สุสานเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ความลับสุสานเรือรบ: เรือบรรทุกเครื่องบินราคา 1 เซนต์ กับใบแจ้งหนี้มหาศาลที่ก้นมหาสมุทร
ภาพของเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดยักษ์ความยาวเท่ากับสนามฟุตบอลสามสนามต่อกัน แล่นออกจากท่าเทียบเรืออย่างเงียบเชียบโดยไร้เสียงดุริยางค์หรือคำกล่าวอำลา อาจดูเป็นเรื่องน่าใจหาย แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือตัวเลขในสัญญาขายเรือรบเหล็กกล้าน้ำหนักหลายหมื่นตันลำนี้ ซึ่งระบุราคาไว้เพียง "1 เซนต์" หรือเหรียญทองแดงเพียงเหรียญเดียว ในขณะที่เรือบรรทุกเครื่องบินอีกลำที่มีรูปลักษณ์ภายนอกไม่ต่างกัน กองทัพเรือกลับต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินว่าจ้างแยกชิ้นส่วนสูงถึง 418 ล้านดอลลาร์ อะไรคือความลับที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกเหล็กสีเทาเหล่านี้ และเหตุใดสุสานเรือรบที่แท้จริงจึงกลายเป็นระเบิดเวลาที่ไม่มีใครอยากแตะต้อง
ปริศนาเรือรบ 1 เซนต์ กับภาระสารพิษตกค้าง
เรือ ยูเอสเอส จอห์น เอฟ. เคนเนดี (USS John F. Kennedy) เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานดั้งเดิมลำสุดท้ายของสหรัฐฯ ถูกปลดประจำการและขายให้บริษัทเอกชนนำไปตัดแยกชิ้นส่วนในราคาเพียง 1 เซนต์ ตามกฎหมายของรัฐบาลกลางที่ไม่สามารถยกทรัพย์สินให้ผู้อื่นได้ฟรีๆ
ราคา 1 เซนต์นี้ไม่ใช่การลดแลกแจกแถม แต่คือ "การถ่ายโอนภาระความรับผิดชอบ"
-
ต้นทุนการกำจัดสารพิษ: เรือรบในยุคสงครามเย็นถูกสร้างขึ้นพร้อมกับสารอันตรายจำนวนมหาศาล ทั้งฉนวนใยหิน (Asbestos) ที่หุ้มท่อไอน้ำ สารพีซีบี (PCBs) ในฉนวนสายไฟและสีทาเรือ ตะกั่ว และคราบน้ำมันเตาตกค้าง
-
รายได้จากเศษเหล็กที่ไม่คุ้มทุน: ก่อนจะตัดแยกเหล็กกล้าและโลหะมีค่าไปขายได้ ผู้รับเหมาต้องส่งคนงานพร้อมชุดป้องกันพิเศษเข้าไปรื้อถอนและทำลายขยะพิษเหล่านี้ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดมักสูงจนกลืนกินกำไรจากการขายเศษเหล็ก เปรียบเสมือนการได้รับเปียโนหลังใหญ่ฟรีบนชั้น 9 ของตึกที่ไม่มีลิฟต์ ซึ่งค่าจ้างคนแบกลงมานั้นแพงกว่ามูลค่าของตัวเปียโนเสียอีก
“กองเรือลูกเหม็น” และการสูญสลายจากภายใน
นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เรือรบนับพันลำถูกนำมาจอดเก็บรักษาไว้ที่แม่น้ำเดลาแวร์ในเมืองฟิลาเดลเฟีย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดที่ช่วยชะลอการเกิดสนิม เรือเหล่านี้ถูกปิดผนึกช่องอากาศ ติดตั้งเครื่องดูดความชื้น และจ่ายกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ เข้าตัวเรือเพื่อป้องกันการกัดกร่อน จนได้รับฉายาว่า "กองเรือลูกเหม็น" (Mothball Fleet)
แม้ภายนอกจะดูเหมือนพร้อมกลับมาแลกหมัดในสงครามได้ตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริง เรือส่วนใหญ่กลับเผชิญกับภาวะ Canibalization (การกินเนื้อตัวเอง) กองทัพเรือมักถอดอะไหล่ ชิ้นส่วน และปั๊มน้ำจากเรือที่จอดนิ่ง ไปใส่ให้เรือรบลำอื่นที่ยังต้องออกปฏิบัติการจริง เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี เรือที่เห็นลอยลำอยู่จึงเหลือเพียงโครงเหล็กกลวงเปล่า การฟื้นฟูสภาพให้กลับมาใช้งานได้จึงมีราคาสูงยิ่งกว่าการสร้างเรือลำใหม่
เมื่อเป็นพลังงานนิวเคลียร์: ราคาการทำลายล้างที่สูงลิ่ว
ความแตกต่างอย่างมหาศาลเกิดขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเรือ ยูเอสเอส เอนเทอร์ไพรส์ (USS Enterprise) เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ลำแรกของโลก ซึ่งติดตั้งเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ถึง 8 เตา
เรือลำนี้ไม่สามารถบริจาคทำพิพิธภัณฑ์ เป็นปะการังเทียม หรือใช้เป็นเป้าซ้อมยิงได้เลย เนื่องจากเตาปฏิกรณ์ถูกเชื่อมติดแน่นอยู่กับโครงสร้างส่วนลึกของเรือ และยังมีกากกัมมันตรังสีตกค้าง ทางเลือกเดียวคือการแยกชิ้นส่วนอย่างระมัดระวังสูงสุด ซึ่งหลังจากการฟ้องร้องและประมูลงานอย่างดุเดือด สัญญาว่าจ้างแยกชิ้นส่วนมีมูลค่าสูงถึง 418.5 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของมูลค่าการก่อสร้างเรือเมื่อเทียบเป็นมูลค่าเงินปัจจุบัน
ชูค ลากูน: สุสานเรือรบที่ใหญ่ที่สุดและระเบิดเวลาใต้สมุทร
สุสานเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในโลกไม่ได้อยู่บนท่าเรือ แต่จมอยู่ใต้ผืนน้ำเขตร้อนระยะทางกว่า 13,000 กิโลเมตร ณ ชูค ลากูน (Chuuk Lagoon) ในไมโครนีเซีย จากปฏิบัติการทางอากาศยาน Hailstone ของสหรัฐฯ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง (ปี 1944) ซึ่งจมกองเรือญี่ปุ่นกว่า 50 ลำและเครื่องบินกว่า 250 ลำลงสู่ก้นทะเลภายในเวลาเพียงสองวัน
สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำมานานกว่า 80 ปี คือ น้ำมันเตาประมาณ 32,000 ตัน ที่ยังคงติดค้างอยู่ในเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำ ซึ่งมีปริมาณเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิกถึง 14 สระ ผู้เชี่ยวชาญด้านการกัดกร่อนเตือนว่า โครงสร้างเหล็กของเรือกำลังผุกร่อนจนถึงขีดจำกัดและเสี่ยงต่อการพังทลายลงมา แต่กลับไม่มีประเทศใดเข้ามาเก็บกู้ เนื่องจากความซับซ้อนทางกฎหมายระหว่างประเทศ สถานะการเป็นสุสานสงครามที่มีร่างผู้เสียชีวิต และไม่มีใครพร้อมที่จะเป็นผู้แบกรับ "ใบแจ้งหนี้" ก้อนโตนี้
มูลค่าที่แท้จริงของเรือรบไม่ได้วัดกันที่งบประมาณในการจัดสร้างยามเริ่มต้น แต่อยู่ที่ต้นทุนมหาศาลในการปลดระวางและกำจัดในวันสุดท้าย เหล็กกล้าจากเรือที่ถูกแยกชิ้นส่วนอาจหมุนเวียนกลับมาเป็นโครงสร้างตึก ตัวถังรถยนต์ หรือแม้กระทั่งถังเครื่องซักผ้าในบ้าน แต่สำหรับซากเรือรบที่ถูกทิ้งร้างไว้ใต้ก้นมหาสมุทร ค่าใช้จ่ายและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นภาระผูกพันที่ตกทอดมาข้ามยุคสมัย รอคอยวันที่ใครสักคนจะต้องเป็นผู้จ่ายในที่สุด
ที่มา: https://www.marineinsight.com/10-largest-ship-graveyards-in-the-world/
https://www.theguardian.com/world/ng-interactive/2017/nov/03/worlds-biggest-grave-robbery-asias-disappearing-ww2-shipwrecks
https://www.atlasobscura.com/places/bay-of-nouadhibou-ship-graveyard
https://youtu.be/9i6h-Ep79ro?si=ba23Tk8NgI7K3O1N
https://en.wikipedia.org/wiki/Ship_cemetery_at_Ekenabben
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
กล่องสุ่มทำให้เราอยากเปิดต่อไปอีกเรื่อยๆ
อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
GPT ลองวิเคราะห์เลขงวด 16 ต.ค. 69 คัด 3 ตัวหน้า–3 ตัวท้าย จากตัวเลขที่น่าจับตา
ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
เรื่องจริงใกล้ตัว! ทำไมเราถึงจำฝันแม่นตอนตื่นนอนใหม่ๆ แต่พอสายกลับลืมสนิท?
ฝุ่น PM2.5 ทำให้ความจำพร่าได้แค่ไหน
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
อำเภอที่คนจีนนิยมไปที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในไทย
ถอดรหัส "ตีเสี่ยวเหริน" พิธีกรรมตีคนชั่วใต้สะพานคอห่าน มนต์ดำสะท้อนจิตวิทยาและวาล์วระบายแค้นของชาวฮ่องกง
เมียนมาที่โลกไม่ได้เห็น: จากนครที่สาบสูญ สู่ฟอสซิลไดโนเสาร์กลางดงกระสุน
สัญญะ อำนาจ และการแสดงศักดิ์สิทธิ์: ถอดรหัส “ร่างทรงเวียดนาม” ในมุมมองวัฒนธรรมศึกษาและคติชนวิทยา
แร็กนาร็อก: ถอดรหัสภาพสะท้อนมหาภัยพิบัติ ผ่านมุมมองปรัมปราวิทยาและคติชนชาวนอร์ส



