หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมือง Mattoon เคยหวาดกลัวโจรพ่นก๊าซอย่างไร

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

คืนหนึ่งในเดือนกันยายน ค.ศ. 1944 ชาวเมือง Mattoon รัฐอิลลินอยส์ เริ่มเล่าเรื่องคล้ายกันอย่างน่าขนลุก: มี กลิ่นหวานประหลาด ลอยเข้ามาจากหน้าต่างบ้าน แล้วตามด้วยคลื่นไส้ ไอ อาเจียน หรือขาไร้เรี่ยวแรงชั่วคราว คนร้ายในจินตนาการจึงได้ชื่อว่า The Mad Gasser of Mattoon หรือ “โจรพ่นก๊าซ”

เรื่องนี้ไม่ได้มีหลักฐานชัดว่ามีผู้ร้ายจริง แต่ความกลัวที่มันก่อขึ้นนั้นเกิดขึ้นจริงกับคนทั้งเมือง

จากกลิ่นแปลก ๆ สู่การล่าโจรกลางคืน

รายงานช่วงแรกเกิดปลายเดือนสิงหาคม ต่อมาเรื่องของ Aline Kearney ซึ่งบอกว่าได้กลิ่นหวานและขยับขาไม่ได้ กลายเป็นข่าวที่คนพูดถึงทั่วเมือง ข่าวลือเริ่มต่อยอดเป็นภาพชายลึกลับยืนข้างหน้าต่าง ถืออุปกรณ์ฉีดพ่น และเลือกเล่นงานบ้านยามดึก

บรรยากาศยิ่งตึงเครียดเมื่อมีคนแจ้งเหตุเพิ่มขึ้น ตำรวจเพิ่มการลาดตระเวน ชาวบ้านหลายคนออกยามเอง และหน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยตรวจสอบ ตามข้อมูลที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์รวบรวม หนังสือพิมพ์รายงานว่าในช่วง 12 วันมีผู้บอกว่าได้กลิ่นลึกลับถึง 33 คน

ตัวเลขนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีก๊าซ 33 ครั้ง แต่แสดงให้เห็นว่าข่าวลือแพร่เร็วเพียงใด เมื่อผู้คนเริ่มคอยจับผิดทุกกลิ่น ทุกเงา และทุกเสียงนอกหน้าต่าง

หลักฐานไม่เคยพาไปถึงตัวคนร้าย

ตำรวจไม่จับผู้ต้องสงสัยได้ และไม่มีหลักฐานทางกายภาพที่ยืนยันรูปแบบการโจมตีด้วยก๊าซ หลายกรณีอาจอธิบายได้จากกลิ่นในบ้าน ควันหรือไอจากแหล่งอุตสาหกรรมใกล้เคียง และความเข้าใจผิดในภาวะตื่นกลัว

วันที่ 12 กันยายน หัวหน้าตำรวจ C. E. Cole แถลงว่าไม่มีชายลอบพ่นก๊าซตามที่เล่าลือ โดยเสนอว่าไอจากโรงงานที่ถูกลมพัดเข้าบ้านอาจเป็นต้นทางของกลิ่นบางส่วน ขณะเดียวกัน ตำรวจก็เห็นว่าความหวาดกลัวทำให้รายงานจำนวนหนึ่งขยายตัวเกินข้อเท็จจริง

ร่างกายตอบสนองต่อความกลัวได้จริง

งานศึกษาในปี 1945 ของ Donald M. Johnson วิเคราะห์บันทึกเหตุการณ์นี้ในฐานะกรณี อาการทางกายที่แพร่ผ่านความกังวลร่วมกัน เมื่อคนได้ยินว่ามีภัยใกล้ตัว สมองจะเฝ้าระวังมากขึ้น กลิ่นธรรมดาหรือความรู้สึกไม่สบายเพียงเล็กน้อยจึงอาจถูกตีความว่าเป็นสัญญาณอันตราย

ความคาดหวังด้านลบลักษณะนี้คล้ายสิ่งที่ปัจจุบันเรียกว่า nocebo effect คือการที่ความเชื่อว่าตนกำลังจะได้รับอันตราย มีส่วนกระตุ้นอาการจริง เช่น คลื่นไส้ เวียนศีรษะ ใจสั่น หรืออ่อนแรง ไม่ได้หมายความว่าผู้รายงาน “แกล้งป่วย” แต่อารมณ์และร่างกายส่งผลต่อกันได้

จึงยังพูดไม่ได้เต็มปากว่าไม่มีใครเคยก่อเหตุเลย เพราะไม่มีหลักฐานชิ้นใดปิดคดีได้เด็ดขาด แต่ข้อสรุปที่หลักฐานรองรับมากที่สุดคือ ความกลัวร่วมและข่าวลือ เป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้เหตุรายงานเพิ่มขึ้น แล้วค่อยลดลงหลังตำรวจประกาศว่าการโจมตีส่วนใหญ่อาจเป็นเหตุที่อธิบายได้

คดี Mad Gasser จึงน่ากลัวกว่าภาพชายถือกระบอกฉีดพ่นเสียอีก มันเตือนว่า เมื่อเมืองหนึ่งเชื่อว่าภัยกำลังซ่อนอยู่ใกล้ตัว ข่าวหนึ่งชิ้นสามารถเปลี่ยนกลิ่นในอากาศให้กลายเป็นหลักฐานในใจของผู้คนได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยสงครามนกกระจอกของจีนเปลี่ยนทุ่งนาให้กลายเป็นวิกฤตได้อย่างไรรู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรปฏิทินจีนเทียบปฏิทินไอ้ไข่ งวด 1 ต.ค. 2569 เลขไหนน่าสนใจระดับน้ำตาลในเลือดจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหนหากดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดอดีตนักบอลทีมชาติ "ไดโกะ นิชิ" ประกาศว่าแต่งงานกับดาราสาว "มามิ คามูระ" แล้ว!!เหตุใดกาน้ำกาแฟในเคมบริดจ์จึงถูกเฝ้าดูผ่านจอคอมพิวเตอร์5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิมอดีตไอดอลญี่ปุ่น "อายากะ โมจิซึกิ" เผย "ฉันเคยมีแฟนเป็นเด็กแว๊นซ์"ชวนเข้ามาดูอาหาร 15 ชนิดที่มักเข้าใจผิดว่าเหมือนกันกันบ่อย ๆ และวิธีแยกความแตกต่างกัมพูชาเตรียมจัดเวิร์กช็อป “Khmer Sbai” 6 ต.ค. เน้นการใช้สไบในประเพณีและงานแต่ง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ระดับน้ำตาลในเลือดจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหนหากดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันกัมพูชาเตรียมจัดเวิร์กช็อป “Khmer Sbai” 6 ต.ค. เน้นการใช้สไบในประเพณีและงานแต่งเรื่องจริงที่ "โรงเรียนไม่เคยสอน" เปิด 5 ความลับรอบตัวที่เรามองข้ามเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สั่งของจากจีนราคาถูก อย่าเพิ่งคิดว่าถูกจริง เช็ก 7 กฎนำเข้าไทยก่อนสั่งร่างกายตุ่นปากเป็ดแปลกกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นอย่างไรเทคนิคบริหารทีมแบบ Remote Work ให้ได้ผลงานเต็ม 100%สงครามหมูบนเกาะซานฮวนเกือบทำให้อังกฤษกับอเมริการบกัน
ตั้งกระทู้ใหม่