หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นาริมเลบ้านปากประ หนึ่งเดียวในไทย ปลูกข้าวบนพื้นที่ทะเลสาบได้อย่างไร

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

พื้นที่ตรงหน้าเป็นทะเลสาบ แต่ในช่วงหนึ่งของปี ชาวบ้านกลับลงไปปักดำต้นข้าวบนพื้นที่เดียวกันได้

นี่ไม่ใช่การปลูกข้าวใต้น้ำ และไม่ใช่การถมทะเลเพื่อทำนา แต่เป็นภูมิปัญญาที่อาศัย “จังหวะของน้ำ” เปลี่ยนพื้นที่ริมทะเลสาบให้กลายเป็นแปลงนาในช่วงเวลาสั้น ๆ

ที่บ้านปากประ ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง วิถีนี้เรียกว่า “นาริมเล” และมีข้อมูลจากหน่วยงานด้านชุมชนและการท่องเที่ยวระบุว่าเป็นภูมิปัญญาการทำนาริมทะเลสาบที่มีแห่งเดียวในประเทศไทย

“นาริมเล” ไม่ใช่นาที่อยู่ใต้น้ำตลอดปี

คำว่า “ปลูกข้าวในทะเล” อาจทำให้หลายคนนึกภาพว่าต้นข้าวเติบโตอยู่กลางน้ำตลอดเวลา

ความจริงแตกต่างออกไป

ชาวบ้านใช้ช่วงเวลาที่ระดับน้ำในทะเลสาบลดลง จนพื้นที่ริมฝั่งบางส่วนกลายเป็นดินเลน จากนั้นจึงใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแปลงนา

เมื่อระดับน้ำเปลี่ยนกลับมา พื้นที่เดียวกันก็กลับเข้าสู่สภาพของทะเลสาบอีกครั้ง

จึงพูดได้ว่า “นาริมเล” เป็นการใช้พื้นที่ตามจังหวะธรรมชาติ มากกว่าการเอาชนะธรรมชาติ

ทำไมบ้านปากประจึงต้องทำนาในทะเลสาบ

บ้านปากประเป็นชุมชนริมทะเลสาบที่มีวิถีชีวิตเกี่ยวข้องกับการประมงมานาน ขณะเดียวกันพื้นที่ดินสำหรับทำการเกษตรบนบกมีข้อจำกัด

ภูมิปัญญาจึงเกิดจากการมองพื้นที่ที่มีอยู่ต่างออกไป

แทนที่จะมองทะเลสาบว่าเป็นพื้นที่ที่ใช้ทำประมงเพียงอย่างเดียว ชาวบ้านเรียนรู้ว่าช่วงเวลาที่น้ำลดลงสามารถนำพื้นที่ริมทะเลสาบมาใช้ปลูกข้าวได้

นี่เป็นตัวอย่างของการปรับวิถีการเกษตรให้เข้ากับภูมิประเทศ

หนึ่งปีมีเวลาให้ทำนาเพียงช่วงสั้น ๆ

นาริมเลไม่ได้สามารถปลูกข้าวได้ตลอดทั้งปี

ข้อมูลชุมชนระบุว่าการทำนาริมเลอาศัยช่วงที่ระดับน้ำลด โดยทั่วไปเริ่มปักดำประมาณเดือนมิถุนายน และเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนกันยายน

เหตุผลสำคัญคือหลังจากนั้นสภาพลมและระดับน้ำจะเปลี่ยนไป หากปล่อยให้ข้าวอยู่ในพื้นที่ต่อ ต้นข้าวอาจได้รับความเสียหายจากคลื่นและน้ำที่กลับเข้ามา

จึงเป็นการทำนาที่ต้อง “รู้เวลา” มากพอ ๆ กับการรู้วิธีปลูก

ข้าวที่ปลูกต้องรับมือทั้งลมและคลื่น

การเลือกพันธุ์ข้าวสำหรับนาริมเลจึงไม่ใช่เรื่องเดียวกับการเลือกพันธุ์สำหรับนาทั่วไป

ข้อมูลชุมชนระบุว่าต้นข้าวที่เหมาะกับพื้นที่ควรมีลำต้นแข็งแรง มีรากลึก และสามารถรับสภาพลมและคลื่นขนาดเล็กที่ซัดเข้าหาฝั่งได้

มีการระบุพันธุ์ที่ใช้ในพื้นที่ เช่น กข.33 และพันธุ์ชัยนาท ขณะที่โครงการอนุรักษ์ในช่วงหลังมีการใช้พันธุ์ กข.43 กข.55 และข้าวหอมราชินีด้วย

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า “พันธุ์ข้าว” ไม่ได้ถูกเลือกเพียงเพราะให้ผลผลิตดี แต่ต้องเข้ากับระบบนิเวศของพื้นที่ด้วย

แปลงนาส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำ

ลักษณะที่ทำให้นาริมเลแตกต่างจากนาทั่วไปคือสภาพแปลง

ข้อมูลชุมชนบ้านปากประระบุว่าแปลงนาส่วนหนึ่งอยู่ในบริเวณที่มีน้ำ ขณะที่พื้นที่บางส่วนไม่จมน้ำ โดยพื้นที่ที่เป็นดินเลนสามารถใช้สำหรับปักดำได้

ดินและตะกอนที่สะสมบริเวณริมทะเลสาบจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการผลิตข้าว

นี่ทำให้ภาพของ “ทะเลสาบ” กับ “นาข้าว” ไม่ได้แยกออกจากกันอย่างชัดเจนเหมือนพื้นที่เกษตรทั่วไป

ภูมิปัญญาที่ไม่ได้เกิดจากการทดลองเพียงฤดูเดียว

ข้อมูลจากชุมชนบ้านปากประระบุว่าวิถีการทำนาริมเลสืบทอดมายาวนานกว่า 200 ปี

ความรู้สำคัญจึงไม่ได้มีเพียงวิธีปักดำหรือเก็บเกี่ยว แต่รวมถึงการอ่านธรรมชาติ

ชาวบ้านต้องรู้ว่าน้ำจะลดเมื่อใด ช่วงใดเหมาะกับการปลูก และต้องเก็บเกี่ยวให้ทันก่อนสภาพน้ำและลมเปลี่ยน

เมื่อมองในมุมนี้ นาริมเลจึงเป็นทั้งการเกษตรและภูมิปัญญาด้านการจัดการพื้นที่ตามฤดูกาล

จากวิถีดั้งเดิมสู่การอนุรักษ์ในปัจจุบัน

วิถีนาริมเลเคยเผชิญกับความเสี่ยงที่จะเลือนหายไปตามการเปลี่ยนแปลงของชุมชนและอายุของเกษตรกร

ปัจจุบันมีความพยายามฟื้นฟูวิถีดังกล่าวผ่านกิจกรรมของชุมชน หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคีด้านการพัฒนาพื้นที่

ข้อมูลปี 2568 ระบุว่าพื้นที่ที่อยู่ในกิจกรรมอนุรักษ์มีประมาณ 70 ไร่ และมีเกษตรกรร่วมกิจกรรม 36 ราย พร้อมการส่งเสริมพันธุ์ข้าวที่เหมาะกับพื้นที่

การทำนาริมเลจึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะเรื่องการผลิตอาหาร แต่ยังเชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดไม่ใช่การปลูกข้าวในทะเล

เมื่อมองให้ลึกกว่าภาพชาวนาปักดำข้าวริมผืนน้ำ สิ่งที่น่าสนใจคือวิธีคิดของคนในพื้นที่

พื้นที่เดียวกันสามารถเป็นทั้งแหล่งประมงและพื้นที่เกษตรได้ เพียงแต่ใช้คนละช่วงเวลา

เมื่อระดับน้ำลด พื้นที่ริมเลกลายเป็นนา

เมื่อระดับน้ำกลับมา พื้นที่ก็กลับเข้าสู่วงจรของทะเลสาบ

นี่คือเหตุผลที่ “นาริมเล” ไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็นเรื่องแปลกของการปลูกข้าว แต่เป็นตัวอย่างของภูมิปัญญาที่ออกแบบการใช้พื้นที่ให้สอดคล้องกับธรรมชาติ

สรุป

“นาริมเล” บ้านปากประ จังหวัดพัทลุง คือวิถีการปลูกข้าวบนพื้นที่ริมทะเลสาบที่อาศัยจังหวะระดับน้ำตามฤดูกาล

ชาวบ้านไม่ได้ทำให้น้ำหายไป แต่รอช่วงที่ธรรมชาติเปิดพื้นที่ให้เกิดดินเลน จากนั้นจึงปักดำและเก็บเกี่ยวก่อนที่ระดับน้ำและคลื่นจะเปลี่ยนกลับมา

จุดสำคัญจึงไม่ใช่เพียงคำว่า “ปลูกข้าวในทะเล”

แต่คือการที่คนในชุมชนเรียนรู้ว่า พื้นที่เดียวกันสามารถใช้ประโยชน์ต่างกันได้ หากรู้จักจังหวะของธรรมชาติ

ใครเคยเห็น “นาริมเล” ของจริง หรือมีข้อมูลเกี่ยวกับวิถีทำนาริมเลในพื้นที่อื่น สามารถมาแลกเปลี่ยนกันได้ว่าพื้นที่ของคุณมีภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบไหนที่คนภายนอกอาจยังไม่เคยรู้จัก

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — บ้านปากประ
ระบุข้อมูล “ภูมิปัญญาทำนาริมเลแห่งเดียวในประเทศไทย” รวมถึงรายละเอียดวิธีทำนาและฤดูกาล
ฐานข้อมูลชุมชนบ้านปากประ
DASTA — นาริมเล
ระบุพื้นที่นาริมทะเลสาบบริเวณบ้านปากประ และรายละเอียดช่วงเวลาทำนา
ข้อมูลนาริมเล DASTA
กรมการข้าว
รายงานการลงพื้นที่เยี่ยมชมการปลูกข้าวในทะเลน้อยและเกษตรกรผู้ปลูกข้าวริมทะเลในจังหวัดพัทลุง
กรมการข้าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง
ข้อมูลกิจกรรมและรายละเอียดพันธุ์ข้าว/ลักษณะพื้นที่นาริมเล
มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท
ข้อมูลการฟื้นฟูนาริมเลและตัวเลขพื้นที่ประมาณ 70 ไร่ เกษตรกร 36 รายในกิจกรรมปี 2568
ไทยรัฐ
รายงานลักษณะการทำนาข้าวริมทะเลสาบและพื้นที่ทำกินของชุมชนในพัทลุง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 26 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 1 ตุลาคม 69เปิดม่านความลับหน้าผาหินพันปี: อารยธรรมและภูมิปัญญาอันลี้ลับของชาวด็อกอนแห่งบันดิยาการาข่าว 3 รายงานมติเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ จาก 27 ก.ย. เป็น 11 ต.ค. 2569 เหตุน้ำท่วมบุกขนำเกาะลันตาน้อย! รวบหนุ่มสตูลวัย 38 ซุกยาบ้า 20 เม็ดใกล้เข้ามาแล้วพวกเรา! ส่องแนวทางเลขเด่นงวด 1 ต.ค. 69 สำนักไหนกำลังมา?โรงเรียนกวดวิชายุค 90s หายไปไหน ทำไมสยามไม่เหมือนเดิมอาจารย์หนู - แม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 69 เลข 5-8 ชนกันตรงไหนติ่งกระบอกบนสายชาร์จโน้ตบุ๊กมีไว้ทำอะไรเกาะลันตาขยายผล! รวบหญิงวัย 43 ปี ซุกยาบ้า 207 เม็ด คาบ้านพักผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ตุลาคม ย้อนหลัง 5 ปีไขปริศนาใกล้ตัว: รูเล็กๆ บนขาปลั๊กไฟ มีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้บ้างAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 1 ตุลาคม 69
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แม้เทคโนโลยีจะก้าวไกลขนาดไหน แต่สำหรับภัยธรรมชาตินั้นไม่มีวันที่จะยินยอมเปิดม่านความลับหน้าผาหินพันปี: อารยธรรมและภูมิปัญญาอันลี้ลับของชาวด็อกอนแห่งบันดิยาการาเกาะลันตาขยายผล! รวบหญิงวัย 43 ปี ซุกยาบ้า 207 เม็ด คาบ้านพักข่าว 3 รายงานมติเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ จาก 27 ก.ย. เป็น 11 ต.ค. 2569 เหตุน้ำท่วมอำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ยิ่งพยายามลืม ยิ่งจำแม่น (Ironic Process Theory)ตามไปดูชาวประมงตกปูดำในทะเล1วันชายที่รวยกว่าบางประเทศในโลก อีลอน มัสก์ คนเดียวรวยกว่า 156 ประเทศรองเท้าผ้าใบมีรูอยู่ตรงนี้ทำไม ? รูเล็กๆที่หลายคนไม่เคยใช้ แต่มีประโยชน์กว่าที่คิด
ตั้งกระทู้ใหม่