่ในตอนที่ 3 หรือ 5 ที่คุณเขียนเอาไว้แล้ว
5.พระเอกนางเอกและตัวละครยังไม่มี จุดที่ทำให้คนจำได้
นิยายจีนโบราณมีตัวละครจำนวนมาก
- แม่ทัพ
- องค์ชาย
- ฮ่องเต้
- คุณหนูตระกูลใหญ่
- ชายารอง
- อนุภรรยา
- ฮองเฮา
- ขันที
- ขุนนาง
ถ้าทุกคนมีบุคลิกคล้ายกันหมด นักอ่านจะจำไม่ได้ว่าใครเป็นใคร
- พระเอกอาจเป็นแม่ทัพผู้เย็นชา
- นางเอกอาจเป็นหญิงสาวผู้ฉลาด
แต่คำว่า เย็นชา และ ฉลาด อย่างเดียวอาจยังไม่พอ สิ่งที่ทำให้ตัวละครน่าจำคือเขามีวิธีคิดและพฤติกรรมที่เป็นของตัวเอง
- พระเอกคนหนึ่งอาจไม่เคยเชื่อใจใคร
- อีกคนอาจยอมเสียทุกอย่างเพื่อรักษาคำสัญญา
- อีกคนอาจดูเหมือนคนโหดร้าย แต่กลับมีข้อห้ามบางอย่างที่ไม่มีใครรู้
สิ่งเหล่านี้ทำให้ตัวละครมีตัวตนและเมื่อคนอ่านจำตัวละครได้เขาก็มีเหตุผลที่จะกลับมาอ่านต่อ
6. เรื่องดีแต่ลงไม่สม่ำเสมอ
ลองมองจากมุมของนักอ่าน
- วันนี้เจอนิยายเรื่องหนึ่ง
- อ่านแล้วสนุก
- กดติดตาม
- พรุ่งนี้ไม่มีตอนใหม่
- อีกสองวันก็ไม่มี
- หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปก็ยังไม่มี
สุดท้ายคนอ่านอาจไปอ่านเรื่องอื่นไม่ได้แปลว่าเรื่องของคุณไม่สนุกแต่ในโลกของนิยายออนไลน์ความสม่ำเสมอมีผลต่อการรักษาคนอ่าน ถ้าคุณไม่สามารถลงทุกวันได้ก็ไม่จำเป็นต้องฝืน
แต่ควรกำหนดจังหวะที่ตัวเองทำได้จริง
ตัวอย่างเช่น
สัปดาห์ละ 3 ตอนหรือสัปดาห์ละ 2 ตอน
สิ่งสำคัญคืออย่ากำหนดตารางที่หนักเกินกำลังจนทำได้เพียงไม่กี่วันแล้วหายไป
7. เขียนดีแต่ไม่ได้โปรโมต
นี่คือเรื่องที่นักเขียนจำนวนมากมองข้ามการเขียนนิยายกับการทำให้นิยายถูกมองเห็นเป็นคนละเรื่องกัน คุณสามารถเขียนนิยายได้ดีมากแต่ถ้าไม่มีใครรู้ว่ามีนิยายเรื่องนี้อยู่นักอ่านก็ไม่มีทางเข้ามาอ่าน
การโปรโมตไม่จำเป็นต้องหมายถึงการซื้อโฆษณาเสมอไป
- อาจเป็นการทำโพสต์สั้นๆ
- ตัดฉากเด็ดออกมา
- ตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวละคร
- เล่าจุดน่าสนใจของพล็อต
หรือทำคอนเทนต์เกี่ยวกับปัญหาที่คนอ่านนิยายจีนโบราณชอบ
สิ่งสำคัญคืออย่าบอกแค่ว่า นิยายเรื่องใหม่ของเราเปิดแล้ว
เพราะคนที่ยังไม่รู้จักเรื่องของคุณอาจไม่มีเหตุผลที่จะกดลองขายความอยากรู้
ตัวอย่างเช่น
ถ้าฮ่องเต้สั่งให้คุณแต่งงานกับคนที่ฆ่าครอบครัวคุณ คุณจะทำอย่างไร
นักอ่านที่สนใจพล็อตแบบนี้จะอยากรู้ต่อทันทีว่าเรื่องอะไร
8. อย่าเอายอดอ่านของตัวเองไปเทียบกับเรื่องที่เปิดมานานแล้ว
นี่เป็นกับดักทางความรู้สึกที่นักเขียนเจอกันบ่อยมากเห็นเรื่องอื่นยอดอ่านหลักหมื่นของเราหลักร้อย แล้วคิดว่าแสดงว่าเรื่องเราสู้เขาไม่ได้แต่ตัวเลขสองตัวนั้นอาจเทียบกันไม่ได้เลย
- เรื่องหนึ่งอาจเปิดมาหลายเดือน
- มีฐานนักอ่านเดิม
- มีคนติดตามอยู่แล้ว
- มีการโปรโมตต่อเนื่อง
ส่วนเรื่องของคุณอาจเพิ่งเปิดได้ไม่กี่วัน ดังนั้นยอดอ่านไม่ได้บอกคุณภาพของนิยายเพียงอย่างเดียวมันยังเกี่ยวข้องกับ
- ระยะเวลาที่เผยแพร่
- จำนวนคนที่เห็น
- การโปรโมต
- ความถี่ในการอัปเดต
- ชื่อเรื่อง
- ปก
- คำโปรย
- พฤติกรรมของคนอ่าน
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ลองตรวจนิยายของตัวเองตามลำดับนี้
หากคนไม่กดเข้าเรื่อง
- ชื่อเรื่อง
- ปก
- หมวดหมู่
- แท็ก
- คำโปรย
หากคนกดเข้าแต่ไม่อ่านต่อ
-
ตอนแรก
-
ประโยคเปิดเรื่อง
-
ความเร็วของเนื้อเรื่อง
-
ตัวละคร
-
จุดขัดแย้ง
หากคนอ่านช่วงแรกแต่หายไป
-
จังหวะของเรื่อง
-
ความน่าสนใจของพล็อตระยะยาว
-
ความถี่ในการลง
-
การดำเนินเรื่องหลังช่วงเปิดตัว
หากคนอ่านมีแต่ยอดไม่โต
-
การโปรโมต
-
ความสม่ำเสมอ
-
ช่องทางที่ใช้ดึงคนอ่าน
-
การสร้างฐานนักอ่าน
อย่ารีบสรุปว่า นิยายฉันไม่สนุก เพียงเพราะยอดอ่านน้อย บางครั้งปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวนิยายเลยแต่อยู่ที่ว่านักอ่านยังไม่เห็นมันการเขียนนิยายคือการสร้างเรื่องแต่การทำให้นิยายมีคนอ่านคือการทำให้คนอ่าน
เห็น → สนใจ → กดเข้า → อ่าน → อยากอ่านต่อ → กลับมาอีก
ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งสะดุดยอดอ่านก็อาจไม่เป็นอย่างที่นักเขียนคาดหวัง ดังนั้นถ้านิยายจีนโบราณของคุณยอดอ่านยังน้อยอย่าเพิ่งโยนต้นฉบับทิ้งลองกลับมาดูใหม่ตั้งแต่หน้าปก ชื่อเรื่อง คำโปรย ไปจนถึงตอนแรก
บางทีคุณอาจไม่ได้เขียนนิยายที่ ไม่มีคนอ่าน คุณอาจแค่ยังไม่ได้ทำให้คนอ่านค้นพบว่านิยายของคุณมีอะไรให้อ่านและนี่เป็นปัญหาที่แก้ได้เพราะต่อให้พล็อตดีแค่ไหนหากไม่มีใครกดเข้ามาอ่านก็ไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าเรื่องของคุณสนุกแค่ไหน
เขียนโดย ซินซิน
ห้องทดลองตัวเลข “นางฟ้าโปรยทรัพย์” งวด 1 ต.ค. 69 ทดลองแยกเลขเด่นจาก 2 ชุด
นิตยสารยี่ปั๊ว งวด 1 ต.ค. 69 ตามเส้นทาง 4-0-6 สู่ชุดเลข 2 ตัว
อาการเหน็บชาจากการนั่งทับขาเกิดขึ้นได้อย่างไร
เลขจิ้งจกปกแดงมาแรง งวด 1 ตุลาคม 2569
บอล ซุปเปอร์บอล งวด 1 ต.ค. 69 เลขวิ่ง 0 แล้วเลข 6 มาจากไหน
รหัสเลขมูเตลู "หมอปลาย พรายกระซิบ" 1 ตุลาคม 2569
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทย
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 1 ตุลาคม 69..ส่องเลยคนเชียงใหม่นิยมซื้อเลขอะไร?
2 ประเทศในโลกที่ไม่มีเครื่องดื่ม coke วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
แอดแมงปอ งวด 1 ต.ค. 69 ตามรอยเลข 2 ตัว ย้อนกลับไปหาชุด 3 ตัว
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/10/69
รวมเลขเด่นเลขดังโซเชียล งวด 1 ต.ค. 69 สำนักไหนแรง เลขไหนมา
อาการเหน็บชาจากการนั่งทับขาเกิดขึ้นได้อย่างไร
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/10/69
เลขจิ้งจกปกแดงมาแรง งวด 1 ตุลาคม 2569
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 1 ตุลาคม 69..ส่องเลยคนเชียงใหม่นิยมซื้อเลขอะไร?
รหัสเลขมูเตลู "หมอปลาย พรายกระซิบ" 1 ตุลาคม 2569
ทำไมสุนัขเตะดินแรงหลังขับถ่ายเสร็จ


