หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ของเก่าในโรงเรียนไทยที่ค่อย ๆ หายไป: 10 สิ่งที่เด็กยุคนี้แทบไม่เคยเห็น

เขียนโดย EvaAqua

ถ้าย้อนกลับไปดูโรงเรียนไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน ห้องเรียนหนึ่งห้องอาจมีของที่เด็กยุคนี้แทบไม่เคยเห็น

กระดานชนวน ดินสอหิน เครื่องโรเนียว เครื่องพิมพ์ดีด หรือแม้แต่ไม้เรียว ล้วนเคยเกี่ยวข้องกับชีวิตในโรงเรียนไทยในช่วงเวลาหนึ่ง

แต่หลายอย่างค่อย ๆ ถูกแทนที่เมื่อเทคโนโลยี หลักสูตร และแนวทางการศึกษาเปลี่ยนไป

บทความนี้จึงไม่ได้หมายความว่าของทุกชิ้น “หายไปจากประเทศไทย 100%” แต่หมายถึงสิ่งที่เคยพบได้ในโรงเรียนหรือการเรียนการสอนในอดีต และปัจจุบันแทบไม่อยู่ในชีวิตประจำวันของนักเรียนทั่วไปแล้ว

1. กระดานชนวน — สมุดของเด็กยุคก่อน

กระดานชนวนเป็นหนึ่งในภาพจำที่ชัดที่สุดของการเรียนหนังสือในอดีต

ฐานข้อมูลศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรอธิบายว่า กระดานชนวนเป็นแผ่นหินชนวนสีดำ ใช้ร่วมกับดินสอขาวหรือดินสอหิน และเคยเป็นเครื่องเรียนของนักเรียน

กระทรวงศึกษาธิการก็มีบันทึกประสบการณ์ของผู้ที่เคยเรียน ป.1 ว่า นักเรียนได้รับกระดานชนวนและดินสอหิน โดยไม่มีสมุดสำหรับจดบันทึกในช่วงแรก เขียนเสร็จแล้วต้องลบเพื่อเขียนใหม่

ความแตกต่างจากสมุดในปัจจุบันจึงชัดเจนมาก

สมุดทำให้เด็กสามารถเก็บสิ่งที่เขียนไว้ได้ แต่กระดานชนวนบังคับให้การเขียนเป็นทั้งการฝึกและการจดจำไปพร้อมกัน

2. ดินสอหิน — เครื่องเขียนที่ต้องใช้คู่กับกระดานชนวน

ถ้ามีกระดานชนวนก็ต้องมีสิ่งที่ใช้เขียน

นั่นคือ “ดินสอหิน”

ข้อมูลจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุว่าดินสอหินทำจากหินชนวน ตัดและฝนเป็นแท่งสำหรับใช้เขียนบนกระดานชนวน

เด็กยุคนี้อาจคุ้นกับดินสอไม้ ดินสอกด ปากกาลูกลื่น หรือแท็บเล็ตมากกว่า แต่ระบบกระดานชนวนกับดินสอหินเคยเป็นอุปกรณ์พื้นฐานของการฝึกอ่านและเขียน

เมื่อเทคโนโลยีการเขียนเปลี่ยน อุปกรณ์คู่นี้จึงค่อย ๆ หายออกจากห้องเรียนทั่วไป

3. ปากกาหมึกซึม — ยุคที่การเขียนต้องระวังหมึกเปื้อน

ก่อนปากกาลูกลื่นกลายเป็นเครื่องเขียนสามัญ ปากกาหมึกซึมเคยมีบทบาทสำคัญในการเขียน

กระทรวงศึกษาธิการอธิบายวิวัฒนาการของเครื่องมือเขียนว่า ปากกาลูกลื่นเข้ามาเป็นคู่แข่งของปากกาหมึกซึม และข้อได้เปรียบสำคัญคือหมึกไม่ไหลหรือหยดง่ายแบบเครื่องเขียนรุ่นก่อน

สำหรับนักเรียนรุ่นก่อน ปากกาหมึกจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องเขียน แต่เป็นของที่ต้องดูแล

หมึกหก ปากกาแห้ง หรือเขียนไม่ออกกลางคาบ ล้วนเป็นปัญหาที่เด็กยุคปัจจุบันแทบไม่ต้องเจอในรูปแบบเดียวกัน

4. เครื่องโรเนียว — โรงพิมพ์ขนาดย่อมของโรงเรียน

ก่อนเครื่องพิมพ์และระบบไฟล์ดิจิทัลเข้ามา การทำเอกสารจำนวนมากในโรงเรียนต้องพึ่งเครื่องมือเฉพาะ

“เครื่องโรเนียว” เป็นหนึ่งในนั้น

ประวัติโรงเรียนบ้านหนองปอระบุว่า ใน พ.ศ. 2535 โรงเรียนได้รับบริจาคเครื่องโรเนียวไฟฟ้า เครื่องโทรทัศน์ เครื่องพิมพ์ดีด และอุปกรณ์อื่น ๆ และต่อมาใน พ.ศ. 2539 จึงได้รับคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์

ลำดับนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของงานสำนักงานได้ดี

จากเครื่องโรเนียวและเครื่องพิมพ์ดีด → คอมพิวเตอร์ → เครื่องพิมพ์ดิจิทัล

ของที่เคยเป็นอุปกรณ์สำคัญในห้องธุรการ จึงกลายเป็นของที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากอาจไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ

5. เครื่องพิมพ์ดีด — งานเอกสารก่อนยุคคอมพิวเตอร์

อีกหนึ่งของที่ค่อย ๆ หายไปจากสำนักงานโรงเรียนคือเครื่องพิมพ์ดีด

เอกสารของโรงเรียนบ้านหนองปอระบุว่า โรงเรียนมีเครื่องพิมพ์ดีดอยู่ก่อนที่จะได้รับคอมพิวเตอร์ในเวลาต่อมา

ข้อจำกัดของเครื่องพิมพ์ดีดแตกต่างจากคอมพิวเตอร์อย่างชัดเจน

พิมพ์ผิดก็แก้ยาก ต้องจัดกระดาษ ต้องกดแป้นทีละตัว และไม่สามารถคัดลอกไฟล์หรือแก้เอกสารได้ในแบบที่คอมพิวเตอร์ทำได้

การเข้ามาของคอมพิวเตอร์จึงไม่ได้เปลี่ยนแค่เครื่องมือ แต่เปลี่ยนวิธีทำงานของโรงเรียนทั้งระบบ

6. แบบเรียนรุ่นเก่า — จาก “ตาหวังหลังโก่ง” ถึง “กล้า แก้ว”

สิ่งหนึ่งที่หายไปพร้อมกับกาลเวลาคือ “หน้าตาของแบบเรียน”

กระทรวงศึกษาธิการบันทึกวิวัฒนาการแบบเรียนไทยไว้หลายยุค ตั้งแต่แบบเรียนยุคแรกอย่าง “ตาหวังหลังโก่ง” ไปจนถึง “ป้ากะปู่ กู้อีจู้” และต่อมาคือชุด “กล้า แก้ว”

แบบเรียนจึงเป็นเหมือนภาพสะท้อนของสังคมในแต่ละยุค

เนื้อหา ตัวละคร วิธีใช้ภาษา และภาพประกอบเปลี่ยนไปตามหลักสูตรและแนวคิดด้านการศึกษา

ปัจจุบันเด็กบางคนอาจรู้จัก “ใบโบก” และ “ใบบัว” มากกว่าแบบเรียนรุ่นที่พ่อแม่เคยอ่าน

นั่นทำให้แบบเรียนเก่ากลายเป็นของสะสมทางความทรงจำมากกว่าเป็นหนังสือเรียนในชีวิตประจำวัน

7. ไม้เรียว — สิ่งที่เคยอยู่ในวัฒนธรรมการลงโทษ

ไม้เรียวแตกต่างจากกระดานชนวนหรือเครื่องโรเนียว เพราะสิ่งที่หายไปไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ แต่เป็น “วิธีการลงโทษ”

กระทรวงศึกษาธิการระบุว่า ก่อน พ.ศ. 2542 ระเบียบการลงโทษนักเรียนเคยอนุญาตให้ครูใช้ไม้เรียวตีได้ แต่หลังจากนั้นมีระเบียบที่ห้ามการลงโทษด้วยการตี และระเบียบ พ.ศ. 2548 กำหนดมาตรการลงโทษไว้ 4 รูปแบบ ได้แก่ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อปรับพฤติกรรม

ดังนั้น “ไม้เรียว” จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดของสิ่งที่เปลี่ยนจากวัฒนธรรมการลงโทษในอดีตไปสู่กรอบระเบียบใหม่

8. สมุดบันทึกผลแบบกระดาษ — จากเอกสารสู่ข้อมูลดิจิทัล

สมุดพกไม่ได้หายไปจากโรงเรียนไทยทั้งหมด

หลักฐานล่าสุดยังพบหน่วยงานการศึกษาจัดอบรมเกี่ยวกับการจัดทำสมุดพกนักเรียนในปี 2569

แต่ในอีกด้านหนึ่ง โรงเรียนจำนวนหนึ่งมีระบบดิจิทัลที่ให้นักเรียนและผู้ปกครองตรวจสอบการมาเรียนและผลการเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว

จึงไม่ควรบอกว่า “สมุดพกหายไปแล้ว”

คำอธิบายที่แม่นกว่าคือ ข้อมูลที่เคยพึ่งเอกสารกระดาษกำลังถูกทำงานควบคู่กับระบบดิจิทัลมากขึ้น

นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่าเทคโนโลยีไม่ได้ทำให้ของเก่าหายไปทันที แต่ค่อย ๆ ลดบทบาทของมัน

9. ห้องเรียนที่ความรู้มาจากครูและหนังสือไม่กี่เล่ม

สิ่งหนึ่งที่เด็กยุคนี้อาจนึกภาพไม่ออกคือ ห้องเรียนที่ “ครู” เป็นแหล่งความรู้หลัก

บันทึกของกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับประสบการณ์การเรียนในอดีตระบุว่า ผู้เขียนเรียนจากครูและใช้หนังสือหรือตำราเรียนเพียงไม่กี่เล่ม โดยยังไม่รู้จักห้องสมุดหรือแหล่งค้นคว้าอื่นในช่วงการเรียนระดับต้น

ปัจจุบันสถานการณ์แตกต่างออกไป

เด็กสามารถค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ ห้องสมุดดิจิทัล วิดีโอการเรียน หรือระบบออนไลน์ของโรงเรียนได้

ดังนั้นสิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่เพียง “ของใช้” แต่คือ แหล่งความรู้

10. สื่อการเรียนจากกระดาษสู่ดิจิทัล

ถ้ามองภาพรวม สิ่งที่เปลี่ยนชัดที่สุดอาจไม่ใช่ของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่คือสื่อการเรียนทั้งระบบ

กระทรวงศึกษาธิการระบุว่าแบบเรียนยุคปัจจุบันมีการพัฒนาสื่อประกอบทั้งแบบเรียนดิจิทัลและแอนิเมชันประกอบบทเรียน

นั่นทำให้เด็กยุคใหม่ไม่ได้มีเพียงหนังสืออยู่บนโต๊ะ

บทเรียนสามารถอยู่ในคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือระบบออนไลน์ได้

จากกระดานชนวนหนึ่งแผ่น ไปจนถึงบทเรียนดิจิทัลหลายรูปแบบ การเปลี่ยนแปลงจึงไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับ “อุปกรณ์” แต่เกิดกับวิธีที่เด็กเข้าถึงความรู้ด้วย

จากกระดานชนวนถึงระบบออนไลน์ โรงเรียนไทยเปลี่ยนไปอย่างไร

เมื่อเอาของทั้ง 10 อย่างมาเรียงต่อกัน จะเห็นภาพเดียวกัน

กระดานชนวน → สมุด → เครื่องพิมพ์ดีด → โรเนียว → เครื่องถ่ายเอกสาร → คอมพิวเตอร์ → ระบบออนไลน์

นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนของใช้

แต่มันคือการเปลี่ยนวิธีเรียน วิธีทำงาน วิธีเก็บข้อมูล และวิธีเข้าถึงความรู้

กระดานชนวนสะท้อนยุคที่เด็กต้องฝึกเขียนและจำจากสิ่งที่ครูสอน

เครื่องโรเนียวสะท้อนยุคที่การทำสำเนาเอกสารต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ

คอมพิวเตอร์สะท้อนการเข้าสู่ยุคข้อมูล

และระบบออนไลน์กำลังทำให้ข้อมูลบางอย่างไม่จำเป็นต้องอยู่ในกระดาษอีกต่อไป

สิ่งที่ควรจำ

ของเก่าในโรงเรียนไทยไม่ได้หายไปพร้อมกันทั้งหมด

บางอย่างถูกเลิกใช้ตามระเบียบ เช่น การใช้ไม้เรียวเป็นวิธีลงโทษ

บางอย่างถูกเทคโนโลยีแทนที่ เช่น เครื่องพิมพ์ดีดและเครื่องโรเนียว

ส่วนบางอย่างยังอยู่ แต่บทบาทลดลง เช่น สมุดพกและเอกสารกระดาษ

ดังนั้นเมื่อเด็กยุคนี้ไม่รู้จักกระดานชนวนหรือเครื่องโรเนียว ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาพลาดอะไรไป

มันเพียงสะท้อนว่า โรงเรียนของแต่ละรุ่นกำลังใช้เครื่องมือที่เหมาะกับโลกของตัวเอง

ถ้าคุณเคยเรียนโรงเรียนไทยในยุคก่อนปี 2540 คุณยังจำของชิ้นไหนได้อีกบ้างที่เด็กรุ่นนี้แทบไม่เคยเห็น

กระทรวงศึกษาธิการ — การศึกษาไทยในอดีต
ให้บริบทวิวัฒนาการระบบการศึกษาไทยจากวัดสู่ระบบโรงเรียน
กระทรวงศึกษาธิการ: การศึกษาไทยในอดีต
กระทรวงศึกษาธิการ — แบบเรียนไทย 6 ยุค
ใช้ตรวจสอบวิวัฒนาการแบบเรียนและชื่อแบบเรียนแต่ละยุค
กระทรวงศึกษาธิการ: แบบเรียนไทย 6 ยุค
กระทรวงศึกษาธิการ — ครูไทย 4.0
หลักฐานเกี่ยวกับกระดานชนวน ดินสอหิน สมุด และรูปแบบการเรียนในอดีต
กระทรวงศึกษาธิการ: ครูไทย 4.0
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — ฐานข้อมูลวัตถุพื้นบ้าน
ใช้ตรวจสอบรายละเอียดกระดานชนวนและดินสอหิน
กระทรวงศึกษาธิการ — การลงโทษนักเรียนและนักศึกษา
ใช้ตรวจสอบประวัติการเปลี่ยนแปลงระเบียบเกี่ยวกับไม้เรียวและการลงโทษ
กระทรวงศึกษาธิการ: การลงโทษนักเรียนและนักศึกษา
โรงเรียนบ้านหนองปอ — ประวัติโรงเรียน
ใช้เป็นหลักฐานกรณีเครื่องโรเนียว เครื่องพิมพ์ดีด และการเปลี่ยนผ่านสู่คอมพิวเตอร์ในโรงเรียน
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา
ใช้ประกอบข้อเท็จจริงว่าสมุดพกยังมีการจัดทำในระบบการศึกษาบางพื้นที่ในปี 2569
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
EvaAqua's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 21 ครั้ง
เขียนโดย EvaAqua
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คุณกล้ากินไหม? พิพิธภัณฑ์อาหารชวนสะอิดสะเอียน มาเยือนฮ่องกงแล้ว!!เลขปฏิทินคำชะโนด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขเด่น 9-5 ก่อนแตกชุด 2 ตัวและ 3 ตัวHowie Mandel โพสต์ยินดี “เนเน่ รอยัล” หลังคว้าแชมป์ AGT ยกเป็นร็อกสตาร์สุดไวรัลในประวัติศาสตร์รายการอำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยEV 5 ปีเริ่มขายยากในจีน เต็นท์รถไม่อยากรับซื้อ ปัญหาอาจไม่ใช่แบตเสื่อม แต่ตลาดประเมินไม่ออกเม็กซิโกเข้มงวดมาตรการจำกัดการใช้โทรศัพท์ในโรงเรียนเลขม้าสีหมอก 1/10/69 เปิดเลขเด่นบน-ล่าง พร้อมชุด 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม 2569สถิติหวย 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เลข 59 ซ้ำ 3 ครั้ง พบ 594-726 ออกซ้ำแมนยูฯ ร่วมยินดี “เนเน่ รอยัล” หลังคว้าแชมป์ AGT ชมใส่ชุดแดงดูดีมากมหาทักษา 1 ต.ค. 69 เทียบโพยหวยใน PostJung เลขไหนตรงกันบ้างอั้ม พัชราภา ขอดูโทรศัพท์แฟนคลับ หลังทำหล่นใกล้ตัว เผยเหตุผลที่เลือกเช็กให้สบายใจ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คุณกล้ากินไหม? พิพิธภัณฑ์อาหารชวนสะอิดสะเอียน มาเยือนฮ่องกงแล้ว!!ไทยช่วยไทย พลัส รอบเพิ่มเติม เริ่ม 1 ต.ค. 5 จุดที่ต้องรู้ — 1,000 บาทรอบนี้ไม่เหมือนเดิมEV 5 ปีเริ่มขายยากในจีน เต็นท์รถไม่อยากรับซื้อ ปัญหาอาจไม่ใช่แบตเสื่อม แต่ตลาดประเมินไม่ออกโอกาส 1 ในล้านที่จะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มันยากขนาดไหนกัน?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมโรงเรียนต้องมีเสียงออด? จากระฆังโรงเรียนสู่ระบบจัดเวลาที่เด็กคุ้นเคยทำไมคน 99% ต้องวิ่งไปซื้อลาบูบู้ หม้อทอดไร้น้ำมัน น้ำหอมกระแส แต่มีคน 1% ที่มองแล้วเดินผ่านไปเฉยๆน้ำซาวข้าวเอามาดองผักได้จริงไหม? เปิดวิทยาศาสตร์เบื้องหลังการหมักแบบพื้นบ้านคำว่า Poisonous กับ Venomous ต่างกันอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่