หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ทำไมเส้นเลือดใต้ผิวจึงดูเขียวหรือฟ้า

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

มองข้อมือหรือท้องแขนในวันที่แสงดี ๆ จะเห็นเส้นคดไปมาสีฟ้าอมเขียวอยู่ใต้ผิว ทั้งที่เวลาตรวจเลือดในหลอด เลือดกลับเป็นสีแดงเข้มหรือแดงสด ความต่างนี้ไม่ได้เกิดจากเลือดเปลี่ยนสีระหว่างอยู่ในร่างกาย

เลือดที่มีออกซิเจนมากมีสีแดงสด ส่วนเลือดดำที่ไหลกลับสู่หัวใจเป็นสีแดงเข้มกว่าเดิม แต่ไม่มีเลือดสีน้ำเงินไหลอยู่ในเส้นเลือดมนุษย์ ภาพเส้นสีฟ้าหรือเขียวที่เห็นจึงเป็นผลจากแสงขาวต้องเดินทางผ่านผิวหนัง เนื้อเยื่อ และหลอดเลือด ก่อนสะท้อนกลับมาถึงตา

ผิวหนังไม่ได้ปล่อยให้แสงทุกสีผ่านลงไปได้เท่ากัน แสงสีน้ำเงินกระเจิงและถูกดูดกลืนมากในชั้นผิวตื้น ขณะที่แสงสีแดงเดินทางลงลึกได้มากกว่า เมื่อแสงไปถึงบริเวณที่มีเลือด ฮีโมโกลบินจะลดปริมาณแสงบางช่วงคลื่น โดยเฉพาะส่วนสีแดงที่สะท้อนกลับออกมา จึงทำให้บริเวณเหนือเส้นเลือดดูต่างจากผิวรอบข้าง

ประเด็นสำคัญคือ เส้นเลือดไม่ได้สะท้อนแสงสีน้ำเงินออกมาเป็นกองจนกลายเป็นสีน้ำเงินจริง ๆ นักวิจัยด้านแสงในเนื้อเยื่อพบว่าภาพที่ตาเห็นเกิดจากหลายชั้นพร้อมกัน ทั้งการดูดกลืนและการกระเจิงของแสงในผิว ความลึกและขนาดของหลอดเลือด ระดับออกซิเจนในเลือด รวมถึงการที่สมองเปรียบเทียบสีกับผิวบริเวณข้างเคียง

จึงเกิดภาพชวนงงแบบนี้ได้: เลือดใต้ผิวเป็นแดงเข้ม แต่พื้นที่เหนือเส้นเลือดกลับดูฟ้าหรือเขียวเมื่อเทียบกับผิวสีเนื้อรอบตัว สีเขียวที่บางคนเห็นมักมาจากการรับรู้สีร่วมกับโทนผิวและแสงรอบข้าง ไม่ได้บอกว่าเลือดในเส้นนั้นกลายเป็นสีเขียว

เส้นเลือดที่ตื้นและใหญ่พอมักเห็นชัดกว่า เช่น บริเวณหลังมือ ข้อมือ หรือข้อพับแขน ผิวที่บางลงเมื่ออายุมากขึ้น ไขมันใต้ผิวน้อยลง อากาศร้อน การออกกำลังกาย หรือการยกแขนต่ำชั่วคราว ก็ทำให้เส้นเลือดเด่นขึ้นได้ เพราะหลอดเลือดขยายหรือมีเลือดคั่งอยู่ใกล้ผิวมากขึ้น

สีของเส้นเลือดเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่เครื่องวัดว่าเลือดดีหรือเสีย แต่ถ้าเส้นเลือดนูน เจ็บ แดง ร้อน บวมข้างเดียว หรือสีผิวเปลี่ยนไปแบบเกิดใหม่และไม่หาย ควรให้แพทย์ตรวจ เพราะอาการเหล่านี้ต่างจากภาพสีฟ้าเขียวปกติที่เกิดจากแสงผ่านผิวหนัง

งานวิจัยในวารสาร Applied Optics ที่ทดลองวัดแสงสะท้อนจากผิวและแบบจำลองหลอดเลือด สรุปตรงกันว่า สีที่เห็นขึ้นกับคุณสมบัติการกระเจิงและการดูดกลืนของผิว ระดับออกซิเจนในเลือด ความลึก ขนาดหลอดเลือด และการรับรู้ของสายตา ดังนั้นเส้นสีฟ้าใต้ผิวคือภาพจากระบบแสงและตา ไม่ใช่หลักฐานว่าเลือดมนุษย์เป็นสีน้ำเงิน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 92 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขเด็ดพลังเต่าหับ งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดเลขวงกลมเด่น พร้อมแนวทางเลขสองตัวที่น่าจับตา“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่นปฐมเทศนาเริ่มจากทางสายกลาง ก่อนแจกแจงอริยสัจ 4 อย่างไร?รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งเปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?เปิดแนวทางเลข วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569..จอมขมังเวทย์เจาะโพยเจ๊เขียว งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลข 130 พร้อมเลข 2 ตัว 13-10-30 แยกจุดเด่นและความเชื่อมโยงเปิด 8 วรรณกรรมไทยที่เดินทางข้ามภาษา สู่ชั้นหนังสือในยุโรปทำไมคนอินเดียบางพื้นที่จึงใช้มือกินอาหารแทนช้อนส้อม ?เปิดประวัติ 5 คนไทยผู้เคยดำรงตำแหน่งสำคัญบนเวที UN จากประธานสมัชชาโลกถึงผู้เชี่ยวชาญสิทธิมนุษยชนจังหวัดที่มีอำเภอติดทะเล เพียงอำเภอเดียว ภูมิศาสตร์ไทยที่หลายคนไม่รู้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อุบาลีช่างตัดผมย้อนกลับมา แล้วเจ้าศากยะขอให้บวชก่อนพระกระยาหารมื้อสุดท้ายก่อนปรินิพพานเป็นเนื้อหมูจริงไหม?เสียงตำหนิหน้าฝนที่กลายเป็นกติกาเข้าพรรษาทำไมพระพุทธเจ้าจึงให้กีสาโคตมีหาเมล็ดผักกาดจากบ้านที่ไม่มีคนตาย?
ตั้งกระทู้ใหม่