จากเงินสดสู่ QR คนไทยเปลี่ยนวิธีจ่ายเงินเร็วแค่ไหน ตัวเลข 87% เหลือ 66% บอกอะไร
เมื่อก่อนซื้อของไม่กี่สิบบาทก็ต้องควักแบงก์หรือเหรียญออกจากกระเป๋า เดี๋ยวนี้มือถือเครื่องเดียวก็จ่ายได้ ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ไปจนถึงร้านค้ารายย่อย
แต่คำถามคือ คนไทยเปลี่ยนจากเงินสดมาเป็นการจ่ายเงินดิจิทัลเร็วแค่ไหน
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยมีตัวเลขที่ตอบคำถามนี้ได้ค่อนข้างชัด
สัดส่วนจำนวนครั้งที่คนไทยใช้เงินสดในการชำระเงิน ลดจาก 87% ในปี 2564 เหลือ 66% ในปี 2566
เท่ากับลดลง 21 จุดเปอร์เซ็นต์ภายใน 2 ปี
ตัวเลข 87% เหลือ 66% หมายถึงอะไร
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่า “คนไทย 66% ยังใช้เงินสด” และไม่ได้หมายความว่าเงินสดหายไป 21% ของมูลค่าเงินทั้งหมด
ตัวเลขดังกล่าวเป็น สัดส่วนของจำนวนครั้งที่ใช้เงินสดในการชำระเงิน จากการสำรวจ Payment Diary ของ ธปท.
พูดง่าย ๆ คือ หากมองจำนวนครั้งของการจ่ายเงินทั้งหมด การจ่ายด้วยเงินสดมีสัดส่วนลดลงอย่างชัดเจน
นี่จึงเป็นหลักฐานที่สะท้อน “พฤติกรรมการจ่ายเงิน” มากกว่าจะเป็นการบอกว่าเงินสดกำลังหมดไปจากระบบเศรษฐกิจ
จุดเปลี่ยนไม่ได้มีแค่ QR แต่คือระบบที่อยู่ข้างหลัง
หลายคนอาจมองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดจาก QR Code โดยตรง
แต่จริง ๆ แล้ว QR เป็นเพียงสิ่งที่ผู้บริโภคมองเห็น
เบื้องหลังคือโครงสร้างพื้นฐานอย่าง PromptPay ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2559 และทำให้การโอนเงินผ่านหมายเลขโทรศัพท์ เลขประจำตัวประชาชน หรือบัญชีธนาคารทำได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางดิจิทัล
เมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว Thai QR Payment จึงเข้ามาทำให้การจ่ายเงินหน้าร้านง่ายขึ้นอีกขั้น
ผู้ซื้อเปิด Mobile Banking สแกน ร้านค้าไม่จำเป็นต้องมีเครื่องรับบัตรราคาแพง เพียงมี QR สำหรับรับเงินก็สามารถเข้าสู่ระบบการชำระเงินดิจิทัลได้
PromptPay โตจนกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานในชีวิตประจำวัน
ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้อยู่เฉพาะการซื้อของ
PromptPay ถูกใช้ทั้งการโอนเงินระหว่างบุคคล การรับเงินของร้านค้า การจ่ายบิล และบริการทางการเงินอื่น ๆ
ธปท. ระบุในปี 2567 ว่า PromptPay มีการลงทะเบียนรวม 77 ล้านหมายเลข และมีปริมาณการโอนเงินประมาณ 61 ล้านรายการต่อวัน โดยสถิติสูงสุดในขณะนั้นอยู่ที่ 76 ล้านรายการต่อวัน
ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกรรมคือการซื้อสินค้าด้วย QR
แต่สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานการโอนเงินดิจิทัลได้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยในระดับกว้างแล้ว
QR เปลี่ยนเกมของร้านค้ารายเล็ก
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ QR อาจไม่ใช่ความสะดวกของผู้ซื้อ แต่คือความง่ายของผู้ขาย
ในอดีต ร้านค้าขนาดเล็กที่ต้องการรับชำระแบบอิเล็กทรอนิกส์อาจต้องพึ่งพาอุปกรณ์เฉพาะ
แต่ QR ทำให้ร้านค้าสามารถแสดงรหัสสำหรับรับเงินไว้หน้าร้านได้
ธปท. ระบุว่า Thai QR Payment เป็นมาตรฐานเดียวที่ช่วยให้การสแกนจ่ายผ่าน Mobile Banking ทำได้สะดวก และมีบทบาทในการผลักดันประเทศไทยไปสู่สังคมที่ใช้เงินสดน้อยลง
นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราเห็น QR อยู่ในร้านอาหาร ตลาด ร้านรถเข็น และธุรกิจขนาดเล็กมากขึ้น
แต่เงินสดยังไม่หายไป
ตรงนี้เป็นส่วนที่ต้องระวัง
การใช้เงินสดลดลง ไม่ได้แปลว่าคนไทยกำลังเลิกใช้เงินสดทั้งหมด
ข้อมูลของ ธปท. ระบุว่าเงินสดยังมีบทบาท โดยเฉพาะการซื้อสินค้ามูลค่าต่ำกว่า 300 บาท รวมถึงตลาดสด ร้านค้าขนาดเล็ก และร้านรถเข็น เพราะผู้ใช้บางกลุ่มยังรู้สึกว่าเงินสดสะดวกกว่า
เหตุผลไม่ได้มีแค่เรื่องความเคยชิน
เงินสดยังทำหน้าที่เป็นเงินสำรองในกรณีระบบดิจิทัลมีปัญหา และยังจำเป็นสำหรับคนบางกลุ่มที่เข้าถึงบริการชำระเงินดิจิทัลได้ไม่เต็มที่
ดังนั้นภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่ “เงินสดถูกแทนที่ด้วย QR” แบบทันที
แต่เป็นการที่ ช่องทางใหม่เข้ามาแบ่งพื้นที่จากช่องทางเดิม
จากจ่ายในประเทศ สู่ QR ข้ามประเทศ
วิวัฒนาการของระบบไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้าร้านในประเทศไทย
ธปท. พัฒนาการเชื่อมโยงระบบชำระเงินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ Cross-border QR Payment เพื่อให้คนไทยสามารถใช้ QR ในต่างประเทศ และนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถใช้ช่องทางที่คุ้นเคยเพื่อชำระเงินในไทยได้
ข้อมูลของ ธปท. ระบุว่าการเชื่อมโยงดังกล่าวขยายไปยังหลายประเทศและเขตเศรษฐกิจในเอเชีย และมีการพัฒนาต่อเนื่องเพื่อรองรับการท่องเที่ยวและการค้าข้ามพรมแดน
นั่นหมายความว่า QR กำลังเปลี่ยนจาก “ป้ายรับเงินหน้าร้าน” ไปสู่ส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินระหว่างประเทศ
แล้วคนไทยกำลังเข้าสู่สังคมไร้เงินสดหรือยัง
ถ้าคำว่า “ไร้เงินสด” หมายถึงไม่มีใครใช้ธนบัตรและเหรียญแล้ว คำตอบจากข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ใช่ภาพนั้น
แต่ถ้าหมายถึง สังคมที่คนสามารถใช้ชีวิตประจำวันโดยพึ่งพาเงินสดน้อยลง หลักฐานชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว
จาก 87% เหลือ 66% ในสัดส่วนจำนวนครั้งของการใช้เงินสดภายในช่วงสำรวจเพียง 2 ปี ขณะเดียวกัน PromptPay และ Thai QR Payment ก็กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการโอนและชำระเงินดิจิทัลในวงกว้าง
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจึงไม่ใช่การหายไปของเงินสด
แต่เป็นการเปลี่ยนคำถามจาก
“มีเงินสดติดกระเป๋าหรือไม่”
ไปสู่
“วันนี้จำเป็นต้องใช้เงินสดกี่ครั้ง”
และจากข้อมูลล่าสุดที่มีในชุด Payment Diary สิ่งที่เห็นชัดคือ จำนวนครั้งที่คนไทยพึ่งพาเงินสดกำลังลดลง
เงินสดยังอยู่ แต่โทรศัพท์มือถือกำลังเข้ามารับหน้าที่บางส่วนแทน
แล้วในชีวิตประจำวันของคุณ ตอนนี้จ่ายด้วยเงินสดหรือสแกน QR มากกว่ากัน
แหล่งข้อมูลหลักสำหรับตัวเลข Payment Diary ปี 2564 และ 2566 และบริบทการใช้เงินสดของคนไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทย — Payment Research
แหล่งข้อมูลโครงการ Consumer Payment Diary และรายละเอียดการสำรวจพฤติกรรมการชำระเงิน
ธนาคารแห่งประเทศไทย — PromptPay
ข้อมูลโครงสร้าง PromptPay, Thai QR Payment และบทบาทในระบบชำระเงินดิจิทัล
ธนาคารแห่งประเทศไทย — รวม “Prompt..” Digital Payment ที่ต้องมี
ข้อมูลจำนวนการลงทะเบียน PromptPay และปริมาณธุรกรรมที่เผยแพร่ในปี 2567
ธนาคารแห่งประเทศไทย — Cross-border Payment
ข้อมูลพัฒนาการของ PromptPay และการเชื่อมโยงระบบชำระเงินระหว่างประเทศ
ธนาคารแห่งประเทศไทย — Payment Data Indicators
ฐานข้อมูลสถิติธุรกรรมการชำระเงินที่ ธปท. เผยแพร่เป็นรายเดือน รวมถึงข้อมูลปี 2569
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
ทำไมสับปะรดเคยเป็นของฟุ่มเฟือยที่สุดของยุโรป
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
Landwasser Viaduct สะพานรถไฟกลางเทือกเขาแอลป์ ผลงานวิศวกรรมที่โค้งเข้าไปในภูเขาอย่างน่าเหลือเชื่อ
อยู่คนเดียวตอนอายุมากขึ้น…ทำไมบางวันถึงรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน
10 ล้านล้านพารามิเตอร์ยังไม่ใช่ทั้งหมด — เบื้องหลังแผน AI ครั้งใหญ่ของ Alibaba
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 1 ตุลาคม 69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
รู้จัก “บลู พงศ์ทิวัตถ์” นักแสดงหนุ่มที่กำลังถูกจับตาหลังมีภาพร่วมกับ LISA ที่ลอนดอน
ดวงจันทร์มี “แผลใหม่” กว้าง 222 เมตร — ภาพก่อนและหลังเผยหลุมที่ไม่เคยอยู่ตรงนั้น
เปิด 5 มหาวิทยาลัยเด่นของภาคอีสาน พร้อมข้อมูลอันดับระดับโลก
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย



