รัฐลุยไม่เรียกสำเนา 58 รายการ แล้ววันนี้ไปติดต่อราชการต้องเตรียมอะไรบ้าง
ประชาชนกำลังจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เวลาติดต่อราชการ จากเดิมที่หลายบริการต้องเตรียมสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเอกสารที่รัฐเป็นผู้ออกให้ ไปสู่ระบบที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลภาครัฐแทน
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เดินหน้าผลักดันแนวทาง “ไม่เรียกเอกสารจากประชาชน” สำหรับเอกสารสำคัญ 58 รายการ โดยใช้ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ หรือ Government Data Exchange (GDX) เป็นช่องทางสำคัญในการเชื่อมข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
แต่มีจุดหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัด
58 รายการไม่ได้หมายความว่า ทุกหน่วยงานยกเลิกการเรียกสำเนาทั้งหมดแล้วในวันนี้
เพราะรัฐบาลกำหนดกรอบดำเนินงานเป็นระยะ และยังมีขั้นตอนเชื่อมระบบของแต่ละหน่วยงาน
58 รายการคืออะไร
เอกสารที่อยู่ในเป้าหมายเป็นเอกสารที่ประชาชนใช้ติดต่อราชการค่อนข้างบ่อย เช่น
-
บัตรประจำตัวประชาชน
-
ทะเบียนบ้าน
-
สูติบัตร
-
ทะเบียนสมรส
-
ทะเบียนหย่า
-
ใบมรณบัตร
-
เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
-
หนังสือรับรองนิติบุคคล
-
ใบอนุญาตขับรถ
-
ใบคู่มือจดทะเบียนรถ
-
หนังสือเดินทาง
-
วุฒิการศึกษา
รายการเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างจากทั้งหมด 58 รายการ โดยแนวคิดหลักคือ หากข้อมูลดังกล่าวมีอยู่ในระบบของภาครัฐและสามารถตรวจสอบหรือเชื่อมโยงกันได้ ประชาชนไม่ควรถูกขอให้นำข้อมูลเดิมมายื่นซ้ำอีก
พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่ประชาชนต้อง “ถือข้อมูลไปให้รัฐ” ระบบใหม่ต้องการให้ “รัฐตรวจสอบข้อมูลที่รัฐมีอยู่แล้ว”
31 รายการแรกคือกลุ่มที่ข้อมูลพร้อมกว่า
จาก 58 รายการ มี 31 รายการที่มีข้อมูลพร้อมให้บริการผ่าน GDX แล้ว
แนวทางของรัฐบาลคือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้แทนการเรียกเอกสารจากประชาชน โดยกำหนดกรอบการดำเนินงานตั้งแต่ 6 เดือน และบางกรณีต้องปรับระบบให้เสร็จภายใน 1 ปี
จุดนี้จึงสำคัญสำหรับประชาชน เพราะคำว่า “มีข้อมูลใน GDX แล้ว” กับ “ทุกจุดบริการไม่เรียกสำเนาแล้ว” ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นพร้อมกันทันที
หน่วยงานยังต้องปรับกระบวนงานและระบบหลังบ้านให้เจ้าหน้าที่สามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้จริง
แล้ว 27 รายการที่เหลือล่ะ
อีก 27 รายการ เป็นข้อมูลที่ยังไม่มีความพร้อมให้บริการผ่าน GDX ในขณะนี้ รัฐบาลจึงกำหนดให้หน่วยงานเจ้าของข้อมูลเร่งเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบภายในกรอบ 1 ปีนับจากวันที่ ครม. มีมติ
ดังนั้น ช่วงนี้ประชาชนอาจเจอสถานการณ์ที่แตกต่างกันระหว่างหน่วยงานหรือบริการ
บางงานอาจตรวจสอบข้อมูลจากระบบได้แล้ว ขณะที่บางงานยังต้องใช้เอกสารตามขั้นตอนเดิมอยู่
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเตรียมตัวไปติดต่อราชการในช่วงเปลี่ยนผ่านยังสำคัญ
ประชาชนต้องเตรียมอะไรไปติดต่อราชการ
คำตอบที่ปลอดภัยที่สุดในช่วงนี้คือ เตรียมเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต่อการทำธุรกรรมนั้น และอย่าเข้าใจว่ามาตรการ 58 รายการหมายถึงไม่ต้องเตรียมเอกสารทุกอย่าง
1. บัตรประชาชนตัวจริง
แม้สำเนาบัตรประชาชนจะเป็นหนึ่งในข้อมูลที่รัฐต้องการตรวจสอบจากระบบ แต่การยืนยันตัวบุคคลหรือการทำธุรกรรมบางประเภทอาจยังมีขั้นตอนเฉพาะของบริการนั้น
ดังนั้น ในช่วงเปลี่ยนผ่าน การพกบัตรประชาชนตัวจริงยังเป็นสิ่งที่ควรทำ โดยไม่ควรตีความว่า “ไม่เรียกสำเนา” เท่ากับ “ไม่ต้องมีบัตรประชาชน”
2. ใบนัดหรือหลักฐานการติดต่อ
หากเป็นงานที่มีการจองคิว นัดหมาย หรือยื่นคำขอล่วงหน้า ควรเตรียมหลักฐานดังกล่าวไปด้วย
สิ่งนี้ไม่ใช่ “สำเนาเอกสาร 58 รายการ” แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ค้นหาคำขอและดำเนินงานได้รวดเร็วขึ้น
3. แบบคำขอหรือเอกสารที่ประชาชนต้องกรอก
การไม่เรียกสำเนาเอกสารไม่ได้หมายความว่าทุกแบบฟอร์มจะหายไป
หากบริการนั้นกำหนดให้กรอกคำขอ หนังสือรับรอง หรือแบบฟอร์มเฉพาะ ประชาชนยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนของบริการนั้น
4. เอกสารที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มข้อมูลที่รัฐเชื่อมโยง
นี่คือจุดที่ไม่ควรมองข้าม
มาตรการ 58 รายการมุ่งไปที่ข้อมูลสำคัญที่ภาครัฐต้องการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน ไม่ได้หมายความว่าเอกสารทุกประเภทจะถูกยกเลิกการเรียกทันที
ถ้างานนั้นต้องใช้เอกสารจากเอกชน หนังสือมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงิน รูปถ่าย แบบคำขอ หรือหลักฐานอื่นตามเงื่อนไขของบริการ ก็ยังควรเตรียมตามที่หน่วยงานกำหนด
5. เอกสารต้นฉบับในกรณีที่บริการกำหนดให้ตรวจสอบ
คำว่า “ไม่เรียกสำเนา” ไม่ควรถูกตีความว่า “ไม่ต้องนำต้นฉบับใด ๆ ไปเลย”
หากขั้นตอนของบริการนั้นยังจำเป็นต้องตรวจสอบต้นฉบับ หรือมีกฎหมายและระเบียบเฉพาะกำหนดไว้ ประชาชนควรปฏิบัติตามเงื่อนไขของบริการนั้น
ดังนั้น ก่อนเดินทางไปติดต่อราชการ การตรวจสอบรายการเอกสารของงานนั้นกับหน่วยงานเจ้าของบริการยังเป็นวิธีลดความเสี่ยงที่จะต้องเดินทางซ้ำ
ถ้าไปถึงแล้วเจ้าหน้าที่ยังขอสำเนา ทำอย่างไร
ในช่วงเปลี่ยนผ่านไม่ควรสรุปทันทีว่าหน่วยงานกำลังทำผิด เพราะต้องพิจารณาว่างานบริการนั้นอยู่ในกลุ่มข้อมูลใด และระบบของหน่วยงานพร้อมใช้งานหรือยัง
รัฐบาลกำหนดให้ส่วนราชการ 163 หน่วยงานสำรวจความพร้อม ทบทวนกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติ พร้อมปรับการทำงานให้เจ้าหน้าที่ใช้ระบบดิจิทัลตรวจสอบข้อมูลแทนการเรียกเอกสารเมื่อข้อมูลสามารถเชื่อมโยงได้
หากพบว่าหน่วยงานยังเรียกเอกสารที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้แล้ว สำนักงาน ก.พ.ร. ระบุว่าจะประสานให้แก้ไขภายใน 15 วัน และมีการติดตามผลต่อเนื่อง
ในทางปฏิบัติ ประชาชนจึงควรถามเจ้าหน้าที่อย่างสุภาพว่า
“รายการนี้สามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบของภาครัฐได้แล้วหรือไม่”
คำถามนี้ช่วยแยกให้เห็นว่าเป็นเรื่องของ สิทธิและหลักการของมาตรการ หรือเป็นเรื่องของ ระบบของจุดบริการที่ยังอยู่ระหว่างการปรับตัว
สิ่งที่ไม่ควรทำตอนนี้: ทิ้งสำเนาเอกสารทั้งหมด
แม้มาตรการใหม่นี้กำลังลดการใช้กระดาษ แต่ยังไม่ควรเข้าใจว่าเอกสารทั้งหมดที่เคยใช้ติดต่อราชการไม่มีประโยชน์แล้ว
เหตุผลคือการดำเนินงาน 58 รายการยังอยู่ในกรอบเวลา 1 ปี และระบบของแต่ละหน่วยงานไม่ได้เปลี่ยนพร้อมกันทั้งหมด
แนวทางที่เหมาะกว่าในช่วงนี้คือ
ลดการถ่ายสำเนาแบบเผื่อไว้ แต่ยังเก็บเอกสารสำคัญและต้นฉบับไว้อย่างเป็นระบบ
โดยเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในทรัพย์สิน การศึกษา ธุรกิจ รถยนต์ หรือธุรกรรมที่ต้องใช้เป็นหลักฐานเฉพาะ
จาก “หอบเอกสาร” สู่ “รัฐตรวจข้อมูลเอง”
สิ่งที่กำลังเปลี่ยนจริง ๆ ไม่ใช่แค่จำนวนกระดาษที่ประชาชนถือไปหน่วยงานราชการ แต่คือวิธีการทำงานของภาครัฐ
เดิมประชาชนต้องนำข้อมูลที่รัฐเป็นผู้ออกให้กลับมายื่นกับรัฐอีกครั้ง
ระบบ GDX มีเป้าหมายให้หน่วยงานสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ โดยลดการขอข้อมูลซ้ำจากประชาชน และรัฐบาลยังเตรียมเชื่อม GDX กับระบบ Linkage Center เพื่อให้หน่วยงานรัฐเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎรผ่านช่องทางเดียวได้มากขึ้น
หากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย การติดต่อราชการในอนาคตจึงอาจเปลี่ยนจากการเตรียม “แฟ้มเอกสาร” มาเป็นการเตรียมเพียง ตัวตน คำขอ และหลักฐานที่รัฐไม่มีอยู่ในระบบ
สรุป: วันนี้ไปติดต่อราชการต้องเตรียมอะไร
คำตอบแบบสั้นที่สุดคือ
ยังไม่ควรไปตัวเปล่าเพียงเพราะได้ยินข่าวว่าเลิกเรียกสำเนา 58 รายการ
ให้แยกเป็น 2 กลุ่ม
| สิ่งที่ควรเตรียม | สิ่งที่รัฐกำลังเปลี่ยนไปตรวจสอบเอง |
|---|---|
| บัตรประชาชนตัวจริง | ข้อมูลบัตรประชาชน |
| ใบนัด/หลักฐานการจองคิว | ข้อมูลทะเบียนบ้าน |
| แบบคำขอ | ข้อมูลทะเบียนราษฎรที่เชื่อมโยงได้ |
| เอกสารหรือหลักฐานเฉพาะของงานนั้น | สูติบัตรและข้อมูลทะเบียนบางประเภท |
| เอกสารที่กฎหมายหรือบริการกำหนด | ข้อมูลเอกสารสำคัญที่อยู่ใน 58 รายการเมื่อระบบพร้อม |
หัวใจของมาตรการจึงไม่ใช่ “ประชาชนไม่ต้องเตรียมเอกสารอีกต่อไป”
แต่คือ
“ข้อมูลที่รัฐมีอยู่แล้ว ไม่ควรถูกให้ประชาชนนำมายื่นซ้ำ”
และ ณ วันที่ 24 กันยายน 2569 นโยบายนี้ยังอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนตามกรอบเวลา ไม่ใช่การเปลี่ยนทุกจุดบริการพร้อมกันในวันเดียว
คุณเคยเจอไหมว่าไปติดต่อราชการแล้วต้องถ่ายสำเนาเอกสารหลายชุด ทั้งที่ข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลที่หน่วยงานรัฐมีอยู่แล้ว ลองแชร์ประสบการณ์กันได้
อ่านข้อมูลจากรัฐบาลไทย
Gnews / ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและศูนย์ข้อมูลข่าวสารภาครัฐ — สรุปมติ ครม. และรายละเอียด 31 + 27 รายการ
อ่านรายละเอียดมติ ครม.
กรมประชาสัมพันธ์ — รายละเอียดการเชื่อมข้อมูล 58 รายการผ่าน GDX และกรอบเวลา 1 ปี
อ่านข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์
กรุงเทพธุรกิจ — ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับแผน 58 รายการและการแบ่ง 31/27 รายการ
อ่านรายงานเพิ่มเติม
รอยหยักบนขอบเหรียญมีที่มาและใช้ต่างกันอย่างไร
ลูกแรดเกิดมาไม่มีนอจริงไหม? แล้วนอของมันเริ่มพัฒนาตอนไหน
เลขปฏิทินคำชะโนด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขเด่น 9-5 ก่อนแตกชุด 2 ตัวและ 3 ตัว
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
ติ่งกระบอกบนสายชาร์จโน้ตบุ๊กมีไว้ทำอะไร
AI ไล่สถิติหวยย้อนหลัง 20 ปี งวด 1 ต.ค. 69 จับตาเลขท้าย 2 ตัว
มหาทักษา 1 ต.ค. 69 เทียบโพยหวยใน PostJung เลขไหนตรงกันบ้าง
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
สถิติหวย 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เลข 59 ซ้ำ 3 ครั้ง พบ 594-726 ออกซ้ำ
โรงแรมกับโมเต็ลต่างกันตรงไหนบ้าง
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม
ในอากาศที่เราหายใจเข้าไป มีอะไรปะปนอยู่บ้าง
รอยหยักบนขอบเหรียญมีที่มาและใช้ต่างกันอย่างไร
😯 ชวนลองเข้ามาดูเหล่าผู้โชคดีที่พบเจอสิ่งของมีค่าในถังขยะ 😆
ติ่งกระบอกบนสายชาร์จโน้ตบุ๊กมีไว้ทำอะไร
โรงแรมกับโมเต็ลต่างกันตรงไหนบ้าง
พลังใจก่อนชิงแชมป์โลก! เจ้าสัว CP มอบคอนโดหรู 27 ล้านให้ครอบครัว “เนเน่” แบบไร้เงื่อนไข
ลูกแรดเกิดมาไม่มีนอจริงไหม? แล้วนอของมันเริ่มพัฒนาตอนไหน






