หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

บับเบิลกันกระแทกเคยถูกออกแบบให้ติดผนังจริงหรือไม่

เขียนโดย evileyes

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ลองนึกภาพห้องรับแขกยุค 1950 ที่ผนังทั้งแผ่นเต็มไปด้วยพลาสติกใสป่อง ๆ เมื่อมองไกล ๆ อาจดูเหมือนงานตกแต่งล้ำยุค แต่พอเข้าใกล้จะเห็นฟองอากาศเรียงตัวอยู่เต็มกำแพง ของชิ้นนี้คุ้นตาเรามากในฐานะวัสดุห่อแก้ว ห่อเครื่องใช้ และเป็นของเล่นมือเวลานั่งบีบให้ดังป๊อกแป๊ก

จุดเริ่มต้นของมันกลับอยู่ในวงการตกแต่งบ้าน ไม่ใช่วงการขนส่ง ปี 1957 อัลเฟรด ฟีลดิง และมาร์ก ชาวานน์ส ทดลองทำวอลเปเปอร์ผิวมีมิติ โดยนำแผ่นพลาสติกคล้ายม่านอาบน้ำ 2 แผ่นมาซีลด้วยความร้อนให้มีอากาศค้างอยู่ตรงกลาง เป้าหมายคือผนังที่มีพื้นผิวแปลกใหม่สำหรับบ้านยุคสมัยใหม่

คำตอบคือ ใช่ บับเบิลกันกระแทกเริ่มจากไอเดียวอลเปเปอร์จริง แต่สินค้าแบบนั้นไปไม่รอด พื้นผิวพลาสติกที่มีฟองอากาศไม่ได้เหมาะกับการใช้เป็นผนังบ้านอย่างที่คาดไว้

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือทั้งคู่ไม่ได้ทิ้งแผ่นพลาสติกนี้ทันที พวกเขาลองหาประโยชน์ใหม่ให้มันมากกว่า 400 แนวทาง หนึ่งในนั้นคือใช้เป็นฉนวนสำหรับเรือนกระจก เพราะชั้นอากาศที่ถูกกักไว้ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนได้บ้าง ทว่าการทดลองนี้ก็ไม่กลายเป็นตลาดหลักเช่นกัน

ระหว่างนั้น คุณสมบัติสำคัญของวัสดุเริ่มชัดขึ้น ฟองอากาศไม่ได้มีไว้ให้ดูนูนเพียงอย่างเดียว เมื่อมีแรงกดจากภายนอก ฟองแต่ละเม็ดจะยุบตัวและรับแรงไว้ก่อนที่แรงนั้นจะไปถึงวัตถุด้านใน หลักการเรียบง่ายนี้เหมาะกับของเปราะบางมากกว่ากำแพงห้องนั่งเล่นหลายเท่า

ปี 1960 ทั้งสองก่อตั้ง Sealed Air เพื่อพัฒนาวัสดุชนิดนี้ต่อ และในช่วงต้นทศวรรษ 1960 ก็พบตลาดที่ใช่ นั่นคือการบรรจุภัณฑ์สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง โดย IBM ใช้วัสดุนี้ปกป้องคอมพิวเตอร์ 1401 ระหว่างการขนส่ง แหล่งข้อมูลบางแห่งระบุการพบการใช้งานบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ปี 1961 ขณะที่บันทึกจากครอบครัวฟีลดิงระบุว่าการชักชวน IBM สำเร็จในปี 1963 จึงควรสรุปอย่างระมัดระวังว่า จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในช่วงต้นยุค 1960

ก่อนมีวัสดุแบบนี้ การห่อของจำนวนมากอาศัยกระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษขยำ ซึ่งทั้งสกปรก มีหมึกติด และรับแรงกระแทกได้จำกัด ฟองอากาศในแผ่นพลาสติกจึงตอบโจทย์ตรง ๆ: น้ำหนักเบา ยืดหยุ่น และโอบรัดวัตถุได้

เรื่องของบับเบิลกันกระแทกจึงไม่ใช่แค่เกร็ดประวัติศาสตร์ชวนยิ้ม มันเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าผลลัพธ์ที่พลาดจากโจทย์แรกอาจมีคุณค่าอยู่ เพียงแต่อยู่คนละสถานที่กับที่ตั้งใจไว้ จากของที่เคยถูกออกแบบให้คนมองบนผนัง มันกลายเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกใช้ปกป้องของสำคัญในกล่องพัสดุจนถึงทุกวันนี้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 90 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งทำไมเทพไทร์จึงยอมเสียมือให้หมาป่าเฟนรีร์?ช็อกโกแลตมีฝ้าขาวทั้งที่ยังไม่หมดอายุ กินได้ไหม?ปฐมเทศนาเริ่มจากทางสายกลาง ก่อนแจกแจงอริยสัจ 4 อย่างไร?“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรูเลขเด็ดพลังเต่าหับ งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดเลขวงกลมเด่น พร้อมแนวทางเลขสองตัวที่น่าจับตาย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่นเปิดแนวทางเลข วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569..จอมขมังเวทย์พระพุทธรูปปางมารวิชัยเอื้อมมือแตะพื้นหมายถึงอะไร?เลขเด็ดเต็งหนึ่ง งวด 1 พฤศจิกายน 69จังหวัดที่มีอำเภอติดทะเล เพียงอำเภอเดียว ภูมิศาสตร์ไทยที่หลายคนไม่รู้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ส่งทหารถือปืนกลไปจัดการนก: สงครามเอมูปี 1932 จบอย่างไร?กว่า 400 ปีใต้โคลน: ของใช้จากเรือรบแมรีโรสเผยชีวิตลูกเรือเรือสำรวจแฟรงคลินหายกลางอาร์กติก 170 ปี: เบาะแสไหนพาไปถึงซากเรือ?เขื่อนสามผาทำให้วันยาวขึ้น 0.06 ไมโครวินาทีจริงไหม?
ตั้งกระทู้ใหม่