ชื่อไม่เคยโกหก : “หนอง คลอง บึง ทุ่ง ลาด ลำ” รหัสเรื่องน้ำท่วมจากคนโบราณ
ชื่อไม่เคยโกหก : “หนอง คลอง บึง ทุ่ง ลาด ลำ” รหัสเรื่องน้ำท่วมจากคนโบราณ
ถ้าเปิดแผนที่กรุงเทพมหานครแล้วค่อย ๆ อ่านชื่อเขต แขวง ถนน ชุมชน และคลอง จะพบคำเกี่ยวกับน้ำปรากฏอยู่เต็มพื้นที่ ตั้งแต่หนองจอก หนองแขม หนองบอน บึงกุ่ม คลองสามวา คลองเตย คลองสาน คลองตัน ทุ่งครุ ทุ่งมหาเมฆ ทุ่งวัดดอน ไปจนถึงบางซื่อ บางกะปิ บางนา บางแค บางบอน ลาดพร้าว ลาดกระบัง และประเวศ ชื่อเหล่านี้ไม่ใช่เพียงป้ายบอกทาง แต่เป็นเศษเสี้ยวความทรงจำของภูมิประเทศก่อนมีถนนวงแหวน ทางด่วน รถไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม และโครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่
คนไทยรุ่นก่อนไม่ได้มีแผนที่ภูมิประเทศแบบเส้นชั้นความสูง ไม่มีภาพถ่ายดาวเทียม ไม่มีแบบจำลองน้ำหลาก แต่มีเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ใช้ได้ดีมาหลายร้อยปี คือ "ชื่อ" การตั้งชื่อหมู่บ้าน ชื่อทุ่ง ชื่อคลอง ชื่อตำบล ของคนสมัยก่อนแทบไม่เคยตั้งเพื่อความไพเราะเป็นหลัก แต่ตั้งตามสิ่งที่ตาเห็นและตีนเหยียบ พื้นที่ตรงไหนมีแอ่งน้ำตื้น ๆ ขังอยู่ตลอดปีก็เรียกว่า "หนอง" ตรงไหนเป็นแอ่งใหญ่ น้ำลึกกว่า มีบัวมีปลาอยู่ประจำก็เรียกว่า "บึง" ตรงไหนเป็นทางน้ำยาวไหลผ่านก็เรียกว่า "คลอง" และตรงไหนเป็นที่ราบโล่งกว้าง น้ำหลากท่วมถึงตามฤดูกาลจนปลูกบ้านถาวรไม่ได้ ต้องใช้ทำนาหรือปล่อยควายก็เรียกว่า "ทุ่ง" สำนวนติดปาก "ห้วย หนอง คลอง บึง" จึงไม่ใช่แค่คำคล้องจอง แต่เป็นการไล่ลำดับประเภทของแหล่งน้ำที่คนรุ่นก่อนจำแนกไว้อย่างละเอียดกว่าที่คนเมืองยุคนี้เข้าใจกันมาก
เมื่อชื่อถูกใช้ต่อเนื่องมาหลายชั่วอายุคน ชื่อเหล่านั้นจึงคล้ายบันทึกภูมิศาสตร์ฉบับย่อที่ติดอยู่กับพื้นที่ แม้สภาพจริงจะถูกถม ปรับระดับ ขุดคลองใหม่ หรือสร้างอาคารไปแล้วก็ตาม
งานศึกษาภูมินามกรุงเทพฯ พบว่าชื่อซึ่งสัมพันธ์กับเมืองฐานน้ำมีอยู่ไม่น้อย ครอบคลุมคำอย่างเกาะ คลอง ปากคลอง ริมคลอง ท่า ทุ่ง บาง บึง ราง ลาด และลำ ส่วนคำว่า “บาง” มีความหมายเกี่ยวข้องกับทางน้ำขนาดเล็กหรือทางน้ำที่ระดับเปลี่ยนไปตามน้ำขึ้นน้ำลง จึงพบมากในเมืองลุ่มริมแม่น้ำ ภาพรวมดังกล่าวช่วยอธิบายว่าทำไมกรุงเทพฯ และจังหวัดรอบข้างจึงมีชื่อขึ้นต้นด้วย “บาง” จำนวนมากจนแทบกลายเป็นลายเซ็นของภูมิภาคลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง
ความหมายของคำเหล่านี้ละเอียดกว่าที่คิด "หนอง" คือแอ่งน้ำตื้น ขอบไม่ชัด ฤดูแล้งอาจแห้งจนเดินข้ามได้ ฤดูฝนขยายตัวออกไปกว้าง เป็นพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติที่พองและยุบตามฤดู "บึง" ใหญ่กว่า ลึกกว่า มีน้ำเกือบตลอดปี หลายแห่งเกิดจากทางน้ำเก่าที่แม่น้ำเปลี่ยนทางแล้วทิ้งแอ่งไว้ "คลอง" ครอบคลุมทั้งทางน้ำธรรมชาติที่ไหลเชื่อมแม่น้ำกับที่ลุ่ม และคลองขุดฝีมือมนุษย์ที่ขุดเพื่อลัดทาง เพื่อชลประทาน หรือเพื่อระบายน้ำ ส่วน "ทุ่ง" คือที่ราบลุ่มน้ำหลาก พื้นที่แบบนี้ในอดีตคือพื้นที่รับน้ำก้อนใหญ่ที่สุดของลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง นอกจากสี่คำหลัก ยังมีคำบอกใบ้อีกชุดใหญ่ที่ควรอ่านออกพร้อมกัน เช่น "บาง" ซึ่งหมายถึงทางน้ำเล็กที่แยกจากแม่น้ำ หรือหมู่บ้านริมทางน้ำนั้น "ลาด" หมายถึงที่ลุ่มลาดเอียงที่น้ำไหลผ่านเป็นแผ่น "ลำ" หมายถึงลำน้ำสายเล็ก "คู" คือร่องน้ำที่ขุดไว้ "แพรก" คือจุดที่ลำน้ำแยกแขนง "ตระพัง" หรือ "สระ" คือแอ่งขังน้ำ "ท่า" คือจุดขึ้นลงเรือซึ่งแปลว่าติดน้ำแน่นอน "ปาก" คือปากคลองปากลำน้ำ และ "วัง" ในความหมายเก่าคือห้วงน้ำลึกในลำน้ำ ตรงกันข้าม คำว่า "ดอน" "โคก" "เนิน" "โพธิ์" หรือ "บ้านสูง" มักบอกถึงที่สูงกว่ารอบข้าง ซึ่งคนโบราณเลือกเป็นที่ตั้งบ้าน ตั้งวัด และตั้งตลาด
เหตุผลที่ชื่อเหล่านี้กลายเป็นคำเตือนเรื่องน้ำท่วมได้อย่างแม่นยำ อยู่ที่ธรณีสัณฐานของกรุงเทพฯ และปริมณฑลเอง พื้นที่ทั้งหมดตั้งอยู่บนดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา เกิดจากตะกอนที่แม่น้ำพัดพามาทับถมบนดินเหนียวอ่อนทะเลเดิม ระดับพื้นดินส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางเพียงประมาณ 0.5–2 เมตร ความลาดชันของพื้นที่น้อยมากจนน้ำไหลออกช้า และยังได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุนวันละสองรอบ น้ำที่ไหลลงมาจากภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจึงต้องใช้เวลานานกว่าจะผ่านออกอ่าวไทย ระหว่างรอ น้ำก็ไปกองอยู่ในที่ต่ำสุดของภูมิประเทศเสมอ ซึ่งก็คือจุดที่คนโบราณตั้งชื่อว่าหนอง บึง และทุ่ง นั่นเอง เติมด้วยการทรุดตัวของแผ่นดินจากการสูบน้ำบาดาลในอดีต การถมที่ปลูกอาคารจนน้ำซึมลงดินไม่ได้ และการรุกล้ำแนวคลองจนหน้าตัดการระบายน้ำแคบลง ผลลัพธ์คือพื้นที่เดิมที่เคยรับน้ำได้ถูกแปลงเป็นหมู่บ้านจัดสรรและนิคมอุตสาหกรรม ส่วนน้ำก็ยังคงจำทางเดิมของตัวเองได้ดีอยู่
อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันพบว่าภูมิประเทศที่เปลี่ยนเป็นเมืองใหญ่ได้เปลี่ยนแปลงที่ดินเดิมไปอย่างมาก ชื่อเกี่ยวกับน้ำไม่เท่ากับคำตัดสินว่าพื้นที่นั้นจะต้องท่วมเสมอ และชื่อที่ไม่มีคำเกี่ยวกับน้ำก็ไม่ได้รับประกันว่าจะปลอดภัย การประเมินความเสี่ยงต้องดูระดับพื้นดิน ระดับถนน แนวคันกั้นน้ำ ประสิทธิภาพท่อและคลองระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ การทรุดตัวของแผ่นดิน ระดับน้ำทะเล จังหวะน้ำขึ้นน้ำลง ปริมาณฝน สิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงระดับของบ้านแต่ละหลัง ประกอบความเสี่ยงด้วย ชื่อสถานที่จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นเบาะแสชั้นแรก ไม่ใช่หลักฐานชิ้นสุดท้าย
ถ้าไล่ดูชื่อในกรุงเทพมหานครทีละกลุ่ม ภาพจะชัดขึ้นทันที เริ่มจากกลุ่ม "หนอง" มีเขตหนองจอกทางตะวันออกสุดของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำและกว้างที่สุดเขตหนึ่ง เขตหนองแขมทางตะวันตก แขวงหนองค้างพลูและหนองแขมในฝั่งธนบุรี แขวงหนองบอนในเขตประเวศ ซึ่งภายหลังกลายเป็นที่ตั้งของบึงหนองบอนและอุโมงค์ระบายน้ำหนองบอน ตลอดจนชื่อย่อยอีกจำนวนมากอย่างหนองใหญ่ หนองระแหง หนองงูเห่า โดยเฉพาะชื่อสุดท้ายนั้นน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะพื้นที่หนองงูเห่าในเขตติดต่อลาดกระบังกับบางพลีคือที่ตั้งของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในปัจจุบัน ชื่อเดิมบอกตรง ๆ ว่าเคยเป็นที่ลุ่มน้ำขังกว้างใหญ่ การพัฒนาโครงการขนาดนั้นจึงต้องถมดินยกระดับและสร้างคลองระบายน้ำโดยรอบอย่างหนัก
หนองจอกเป็นตัวอย่างเด่นที่สุดแห่งหนึ่ง อยู่ทางตะวันออกของกรุงเทพฯ และยังรักษาภาพของพื้นที่คลอง ทุ่งนา ชุมชนเกษตร และที่ราบกว้างไว้ได้มากกว่าย่านชั้นใน ชื่อเขตได้รับการใช้เป็นทางการและปรากฏในข้อมูลของกรุงเทพมหานคร รอบหนองจอกมีโครงข่ายคลองจำนวนมาก ทั้งคลองตามลำดับเลขและคลองที่ตั้งชื่อตามชุมชนหรือสภาพพื้นที่ ทิศทางน้ำของฝั่งตะวันออกสัมพันธ์กับพื้นที่มีนบุรี คลองสามวา ลาดกระบัง และจังหวัดฉะเชิงเทรา ความเสี่ยงจึงไม่ใช่เฉพาะน้ำฝนตกในพื้นที่ แต่รวมถึงระดับน้ำในคลอง ความสามารถในการสูบระบาย และน้ำจากพื้นที่ตอนบนของแนวคลองด้วย
หนองบอนอยู่ในบริเวณประเวศทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพฯ ชื่อหนองยังปรากฏชัดผ่านบึงหนองบอน ซึ่งปัจจุบันเป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนและแหล่งรองรับน้ำ บึงแห่งนี้ได้รับการขุดและพัฒนาให้ทำหน้าที่คล้ายพื้นที่หน่วงน้ำ โดยเริ่มดำเนินงานใน พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) และแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) กรณีหนองบอนทำให้เห็นว่าพื้นที่เกี่ยวกับน้ำไม่ได้มีแต่ด้านเสี่ยง หากสามารถเก็บน้ำ หน่วงน้ำ และจัดทางระบายให้เหมาะสม ก็ช่วยลดภาระของพื้นที่โดยรอบได้
บริเวณประเวศ หนองบอน ดอกไม้ สวนหลวง และแนวศรีนครินทร์มีทั้งคลอง หนองเดิม บึงรับน้ำ และพื้นที่พัฒนาเมืองขนาดใหญ่ ปัญหาที่พบได้จึงมีหลายแบบ ตั้งแต่น้ำขังบนถนนจากฝนตกหนักในเวลาสั้น ระดับคลองสูงทำให้ระบายช้า ไปจนถึงน้ำไหลจากพื้นที่ถมสูงสู่ที่ดินเดิมซึ่งต่ำกว่า บ้านที่อยู่ใกล้บึงอาจไม่จำเป็นต้องเสี่ยงกว่าบ้านที่อยู่ไกล เพราะบึงซึ่งบริหารจัดการดีอาจช่วยรับน้ำ ตรงกันข้าม บ้านซึ่งอยู่ห่างทางน้ำแต่ตั้งอยู่ในแอ่งถนนและไม่มีทางออกของน้ำก็อาจพบปัญหาได้มากกว่า
คำว่า “บึง” ให้ภาพแหล่งน้ำนิ่งหรือแอ่งน้ำกว้างกว่าหนอง บึงอาจเป็นส่วนหนึ่งของที่ราบน้ำท่วมถึง เป็นแหล่งเก็บน้ำตามธรรมชาติ หรือได้รับการขุดปรับให้เป็นพื้นที่หน่วงน้ำ เมื่อเมืองขยาย บึงจำนวนหนึ่งถูกถม บางแห่งเหลือเพียงชื่อ บางแห่งถูกเก็บรักษาเป็นสวนหรืออ่างรับน้ำ ชื่อที่ขึ้นต้นด้วยบึงจึงควรชวนให้ตรวจสอบทั้งอดีตของพื้นที่และบทบาทของแหล่งน้ำที่ยังเหลืออยู่
บึงกุ่มเป็นชื่อเขตที่ชัดเจนมากทางตะวันออกของกรุงเทพฯ ตั้งชื่อตามบึงเดิม แขวงคลองจั่น พื้นที่บางกะปิและมีนบุรีเชื่อมโยงกันผ่านคลองแสนแสบและคลองสาขา ต่อเนื่องกันเป็นแอ่งรับน้ำเก่า รอบพื้นที่มีคลองกุ่ม คลองแสนแสบ คลองบางชวด คลองลำพังพวย คลองลำเจียก และคลองย่อยอีกหลายสาย รายละเอียดแนวเขตแสดงให้เห็นว่าคลองยังทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งเขตจำนวนมาก ชื่อบึงกุ่มมักเชื่อมโยงกับบึงหรือแหล่งน้ำที่มีกลุ่มต้นกุ่มขึ้นอยู่ในอดีต แม้สภาพปัจจุบันเปลี่ยนเป็นย่านที่อยู่อาศัย ถนน และการค้าจำนวนมาก แต่เครือข่ายคลองเดิมยังมีผลต่อการรับและระบายน้ำ
บึงสีกันในเขตดอนเมืองกับหลักสี่ถูกปรับปรุงเป็นแก้มลิงเพื่อเก็บน้ำและระบายลงคลองบางพูดกับคลองตาอูฐ ช่วยลดน้ำขังย่านแจ้งวัฒนะ บึงมักกะสันกลางเมืองคือแอ่งเก่าที่ถูกล้อมด้วยทางรถไฟและถนน บึงพระราม 9 บึงลำไผ่ บึงกระเทียม บึงบัว บึงทะเลสาบในย่านมีนบุรีกับคลองสามวา ล้วนเป็นแอ่งธรรมชาติที่ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นพื้นที่หน่วงน้ำ แนวคิดแก้มลิงที่ใช้บึงและหนองเป็นที่พักน้ำชั่วคราวก่อนระบายลงลำน้ำ ก็เกิดจากพระราชดำริหลังอุทกภัยใหญ่ พ.ศ. 2538 (1995) โดยจำแนกแก้มลิงขนาดกลางไว้ว่าเป็นพื้นที่ธรรมชาติประเภทหนองและบึงโดยตรง
คำว่า “คลอง” แตกต่างจากหนองและบึงตรงที่เน้นทางเชื่อมของน้ำ คลองอาจเป็นทางน้ำธรรมชาติที่ได้รับการขุดแต่ง หรือเป็นคลองขุดเพื่อชลประทาน คมนาคม ป้องกันเมือง และระบายน้ำ ชื่อคลองจึงไม่ได้แปลว่าพื้นที่ต่ำเสมอไป แต่บอกว่าชีวิตและรูปแบบที่ดินเคยวางตัวตามแนวทางน้ำ ความเสี่ยงมักอยู่ที่ตลิ่ง ระดับน้ำในคลอง การรุกล้ำทางน้ำ สะพานหรือท่อที่ขวางการไหล และความต่างระดับระหว่างบ้าน ถนน กับคลอง
กลุ่ม "คลอง" มีมากจนแทบเป็นโครงกระดูกของเมือง เขตคลองเตย คลองสาน คลองสามวา คลองสานต่อเนื่องธนบุรี แขวงคลองจั่น คลองกุ่ม คลองตัน คลองขวาง คลองถนน คลองทวีวัฒนา คลองบางบอน และคลองสายใหญ่อย่างแสนแสบ ประเวศบุรีรมย์ ลาดพร้าว เปรมประชากร ภาษีเจริญ มหาสวัสดิ์ บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ชื่อเหล่านี้บอกว่าเมืองทั้งเมืองเคยใช้น้ำเป็นถนนสายหลัก ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ล้อ แล้วค่อย ๆ ถมคลองหลายสายเป็นถนน เช่น คลองที่กลายเป็นถนนบางสายในพระนครชั้นใน เมื่อทางน้ำหายไป น้ำฝนที่เคยไหลลงคลองก็ไปรวมบนผิวจราจรแทน หลายจุดที่ท่วมซ้ำซากทุกวันนี้จึงตรงกับแนวคลองเดิมอย่างพอดิบพอดี
คลองสามวาเป็นทั้งชื่อเขตและชื่อคลองในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พื้นที่กว้าง เชื่อมต่อมีนบุรี หนองจอก สายไหม และลำลูกกา ชื่อ “สามวา” มักอธิบายตามขนาดหรือความกว้างของทางน้ำในอดีต รูปแบบที่ดินจำนวนมากเป็นแนวยาวตามคลองเก่า มีทั้งพื้นที่เกษตร ชุมชนดั้งเดิม และหมู่บ้านจัดสรรที่เกิดภายหลัง คลองหลายสายทำหน้าที่รับน้ำจากเหนือไปใต้หรือเชื่อมระหว่างคลองหลัก การขยายเมืองบนพื้นที่ราบจึงต้องพึ่งประตูระบายน้ำ สถานีสูบ และการบริหารระดับคลองอย่างต่อเนื่อง
คลองสานอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ชื่อบอกถึงชุมชนริมน้ำและคลองเก่าซึ่งมีบทบาทด้านการเดินทางและการค้า ความเสี่ยงต่างจากคลองสามวา เพราะพื้นที่ริมเจ้าพระยาต้องพิจารณาน้ำหนุน แนวป้องกันริมแม่น้ำ ปากคลอง และระดับพื้นของชุมชนเก่า อาคารสูงหรือโครงการใหม่อาจมีแนวป้องกันของตนเอง แต่ซอย วัด ตลาด และบ้านดั้งเดิมริมคลองอาจมีระดับต่ำกว่า
คำว่า “ทุ่ง” หมายถึงพื้นที่โล่งกว้าง มักเป็นนา พื้นที่หญ้า หรือที่ราบซึ่งมีน้ำตามฤดูกาล ทุ่งมิใช่บึงถาวร แต่มีโอกาสทำหน้าที่รับน้ำชั่วคราวได้ ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างมีแนวคิดใช้พื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำหลังการเก็บเกี่ยว กรมชลประทานมีข้อมูลการบริหารน้ำในทุ่งรับน้ำหลายแห่งของเจ้าพระยาตอนล่าง จึงเห็นได้ว่าคำว่าทุ่งไม่ได้เป็นเพียงภาพชนบท หากเกี่ยวข้องกับหน้าที่ของพื้นที่ในการเก็บและชะลอน้ำระดับลุ่มน้ำด้วย
เขตทุ่งครุทางฝั่งใต้ของธนบุรี แขวงทุ่งสองห้องในหลักสี่ ทุ่งมหาเมฆในสาทร ทุ่งพญาไทซึ่งเคยเป็นนาหลวงกลางเมือง ทุ่งวัดดอน ทุ่งสีกัน ทุ่งเศรษฐีย่านหนองแขม และสนามหลวงที่คนเก่าเรียกว่าทุ่งพระเมรุ ล้วนเคยเป็นที่โล่งน้ำถึง ยิ่งออกไปทางเหนือ พื้นที่ที่เรียกกันว่าทุ่งรังสิตหรือชื่อเดิมคือทุ่งหลวง กินอาณาบริเวณราว 2,000 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1.5 ล้านไร่ ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นท้องทุ่งหญ้าน้ำหลากที่มีโขลงช้างและฝูงสมันอาศัยอยู่ ต่
อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้บริษัทขุดคลองแลคูนาสยามดำเนินการขุดคลองตามสัญญาเมื่อ พ.ศ. 2431 (1888) และลงมือขุดคลองสายหลักตั้งแต่ราว พ.ศ. 2433 (1890) พร้อมคลองซอยขนานกันเป็นตารางหมายเลข 1 ถึง 13 ภายหลังพระราชทานนามว่าคลองรังสิตประยูรศักดิ์ การขุดคลองชุดนั้นเปลี่ยนท้องทุ่งน้ำหลากให้กลายเป็นอู่ข้าวขนาดมหึมา และต่อมากลายเป็นเมือง มหาวิทยาลัย นิคมอุตสาหกรรม และหมู่บ้านจัดสรรเรียงรายตามคลองซอย ซึ่งก็คือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดช่วงอุทกภัย พ.ศ. 2554 (2011) พอดี
ทุ่งสองห้องในหลักสี่และดอนเมืองอยู่ใกล้แนวคลองประปา คลองเปรมประชากร ทางรถไฟ ถนนวิภาวดีรังสิต และพื้นที่รับน้ำตอนเหนือ ชื่อทุ่งสอดคล้องกับอดีตพื้นที่นากว้างก่อนเมืองขยายตามสนามบิน ถนน และทางรถไฟ บริเวณหลักสี่ ดอนเมือง และบางส่วนของสายไหมเคยได้รับผลกระทบหนักในเหตุการณ์น้ำท่วม พ.ศ. 2554 (ค.ศ. 2011) เนื่องจากตำแหน่งอยู่บนแนวน้ำจากที่ราบตอนเหนือเข้าสู่กรุงเทพฯ
คำว่าทุ่งยังปรากฏในชื่อเก่า เช่น ทุ่งบางกะปิ ซึ่งในอดีตกินความหมายกว้างกว่าขอบเขตเขตบางกะปิปัจจุบัน ครอบคลุมพื้นที่ราบทางตะวันออกซึ่งภายหลังแยกเป็นหลายเขต เช่น บึงกุ่ม วังทองหลาง คันนายาว สะพานสูง และส่วนใกล้เคียง การอ่านชื่อเก่าจึงช่วยให้เห็นภาพภูมิประเทศต่อเนื่อง ไม่ถูกแบ่งด้วยเส้นเขตการปกครองสมัยใหม่
นอกจาก 4 คำหลักที่กล่าวมาแล้ว ยังมีคำอีกหลายกลุ่มที่สื่อถึงน้ำหรือความสูงต่ำ เช่น “บาง” หมายถึงทางน้ำหรือชุมชนริมน้ำ พบในบางซื่อ บางพลัด บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางขุนเทียน บางบอน บางแค บางนา บางรัก บางคอแหลม บางเขน หลายแห่งไม่ได้อยู่ติดแม่น้ำสายใหญ่ในปัจจุบัน เพราะคำว่าบางอาจหมายถึงคลอง ลำราง หรือทางน้ำเดิมซึ่งเปลี่ยนรูปไปแล้ว ดังนั้น ชื่อ “บาง” จึงเป็นเบาะแสของทางน้ำเดิม แต่ประเภทความเสี่ยงปัจจุบันอาจเปลี่ยนเป็นน้ำฝนในเมือง
บางพลัด บางกอกน้อย และบางกอกใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งธนบุรี ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาและคลองประวัติศาสตร์หลายสาย ความเสี่ยงสำคัญคือพื้นที่นอกแนวคันป้องกันน้ำ จุดเปิดริมแม่น้ำ ชุมชนติดคลอง และน้ำหนุนในช่วงระดับเจ้าพระยาสูง บ้านบางหลังตั้งอยู่หลังแนวป้องกันจึงมีความเสี่ยงน้อยกว่าบ้านอีกฝั่งของแนว แม้อยู่ในซอยเดียวกัน การดูเพียงชื่อเขตจึงละเอียดไม่พอ ต้องดูว่าบ้านอยู่ด้านใดของแนวป้องกันด้วย
คำว่า “ลาด” มักบอกพื้นเอียงหรือบริเวณที่ระดับค่อย ๆ ลดลงสู่น้ำ เช่น ลาดพร้าวและลาดกระบัง แต่ที่มาของชื่อแต่ละแห่งอาจมีคำอธิบายหลายสาย จึงไม่ควรแปลตรงตัวทุกกรณี ถึงกระนั้น คำนี้ชวนให้ดูทิศทางลาดของพื้น ถนน และคลอง เพราะน้ำจะไหลไปสะสมในจุดต่ำสุดเสมอ
คำว่า “คู” หมายถึงร่องน้ำที่ขุดขึ้น พบในชื่อคูคต จังหวัดปทุมธานี และบางชื่อย่อยในกรุงเทพฯ คูอาจมีหน้าที่ระบายน้ำ กำหนดเขต หรือป้องกันพื้นที่ ส่วนคำว่า “ลำ” ใช้กับลำน้ำหรือทางน้ำ เช่น ลำลูกกา ลำผักชี ลำต้อยติ่ง และลำปลาทิว คำว่า “ราง” หมายถึงร่องทางน้ำ เช่น รางบัว รางสะแก และรางน้ำ ชื่อกลุ่มนี้มักอยู่ต่ำกว่าระดับชื่อเขต มักปรากฎชื่อเรียกในระดับแขวง ตำบล และชุมชน
ออกไปนอกเขตกรุงเทพฯ ชื่อยังคงทำงานเหมือนเดิม ทางปทุมธานีมีอำเภอหนองเสือ อำเภอคลองหลวง อำเภอลำลูกกา อำเภอลาดหลุมแก้ว และตำบลชุด "บึง" เรียงกันเป็นพรืด ทั้งบึงยี่โถ บึงคำพร้อย บึงคอไห บึงทองหลาง บึงบา บึงกาสาม บึงชำอ้อ บึงบอน บึงน้ำรักษ์ ชื่อชุดนี้คือหลักฐานว่าพื้นที่ทั้งอำเภอเคยเป็นแอ่งรับน้ำต่อเนื่องกัน ทางนนทบุรีมีบางบัวทอง บางใหญ่ บางกรวย บางรักน้อย บางรักใหญ่ บางม่วง บางคูรัด ท่าอิฐ คลองข่อย ไทรน้อย ซึ่งตรงกับแนวที่น้ำจากทุ่งด้านเหนือไหลลงมาสมทบก่อนออกเจ้าพระยา
ทางสมุทรปราการมีบางพลี บางบ่อ บางเสาธง บางโฉลง บางปลา บางแก้ว บางหัวเสือ คลองด่าน คลองสวน แพรกษา และบางปู ซึ่งเป็นปลายทางของน้ำฝั่งตะวันออกทั้งระบบ ทางสมุทรสาครมีโคกขาม บางโทรัด บางกระเจ้า คลองมะเดื่อ หนองนกไข่ ท่าฉลอม บ้านแพ้ว ส่วนนครปฐมมีบางเลน บางภาษี บางปลา คลองโยง ศาลายา นครชัยศรี ที่ราบลุ่มแม่น้ำท่าจีนทั้งแถบนั้นรับน้ำหลากมาตั้งแต่โบราณ จะสังเกตได้ว่าเมื่อลากเส้นเชื่อมชื่อทั้งหมดเข้าด้วยกัน จะได้แผนที่ที่ใกล้เคียงกับแผนที่พื้นที่น้ำท่วมถึงของกรมชลประทานอย่างน่าทึ่ง ทั้งที่คนตั้งชื่อเมื่อหลายร้อยปีไม่เคยเห็นแผนที่แบบนั้นเลย
มีข้อสังเกตอยู่ข้อหนึ่ง คำว่า "ดอน" ควรแปลว่าที่สูง เพราะสื่อถึงพื้นที่สูงกว่ารอบข้าง เช่น ดอนเมือง ดอนหวาย ดอนตูม โคกขาม และโคกแฝด แต่คำว่าสูงในอดีตอาจหมายถึงสูงกว่าท้องนาเพียงเล็กน้อย ไม่ได้หมายถึงสูงพ้นน้ำทุกระดับ ดังนั้นคนกรุงเทพฯ จำนวนมากรู้จักเขตดอนเมืองในฐานะพื้นที่น้ำท่วมประจำ คำอธิบายอยู่ที่มาตราส่วน ดอนในความหมายเดิมคือเนินที่สูงกว่าพื้นที่รอบข้างเพียงเล็กน้อย พอจะตั้งบ้านตั้งวัดได้ในยุคที่น้ำหลากมาตามฤดู แต่เมื่อวัดเทียบกับระดับน้ำที่ไหลบ่าลงมาทั้งทุ่งด้านเหนือ ความสูงระดับนั้นไม่พอรับมือ ยิ่งเมื่อพื้นที่โดยรอบถูกถมสูงกว่าในภายหลัง ดอนเดิมก็กลายเป็นแอ่งไปโดยปริยาย
เมืองอาจสร้างถนนทับคลอง ถมหนองเป็นหมู่บ้าน เปลี่ยนบึงเป็นสวน และเปลี่ยนทุ่งเป็นศูนย์การค้าได้ แต่แรงโน้มถ่วงยังพาน้ำลงสู่ที่ต่ำ น้ำยังต้องการพื้นที่พักและทางผ่าน เมื่อพื้นที่เดิมถูกเปลี่ยน หน้าที่รับน้ำไม่ได้หายไปเอง หากถูกส่งต่อไปยังท่อ คลอง บ่อหน่วงน้ำ เครื่องสูบ หรือพื้นที่ข้างเคียง ชื่อสถานที่จึงช่วยเตือนให้มองสิ่งที่อยู่ใต้ผิวเมือง ไม่ใช่เพียงสิ่งที่เห็นบนถนน
ท้ายที่สุด ทำเลที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นทำเลที่ไม่เคยมีน้ำเลย เพราะกรุงเทพฯ และปริมณฑลเติบโตบนพื้นที่ลุ่มซึ่งอยู่ร่วมกับน้ำมายาวนาน ทำเลที่น่าอยู่ควรเป็นพื้นที่ซึ่งรู้ว่าน้ำมาจากไหน มีที่พักน้ำเพียงพอ มีทางระบายชัดเจน มีแนวป้องกันที่ดูแลได้ และมีเส้นทางเดินทางสำรองเมื่อเกิดฝนหนัก การอ่านคำว่า หนอง คลอง บึง ทุ่ง บาง ลาด คู ลำ ราง ดอน และโคก จึงไม่ใช่เหตุให้หวาดกลัว แต่เป็นวิธีรู้จักพื้นที่ให้ลึกกว่าชื่อบนป้าย
10 เลขขายดีจำเนียรอ่อนนุช 1 ต.ค. 69! เช็กต่อทีละตัว เลขไหนโผล่ซ้ำจากข้อมูลหลายทาง
หิมะถล่มเขาฮิมลุงในเนปาล พบผู้เสียชีวิต 4 ราย ยังสูญหาย 12 ราย
จุดเปลี่ยนพลิกชะตาเกาะอังกฤษ การพิชิตของดยุกแห่งนอร์มังดีที่เปลี่ยนโฉมหน้าโลกไปตลอดกาล
หลังจากใช้ชีวิตร่วมกันมา 70 ปี บัดนี้พวกเขาต้องแยกจากกันตลอดกาลแล้ว! ภรรยาของอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเสียชีวิตลงด้วยวัย 100 ปี
เลขธูปมาแรง อ.น๊อตตี้ งวด 1 ต.ค 69
พระไทยมีเมียไม่ได้ ต่างจากพระญี่ปุ่นที่มีเมียได้ เพราะอะไร?
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทย
ค่าเช่าบ้านพุ่งขึ้นทีเดียว 275%! หญิงชราวัย 87 ปีถูกตำรวจหามออกจากบ้านที่เธออาศัยมา 70 ปี ประชาชนหลายหมื่นคนออกมาประท้วงบนท้องถนน
จังหวัดในประเทศไทยที่ในอดีตอำเภอเคยเป็นจังหวัดมาก่อน และจังหวัดเคยเป็นอำเภอ
2 ประเทศในโลกที่ไม่มีเครื่องดื่ม coke วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
“ผิงผิง-ฟูซวง” ถึงแอตแลนตาแล้ว! แพนด้าคู่ใหม่จากจีน หลังสี จิ้นผิงพบทรัมป์
1/10/69 เลขไหนตรงกันหลายสำนัก เทียบให้เห็นชัด 2 ตัวไหนซ้ำ
จุดเปลี่ยนพลิกชะตาเกาะอังกฤษ การพิชิตของดยุกแห่งนอร์มังดีที่เปลี่ยนโฉมหน้าโลกไปตลอดกาล
หิมะถล่มเขาฮิมลุงในเนปาล พบผู้เสียชีวิต 4 ราย ยังสูญหาย 12 ราย
พระไทยมีเมียไม่ได้ ต่างจากพระญี่ปุ่นที่มีเมียได้ เพราะอะไร?
พิมรี่พายเปิดใจ เจอมรสุมรอบด้าน ขาดทุน-โกดังจมน้ำ ตอบชัดทำไมไม่ได้ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม
จังหวัดในประเทศไทยที่ในอดีตอำเภอเคยเป็นจังหวัดมาก่อน และจังหวัดเคยเป็นอำเภอ




