อุบะสุเตะคือธรรมเนียมจริงหรือเป็นตำนานของญี่ปุ่น
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
ชายคนหนึ่งแบกแม่ชราขึ้นทางเขา หิมะกัดผิวจนชา และปล่อยเธอไว้กับอาหารเพียงนิดเดียว ภาพนี้ทำให้คำว่า อุบะสุเตะ (Ubasute) ถูกเล่าต่อในฐานะกฎโหดของหมู่บ้านญี่ปุ่นที่ยอมทิ้งผู้สูงวัยเพื่อแบ่งอาหารให้คนหนุ่มสาว
ตำนานฉบับที่เป็นที่รู้จักมักกำหนดอายุไว้ราว 70 ปี หรือให้ผู้ที่ทำงานไม่ไหวถูกพาขึ้นภูเขา เรื่องเล่าหนักที่สุดคือคนเป็นลูกต้องเลือกความอยู่รอดของครอบครัวเหนือชีวิตพ่อแม่ จึงกลายเป็นภาพจำว่าอดีตของญี่ปุ่นเคยมีธรรมเนียมเช่นนี้จริง
แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ยังไม่รองรับว่าอุบะสุเตะเป็นกฎหมู่บ้านหรือประเพณีที่ทำกันแพร่หลาย นักวิชาการศาสนาญี่ปุ่น เอ็ดเวิร์ด ดรอตต์ ระบุว่า นอกเหนือจากตำนาน บทกวี นิยาย และละคร ยังไม่มีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือยืนยันการแบกผู้สูงวัยไปทิ้งบนภูเขาเป็นกิจวัตรทางสังคม การทอดทิ้งผู้สูงวัยเป็นรายกรณีอาจเกิดขึ้นได้ในภาวะอดอยากหรือความรุนแรงสุดขั้ว แต่ไม่ใช่หลักฐานของธรรมเนียมที่คนทั้งชุมชนยอมรับ
ร่องรอยเก่าแก่ของเรื่องนี้อยู่ในวรรณกรรมมากกว่าบันทึกการปกครอง ตำนานใน ยามาโตะโมโนงาตาริ ซึ่งเรียบเรียงราวคริสต์ศตวรรษที่ 10 เล่าถึงชายผู้พาญาติผู้หญิงสูงวัยขึ้นเขาตามคำบีบคั้นของภรรยา ก่อนเขาจะสำนึกผิดและย้อนกลับไปช่วย เศษโครงเรื่องแบบนี้มีความคล้ายกับนิทานพุทธจากอินเดีย จึงมีน้ำหนักในฐานะนิทานสอนใจเรื่องความกตัญญูและความโดดเดี่ยวของวัยชรา มากกว่าจะเป็นรายงานเหตุการณ์จริง
อีกฉบับหนึ่งเล่าว่าแม่ชราหักกิ่งไม้โปรยไว้ตามทาง เพราะกลัวลูกจะหลงตอนเดินกลับบ้าน รายละเอียดนี้ทำให้เรื่องเจ็บยิ่งกว่าเดิม แม่ที่ถูกพาไปตายยังห่วงความปลอดภัยของลูก ความเศร้านี้เองที่ทำให้ตำนานถูกนำไปใช้ในละครโนห์ ภาพยนตร์ และนิยายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ภูเขาที่เชื่อมกับตำนานมากที่สุดคือ คามุริกิยามะ หรือภูเขาคามุริกิ ในจังหวัดนากาโนะ ซึ่งมีอีกชื่อว่า โอบาสุเตะยามะ หรือภูเขาอุบะสุเตะ สูง 1,252 เมตร ข้อมูลจากหมู่บ้านชิคุโฮคุระบุว่าพื้นที่นี้เป็นทั้งจุดชมจันทร์และเวทีของตำนานอุบะสุเตะ ชื่อภูเขาจึงมีอยู่จริง แต่ชื่อสถานที่เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าการทิ้งคนแก่เคยเกิดเป็นธรรมเนียม
บทกวีใน โคคินวากาชู ที่รวบรวมเสร็จราว ค.ศ. 905 กล่าวถึงแสงจันทร์เหนือภูเขาโอบาสุเตะ ทว่าไม่ได้บรรยายการพาผู้สูงวัยไปทิ้ง นักวิชาการจึงเตือนว่า ชื่อสถานที่กับคำอธิบายที่ถูกเล่าภายหลังอาจค่อย ๆ หลอมรวมกัน จนคนรุ่นหลังเข้าใจว่าชื่อนั้นต้องเกิดจากเหตุการณ์จริง
ภาพจำที่ว่า “คนแก่ไร้ประโยชน์จึงถูกกำจัด” ก็ขัดกับชีวิตชนบทก่อนสมัยใหม่พอสมควร ผู้สูงวัยยังดูแลเด็ก สานฟาง ซ่อมเครื่องมือ จัดการงานในบ้าน และถ่ายทอดความรู้เรื่องฤดูกาล เมล็ดพันธุ์ และการรับมือปีที่เพาะปลูกยากลำบาก การยืนยันว่าหมู่บ้านจะเสียทรัพยากรด้วยการทิ้งคนที่ยังช่วยงานได้ จึงต้องมีหลักฐานหนักแน่นกว่าฉากในนิยาย
ความโด่งดังยุคใหม่ของอุบะสุเตะยิ่งมาจากเรื่องแต่ง เช่น บัลลาดแห่งนารายามะ ที่สร้างหมู่บ้านซึ่งกำหนดชะตาผู้สูงวัยอย่างโหดร้าย งานเหล่านี้ทำให้ผู้ชมเห็นภาพกระดูกบนเขาและกฎอายุเป็นรูปธรรม จนเส้นแบ่งระหว่างตำนานกับประวัติศาสตร์เลือนลง
อุบะสุเตะจึงไม่ควรถูกเล่าว่าเป็นข้อเท็จจริงว่า “ชาวญี่ปุ่นเคยบังคับลูกแบกแม่ไปทิ้งเมื่ออายุ 70 ปี” ข้อสรุปที่ตรงกับหลักฐานกว่าคือ มันเป็นตำนานเก่าแก่ที่ผูกกับภูเขาและวรรณกรรมญี่ปุ่น สะท้อนความกลัวต่อความอดอยาก ความแก่ และการถูกครอบครัวทอดทิ้ง ส่วนคามุริกิยามะยังเป็นภูเขาจริงในนากาโนะที่มีตำนานนี้ติดอยู่กับชื่อ ไม่ใช่หลักฐานว่าภูเขาเคยเป็นสถานที่สังหารผู้สูงวัยตามกฎหมู่บ้าน
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 1 ตุลาคม 69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
เพจพยากรณ์อากาศหายจากระบบ หลังโพสต์เตือนฝนหนัก 24-27 ก.ย. ก่อนกลับมาอีกครั้ง
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
คำสาปผู้พันแซนเดอร์สทำให้ Hanshin Tigers ชวดแชมป์จริงหรือ
ป้ายแดง Levi’s บางตัวไม่มีคำว่า Levi’s — และนั่นไม่ได้แปลว่าเป็นของปลอม
ฝ่ายปกครองเมืองคอนจับระทึก!พ่อค้ายา สลิ้งแตก!เตะยอดหน้าลูกสมุน ถูกล่อซื้อจับยาบ้าแลกปืน
ตำนานห้องสีแดงกับป็อปอัปที่ปิดไม่ลง
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
แปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
โอคิโนะชิมะ เกาะศักดิ์สิทธิ์ที่ยังเข้าถึงไม่ได้
ปฏิทินจีนเทียบปฏิทินไอ้ไข่ งวด 1 ต.ค. 2569 เลขไหนน่าสนใจ
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย






