หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เรื่องเล่าหมีเมาน้ำมันเครื่องบินที่คัมชัตกาตรวจสอบได้แค่ไหน

เขียนโดย ตัวซีเคร็ท

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ภาพหมีสีน้ำตาลนอนหงายข้างถังเชื้อเพลิงในคัมชัตกาดูเหมือนมุกจากอินเทอร์เน็ต แต่เรื่องนี้มีจุดตั้งต้นอยู่ในพื้นที่จริง คือเขตอนุรักษ์โครโนตสกีทางตะวันออกไกลของรัสเซีย พาดหัวภาษาอังกฤษเมื่อปี 2013 เล่าว่าหมีที่นั่นสูดไอจากถังน้ำมันการบินจน “ติด” แล้วขุดหลุมนอนเคลิ้มอยู่ใกล้ลานเฮลิคอปเตอร์

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้มีอยู่ส่วนหนึ่ง งานวิจัยพฤติกรรมหมีสีน้ำตาลคัมชัตกาซึ่งเก็บข้อมูลในเขตสงวนโครโนตสกี ระบุว่าผลิตภัณฑ์จากการกลั่นน้ำมันดึงดูดหมีได้ทุกฤดูกาล ผู้วิจัยพบหมีต่างเพศต่างวัยเข้าหาจุดที่มีคราบเคโรซีนบนลานจอดเฮลิคอปเตอร์

งานชิ้นเดียวกันบันทึกกรณีแม่หมีและลูกหมีที่กลับมาจุดนั้นทุกเช้า แล้วกลิ้งและถูตัวกับคราบเคโรซีนอยู่นานหลายชั่วโมง หลังแม่หมีตาย ลูกหมีตัวนั้นยังกลับมาใช้จุดเดิมต่อไป นี่เป็นหลักฐานว่าหมีสนใจกลิ่นและพื้นที่ดังกล่าวจริง ไม่ได้เป็นเรื่องแต่งขึ้นจากภาพถ่ายเพียงภาพเดียว

แต่คำว่า “เมา” หรือ “เสพติด” ไปไกลกว่าหลักฐานในงานวิจัยมาก บทความวิชาการจัดพฤติกรรมนี้ไว้ในหัวข้อ การทำเครื่องหมายด้วยกลิ่น ของหมี ไม่ได้รายงานการตรวจสารในร่างกาย อาการหมดสติ การเปลี่ยนแปลงทางระบบประสาท หรือเกณฑ์วินิจฉัยการเสพติด งานวิจัยอธิบายว่าการถูตัวกับวัตถุหรือกลิ่นแรงเป็นรูปแบบหนึ่งของพฤติกรรมทำเครื่องหมาย และพบมากขึ้นในช่วงผสมพันธุ์

สื่อปี 2013 อ้างคำบอกเล่าของช่างภาพ อิกอร์ ชปิเลน็อก ว่ามีหมีรอเฮลิคอปเตอร์และสนใจกลิ่นเชื้อเพลิง จึงเกิดภาพจำว่าพวกมันสูดน้ำมันจนเมาหลับเกลื่อนพื้นที่ รายละเอียดแบบ “นอนสลบ” ยังไม่มีรายงานวิจัยภาคสนามที่ยืนยันตรงกัน จึงควรแยกคำบรรยายเชิงสีสันของสื่อออกจากข้อสังเกตทางสัตววิทยา

เขตอนุรักษ์เองติดตามผลกระทบจากมนุษย์ต่อหมีอย่างใกล้ชิด นักวิจัยของเขตอนุรักษ์ร่วมกับสถาบันวิจัยของรัสเซียศึกษาอิทธิพลของนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ และเสียงเฮลิคอปเตอร์ต่อหมีในหุบเขาไกเซอร์ โดยในเดือนพฤษภาคม–มิถุนายนมีหมีผ่านพื้นที่ราว 60 ตัว ช่วงนั้นตรงกับฤดูผสมพันธุ์และเป็นเวลาที่สัตว์ไวต่อการรบกวน

ข้อสรุปที่ตรงกับหลักฐานที่สุดคือ หมีคัมชัตกาบางตัวเคยเข้าหาและกลิ้งถูตัวกับคราบเคโรซีนบนลานเฮลิคอปเตอร์จริง แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าพวกมัน “ติดน้ำมันเครื่องบิน” หรือเมาจนหมดสติ เรื่องนี้จึงไม่ใช่เกร็ดขำของหมีขี้เมา หากเป็นตัวอย่างว่ากลิ่นและคราบสารจากกิจกรรมมนุษย์สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของสัตว์ป่าได้ แม้ในพื้นที่คุ้มครองที่ห่างไกลมากก็ตาม

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ตัวซีเคร็ท's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย ตัวซีเคร็ท
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม“ม้านิลมังกร”!? รู้จัก “นิลกาย” สัตว์ป่าหน้าตาแปลก คล้ายทั้งม้าและวัว5 ขนมไทยโบราณหาทานยาก ที่คนรุ่นใหม่ไม่เคยได้ยินทองคำจากขยะอิเล็กทรอนิกส์: ขุมทรัพย์ที่มองไม่เห็นในสิ่งของที่เราทิ้งอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยเอ็นแก้วคืออะไร? ส่วนไหนของวัว และทำไมตุ๋นแล้วถึงเหนียวนุ่มหนึบ5 ตลาดเก่าแก่ของไทยที่ มีอายุนับร้อยปี!แนวทางเลขเด็ด "ทักษาพารวย" งวด 1 ตุลาคม 2569 รวมเลขเด็ด 2 ตัว 3 ตัวโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยอัลลิเกเตอร์การ์ (Alligator Gar): ยักษ์ใหญ่ดึกดำบรรพ์แห่งสายน้ำ ผู้มีเกราะและฟันแบบจระเข้5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 ขนมไทยโบราณหาทานยาก ที่คนรุ่นใหม่ไม่เคยได้ยิน“ม้านิลมังกร”!? รู้จัก “นิลกาย” สัตว์ป่าหน้าตาแปลก คล้ายทั้งม้าและวัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมนักบินอวกาศนานาชาติต้องเรียนภาษารัสเซียก่อนภารกิจเหรียญตราหนวดของปีเตอร์มหาราชมีไว้ทำอะไรร่างเลนินถูกดูแลอย่างไรตลอดหนึ่งศตวรรษ5 ขนมไทยโบราณหาทานยาก ที่คนรุ่นใหม่ไม่เคยได้ยิน
ตั้งกระทู้ใหม่