เมือก Star Jelly ที่ถูกโยงกับฝนดาวตก
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
เช้าวันหนึ่งหลังฝนตก สนามหญ้ามีก้อนใสคล้ายวุ้นกระจายอยู่ตามพื้น บางก้อนเกาะกับกิ่งไม้ พอแดดออกไม่นานมันกลับเหี่ยว ยุบ หรือดูเหมือนหายไป จึงมีคนเล่าว่านี่คือเศษของดาวตกที่เพิ่งผ่านฟ้า และเรียกมันว่า Star Jelly หรือเมือกดาว
ชื่อเรียกนี้มีประวัติย้อนไปถึงยุโรปยุคกลาง เอกสารจากราวศตวรรษที่ 14 บันทึกคำบรรยายถึงเมือกที่นอนอยู่บนพื้นและถูกเชื่อมโยงกับ “ดาวที่ตกลงมา” ต่อมามีชื่อท้องถิ่นอีกหลายแบบ เช่น star slime และ star shot ความสัมพันธ์กับฝนดาวตกจึงเป็นความเชื่อที่เล่าต่อกันมายาวนาน ไม่ใช่หลักฐานว่าเมือกเดินทางมาจากอวกาศ
สิ่งที่ฟ้าส่งลงมากับสิ่งที่พบอยู่แล้วบนพื้น
NASA อธิบายว่า ฝนดาวตกคือเศษวัตถุจากอวกาศที่เข้าสู่บรรยากาศด้วยความเร็วสูงและเผาไหม้เป็นแสง ส่วนใหญ่ระเหยไปในชั้นบรรยากาศ วัตถุที่ตกถึงพื้นจริงจึงต้องรอดจากการเผาไหม้และถูกเรียกว่าอุกกาบาต ก้อนเจลใสที่โผล่บนสนามหลังฝนจึงไม่มีเส้นทางหลักทางฟิสิกส์ที่รองรับว่ามันเป็นผลผลิตปกติของฝนดาวตก
จุดที่ทำให้คนเชื่อมสองเรื่องเข้าด้วยกันคือจังหวะเวลา ฝนดาวตกมักถูกชมในคืนฟ้าเปิด ส่วนเมือกพวกนี้มักเห็นชัดหลังมีความชื้นหรือฝนตก เช้าวันต่อมาจึงเหมือนมีบางอย่างตกลงมาระหว่างคืน ทั้งที่วัตถุอาจอยู่ตรงนั้นก่อนแล้วและเพิ่งพองตัวเมื่อดูดน้ำ
ตรวจแล้วพบว่า “Star Jelly” ไม่ใช่วัตถุชนิดเดียว
คำว่า Star Jelly เป็นฉายาสำหรับของเหนียวใสหลายแบบ ไม่ใช่ชื่อวิทยาศาสตร์ของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง กรณีที่ศึกษาจากสกอตแลนด์มีหลักฐานสนับสนุนว่าเมือกบางก้อนมาจากวุ้นสืบพันธุ์ของกบหรือคางคกซึ่งถูกผู้ล่ากินแล้วคายออก หรือเหลือจากซากสัตว์ เมื่อเจอความชื้น วุ้นจะขยายปริมาตรจนดูเป็นก้อนใหญ่เกินกว่าซากต้นทางมาก
ตัวอย่างหนึ่งที่นำไปตรวจดีเอ็นเอในรายการของ BBC และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติลอนดอน พบว่าตัวอย่างนั้นมีต้นกำเนิดจากกบ พร้อมร่องรอยดีเอ็นเอของนกกางเขน การตรวจไม่พบดีเอ็นเอใน “บางตัวอย่าง” จึงไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นสิ่งจากนอกโลก เพราะตัวอย่างอาจเสื่อมสภาพ ปนเปื้อน หรือเป็นวัสดุคนละชนิดกันตั้งแต่แรก
อีกคำอธิบายคือสิ่งมีชีวิตที่พองตัวหลังฝน
Nostoc เป็นไซยาโนแบคทีเรียที่อยู่เป็นกลุ่มในชั้นวุ้น ตอนแห้งมันอาจดูเป็นคราบคล้ำเล็ก ๆ จนแทบไม่สะดุดตา พอได้รับน้ำจะพองเป็นก้อนลื่น สีเขียวคล้ำถึงน้ำตาล และดูคล้ายเมือกประหลาดบนดินหรือทางกรวดได้มาก ยังมีราเจลและราเมือกบางชนิดที่มีหน้าตาใกล้เคียงกัน
ข้อสรุปที่หลักฐานรองรับคือ Star Jelly มีอยู่จริงในฐานะสิ่งที่คนพบเห็น แต่ไม่ใช่สารลึกลับชนิดเดียวและยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามาจากฝนดาวตก ก้อนหนึ่งอาจเป็นวุ้นจากสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก อีกก้อนอาจเป็น Nostoc หรือราเจล ความลึกลับจึงเกิดจากการใช้ชื่อเดียวกับของหลายชนิด และจากเวลาที่มันพองตัวหรือยุบหายไปอย่างรวดเร็วหลังฝน
เว็บไซต์ไทยที่โด่งดังที่สุด มียอดผู้ใช้งานต่อวันมากเป็นอันดับ 1
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
จังหวัดไหนคนจนเยอะที่สุดในไทย ? เปิดตัวเลขล่าสุด ภาคไหนน่าจับตา
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
ปฏิทินจีนเทียบปฏิทินไอ้ไข่ งวด 1 ต.ค. 2569 เลขไหนน่าสนใจ
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/10/69
แนวทางเลขเด็ด "สลาก 5 ภาค" งวด 1 ตุลาคม 69 สรุปทั้งเลขเด่น-เลขดัง เพียบ!
ตุ๊กตาเสียกบาลกับความเชื่อเรื่องการรับเคราะห์แทนคน
Uncanny Valley ทำไมสิ่งที่เกือบเหมือนคนจึงชวนอึดอัด
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
รีวิวหนังดัง MASTER OF THE UNIVERSE นักรบเจ้าจักรวาล
เส้นทาง 22,000 กม. เดินได้จริงหรือไม่
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ






