หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมขนมปังแช่ตู้เย็นถึงแข็งเร็ว — ทั้งที่เราคิดว่าความเย็นควรทำให้มันสดนานขึ้น?

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ภาพประกอบเชิงบรรณาธิการ: ความเย็นช่วยถนอมอาหารหลายอย่าง แต่กับเนื้อสัมผัสของขนมปัง เรื่องกลับไม่ตรงไปตรงมาแบบนั้น

เวลาเรามีอาหารเหลือ วิธีคิดที่แทบจะอัตโนมัติคือ

เอาเข้าตู้เย็นก่อน เดี๋ยวเสีย

กับข้าว นม เนื้อ หรืออาหารหลายชนิด วิธีนี้มีเหตุผลมาก

แต่พอเป็นขนมปัง เรื่องกลับไม่ตรงไปตรงมาแบบนั้น

สำหรับขนมปังทั่วไปที่เราต้องการรักษา “ความนุ่ม” เอาไว้ การเก็บในตู้เย็นสามารถทำให้เนื้อขนมปัง แข็งและกระด้างเร็วขึ้น กว่าการเก็บที่อุณหภูมิห้องในช่วงเวลาสั้น ๆ ได้

ฟังดูย้อนแย้งมาก

ตู้เย็นช่วยให้อาหารหลายอย่างอยู่ได้นานขึ้น

แล้วทำไมมันถึงเหมือนเร่งให้ขนมปัง “แก่” เร็วขึ้น?

คำตอบเริ่มจากสิ่งหนึ่งที่เราอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับขนมปังเก่า

ขนมปังแข็ง ไม่ได้แปลว่าแค่มันแห้ง

สิ่งที่เรียกว่า bread staling เป็นกระบวนการซับซ้อน มีทั้งการเปลี่ยนแปลงของแป้ง การกระจายตัวของน้ำ โปรตีน และโครงสร้างภายในของขนมปังเข้ามาเกี่ยวข้อง

หลังออกจากเตา แป้งในขนมปังยังไม่หยุดเปลี่ยน

ระหว่างอบ แป้งได้รับทั้งความร้อนและน้ำ

โครงสร้างภายในของเม็ดแป้งจึงเปลี่ยนไป และมีส่วนทำให้เนื้อขนมปังที่เพิ่งอบมีความนุ่ม ยืดหยุ่น และมีโพรงอากาศแบบที่เราคุ้นเคย

แต่เมื่อขนมปังเย็นลง กระบวนการไม่ได้หยุดอยู่ตรงนั้น

ส่วนหนึ่งของโมเลกุลแป้งเริ่มค่อย ๆ จัดเรียงตัวใหม่

กระบวนการนี้เรียกว่า retrogradation

โดยเฉพาะ amylopectin ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของแป้ง มีบทบาทต่อการแข็งตัวของเนื้อขนมปังเมื่อเวลาผ่านไป

พูดแบบเห็นภาพง่าย ๆ คือ

ตอนขนมปังยังสด โครงสร้างภายในยังอยู่ในสภาพที่ให้สัมผัสนุ่มกว่า

เมื่อเวลาผ่านไป ส่วนหนึ่งของแป้งค่อย ๆ จัดตัวเป็นระเบียบมากขึ้น

และเนื้อขนมปังก็ค่อย ๆ แน่นและแข็งขึ้นตามไปด้วย

ภาพอธิบายเชิงแนวคิดของ bread staling: amylopectin retrogradation เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ แต่ไม่ใช่กลไกเดียว

จุดแปลกคือ อุณหภูมิตู้เย็นกลับเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ได้

เราอาจคุ้นกับแนวคิดว่า

ยิ่งเย็น → ทุกอย่างยิ่งช้าลง

แต่ starch retrogradation ไม่ได้ตอบสนองต่ออุณหภูมิเป็นเส้นตรงง่าย ๆ แบบนั้น

งานทบทวนด้านโครงสร้างแป้งใน breadmaking รายงานว่า ตัวอย่างที่เก็บราว 4°C สามารถเกิดการพัฒนาโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับ retrogradation ได้เร็วกว่าที่ประมาณ 25°C ขณะที่การเก็บที่ประมาณ −18°C ทำให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวช้าลงมาก

นี่จึงช่วยอธิบายประสบการณ์ที่หลายคนน่าจะเคยเจอ

ขนมปังที่อยู่บนโต๊ะช่วงสั้น ๆ อาจยังให้สัมผัสนุ่ม

แต่ขนมปังแบบเดียวกันที่ผ่านตู้เย็นกลับรู้สึกแข็ง ร่วน หรือกระด้างเร็วกว่า

ไม่ได้หมายความว่าตู้เย็น “ดูดน้ำออกจากขนมปัง”

แต่โครงสร้างของอาหารกำลังเปลี่ยนไปจากข้างในด้วย

น้ำยังสำคัญ เพียงแต่เรื่องนี้ไม่ใช่แค่น้ำหาย

ถ้า bread staling เป็นแค่การสูญเสียน้ำ วิธีแก้ก็น่าจะง่ายมาก

เติมน้ำกลับเข้าไป แล้วขนมปังก็น่าจะเหมือนเดิม

แต่ของจริงไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

เมื่อ amylopectin ค่อย ๆ retrograde น้ำบางส่วนสามารถเข้าไปสัมพันธ์กับโครงสร้างที่จัดเรียงตัวใหม่ ขณะเดียวกันการกระจายน้ำระหว่างแป้ง โปรตีน และส่วนต่าง ๆ ของ crumb ก็เปลี่ยนไป

จึงไม่ควรสรุปว่า

“ขนมปังแข็งเพราะน้ำระเหยออกหมด”

เพราะนั่นอธิบายเพียงส่วนหนึ่งของเรื่อง

และต้องแยก “stale” ออกจาก “ขึ้นรา”

สองอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ขนมปังสามารถแข็งและไม่น่ากินขึ้นทั้งที่ยังไม่มีรา

ในทางกลับกัน การที่ขนมปังยังนุ่มก็ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากเชื้อราเสมอไป

อุณหภูมิต่ำในตู้เย็นช่วยชะลอการเจริญของจุลินทรีย์หลายชนิดได้

แต่ในเวลาเดียวกัน ช่วงอุณหภูมิของตู้เย็นก็ไม่ใช่สภาวะที่ดีที่สุดสำหรับรักษา texture ของขนมปังทั่วไป

จึงเกิดความจริงสองอย่างพร้อมกันได้ว่า

ตู้เย็นอาจช่วยชะลอการเสียจากจุลินทรีย์ แต่เนื้อขนมปังกลับ stale เร็วขึ้น

คำว่า “สดนานขึ้น” จึงต้องถามต่อว่า

สดในความหมายไหน?

ยังไม่ขึ้นรา?

ยังนุ่ม?

ยังหอม?

หรือยังมีสัมผัสใกล้กับตอนเพิ่งอบ?

แต่ละเป้าหมายไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเก็บแบบเดียวกัน

ถ้าจะกินในเวลาไม่นานล่ะ?

ถ้าเป็นขนมปังทั่วไปที่ไม่มีไส้เสียง่าย และตั้งใจจะกินในช่วงสั้น ๆ การเก็บที่อุณหภูมิห้องในถุงหรือภาชนะที่เหมาะสมมักช่วยรักษาความนุ่มได้ดีกว่าการใส่ตู้เย็น

แต่มีข้อแม้สำคัญ

สภาพอากาศมีผล

สภาพร้อนและชื้นสามารถเพิ่มความเสี่ยงเรื่องเชื้อรา

ขนมปังที่มีครีม ไข่ เนื้อ ชีส หรือไส้ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิก็ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยอาหารก่อนเรื่องความนุ่ม

ดังนั้นประโยคว่า

“ขนมปังห้ามเข้าตู้เย็นเด็ดขาด”

ก็ไม่ถูกสำหรับทุกกรณีเช่นกัน

สิ่งที่เรากำลังพูดถึงคือ การรักษา texture ของขนมปังทั่วไป ไม่ใช่กฎความปลอดภัยอาหารสำหรับขนมปังทุกชนิด

ถ้าจะเก็บนานจริง ๆ ช่องแข็งกลับน่าสนใจกว่า

นี่เป็นอีกจุดที่สวนกับสามัญสำนึก

จากอุณหภูมิห้องลดลงมาเป็นตู้เย็น ขนมปังอาจ stale เร็วขึ้น

แต่เมื่อเย็นลงไปถึงระดับแช่แข็ง กระบวนการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างกลับช้าลงมาก

งานทบทวนด้าน starch structure รายงานว่าเมื่อเก็บที่ประมาณ −18°C การเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับ retrogradation เกิดน้อยกว่าอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการเก็บที่ 4°C

ดังนั้นถ้าต้องการเก็บขนมปังไว้นานหลายวันหรือหลายสัปดาห์

การแบ่งเป็นส่วนแล้วแช่แข็งมักเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่าเก็บไว้ในช่องเย็นธรรมดา

หยิบออกมาเฉพาะส่วนที่ต้องการกิน แล้วอุ่นหรือปิ้งตามเหมาะสม

แนวทางเก็บขนมปังขึ้นกับชนิดขนมปัง ไส้ ระยะเวลาที่ต้องการเก็บ และสภาพอากาศด้วย โดยความปลอดภัยอาหารต้องมาก่อนเรื่องเนื้อสัมผัสเสมอ

ขนมปังที่แข็งแล้ว อุ่นให้กลับมานุ่มได้ไหม?

ได้บางส่วน

ความร้อนสามารถรบกวนโครงสร้างของแป้งที่จัดเรียงตัวใหม่ และทำให้เนื้อขนมปังรู้สึกนุ่มขึ้นชั่วคราว

นี่คือเหตุผลว่าทำไมขนมปัง stale บางชิ้น พอเข้าเครื่องปิ้งหรือเตาอบแล้วกลับมาน่ากินขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเราย้อนเวลาให้ขนมปังกลับไปสดใหม่ร้อยเปอร์เซ็นต์

กลิ่น

ความชื้น

โครงสร้างของเปลือก

รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอื่นระหว่างการเก็บ ไม่ได้ถูกย้อนกลับทั้งหมด

ขนมปังแต่ละชนิดก็ stale ไม่เท่ากัน

สูตรอาหารมีผลมาก

ปริมาณไขมัน น้ำตาล โปรตีน ชนิดแป้ง เอนไซม์ emulsifier และวิธีการผลิต ล้วนสามารถเปลี่ยนอัตราการ stale ได้

อุตสาหกรรมขนมปังจึงมีเทคนิคหลายแบบสำหรับรักษาความนุ่มให้นานขึ้น

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ขนมปังบางชนิดยังนุ่มอยู่หลายวัน

ขณะที่ขนมปัง artisan บางก้อนมี texture ดีมากตอนเพิ่งอบ แต่เปลี่ยนเร็วกว่าเมื่อเวลาผ่านไป

ไม่ได้หมายความว่าแบบหนึ่งดีกว่าอีกแบบโดยอัตโนมัติ

มันเป็นผลจากสูตร โครงสร้าง กระบวนการผลิต และเป้าหมายที่ต่างกัน

สิ่งที่น่าสนใจจริง ๆ คือ เราใช้กฎ “ความเย็นรักษาของ” กว้างเกินไป

ประสบการณ์สอนเราว่าอาหารจำนวนมากควรเข้าตู้เย็น

เราจึงเผลอเอากฎนั้นไปใช้กับอาหารทุกอย่าง

แต่ขนมปังทำให้เห็นว่า

อุณหภูมิเดียวกันสามารถช่วยปัญหาหนึ่ง และทำให้อีกปัญหาหนึ่งแย่ลงพร้อมกันได้

ตู้เย็นช่วยเรื่องการเจริญของจุลินทรีย์

แต่ช่วงอุณหภูมินั้นสามารถเร่งการเปลี่ยนโครงสร้างของแป้งที่สัมพันธ์กับ staling

เมื่อเย็นลงไปถึงระดับแช่แข็งมากพอ กระบวนการดังกล่าวกลับช้าลงอีก

มันจึงไม่ใช่กฎว่า

ยิ่งเย็น = ยิ่งสด

แต่คือ

อุณหภูมิแต่ละช่วงส่งผลต่อกระบวนการในอาหารไม่เหมือนกัน

วิธีจำแบบไม่ต้องนึกถึง amylopectin ทุกครั้ง

จะกินเร็ว → ขนมปังทั่วไปเก็บที่อุณหภูมิห้องอย่างเหมาะสม

จะเก็บนาน → แบ่งแล้วแช่แข็ง

มีไส้หรือส่วนประกอบเสียง่าย → ให้ความปลอดภัยอาหารมาก่อน texture

และถ้าขนมปังเริ่มแข็ง ลองอุ่นหรือปิ้งก่อนตัดสินใจโยนทิ้ง

เพราะสิ่งที่เราเรียกว่า “ขนมปังเก่า” ไม่ได้หมายถึงอาหารที่แค่น้ำค่อย ๆ หายออกไป

มันเป็นวัสดุอาหารที่ยังเปลี่ยนโครงสร้างอยู่ตลอดเวลา

แป้งจัดตัวใหม่

น้ำกระจายตัวใหม่

เนื้อสัมผัสค่อย ๆ เปลี่ยน

และอุณหภูมิรอบตัวก็มีส่วนกำหนดว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นจะเกิดเร็วเพียงใด

ดังนั้นครั้งหน้าที่หยิบขนมปังแข็ง ๆ ออกจากตู้เย็น อาจไม่ต้องสรุปว่า

“ตู้เย็นทำให้มันแห้งหมด”

คำอธิบายที่ใกล้ความจริงกว่าคือ

ตู้เย็นพาขนมปังเข้าไปอยู่ในช่วงอุณหภูมิที่กระบวนการ staling บางส่วน โดยเฉพาะการจัดตัวใหม่ของแป้ง สามารถเกิดได้เร็วขึ้น

และนี่เป็นหนึ่งในกรณีที่

ของที่เย็นกว่า ไม่ได้แปลว่าจะรู้สึกสดกว่าเสมอไป


แหล่งที่มา

Comprehensive Reviews in Food Science and Food Safety — Bread Staling: Molecular Basis and Control

อ้างอิง https://doi.org/10.1111/j.1541-4337.2003.tb00011.x

Comprehensive Reviews in Food Science and Food Safety — Bread Staling: Updating the View

อ้างอิง https://doi.org/10.1111/1541-4337.12064

Comprehensive Reviews in Food Science and Food Safety — Wheat starch structure–function relationship in breadmaking: A review

อ้างอิง https://doi.org/10.1111/1541-4337.13147

Cereal Chemistry — Staling of Bread: Role of Amylose and Amylopectin and Influence of Starch-Degrading Enzymes

อ้างอิง https://doi.org/10.1094/CCHEM.2003.80.6.654
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 17 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนเรื่องใกล้ตัวและมุมที่คนมักมองข้าม
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โอโซนช่วยปกป้องโลกอย่างไร ? 5 เรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดสถิติหวย 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เลข 59 ซ้ำ 3 ครั้ง พบ 594-726 ออกซ้ำโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม7 เมมโมรี่การ์ด PS1 / PS2 ลายการ์ตูนลิมิเต็ด! ของชิ้นเล็กยุคเกมเก่าที่ราคาพุ่งบางบาลน้ำมาเร็ว ภาพเดียวเห็นชัด น้ำท่วมบ้านเกือบมิดตัวในคืนเดียวอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยฝนระลอกใหม่มาแล้ว 23–27 ก.ย. บ้านใครเริ่มมีน้ำท่วมกันบ้าง?สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/10/695 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คลิปเก๋งปาดซ้าย–ขวาล้านวิวจบที่โรงพัก — ทำไมเปลี่ยนเลนถี่ ๆ ถึงอันตรายกว่าที่คิด?สถิติหวย 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เลข 59 ซ้ำ 3 ครั้ง พบ 594-726 ออกซ้ำกรุ๊ปเลือดบอกนิสัยได้จริงแค่ไหนในวัฒนธรรมเกาหลีตะเกียบโลหะแบนของเกาหลีมีที่มาจากการเช็กยาพิษจริงหรือไม่โอโซนช่วยปกป้องโลกอย่างไร ? 5 เรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้กบฏไท่ผิงเริ่มจากหงซิ่วฉวนได้อย่างไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
เตี๋ยวเนื้อเปื่อยที่นุ่มละลายในปาก "ละมุนในลิ้นกลิ่นกรุ่นหอมตลบ"หอยแคลงกับหอยคางต่างกันอย่างไร“ขนมคนที” ขนมพื้นบ้านพัทลุง จากใบไม้ริมชายฝั่งสู่ขนมหวานแห่งภูมิปัญญาปักษ์ใต้เอ็นแก้วคืออะไร? ส่วนไหนของวัว และทำไมตุ๋นแล้วถึงเหนียวนุ่มหนึบ
ตั้งกระทู้ใหม่