หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

โรงพยาบาลรัฐ 1 แห่งต้องใช้งบปีละเท่าไร ถึงจะดูแลคนทั้งจังหวัด ตัวเลขจริงอาจสูงกว่าที่หลายคนคิด

เขียนโดย Gario

เวลาพูดถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัด หลายคนอาจคิดว่างบประมาณหลัก ๆ ก็คือเงินเดือนหมอ พยาบาล ค่ายา และค่าไฟ แต่ในความเป็นจริง โรงพยาบาลขนาดใหญ่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายอีกจำนวนมาก ตั้งแต่ห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด เครื่องมือแพทย์ราคาแพง ห้องแล็บ ระบบออกซิเจน อาคารผู้ป่วย ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงค่าดูแลผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาล

 

ดังนั้น หากสมมติว่าโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งต้องทำหน้าที่เป็นโรงพยาบาลหลักของประชาชนทั้งจังหวัด งบประมาณต่อปีอาจอยู่ในระดับ หลายร้อยล้านบาทไปจนถึงหลายพันล้านบาท ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรและระดับการรักษาที่โรงพยาบาลต้องรับผิดชอบ

 

ข้อมูลปีงบประมาณ 2569 ช่วยให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น เพราะกรอบงบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสำหรับประชาชน 47.5 ล้านคน อยู่ที่ประมาณ 265,295 ล้านบาท โดยเฉพาะงบเหมาจ่ายรายหัวสำหรับบริการทางการแพทย์พื้นฐานอยู่ที่ 4,175.99 บาทต่อผู้มีสิทธิ 1 คนต่อปี และตัวเลขนี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในส่วนเงินเดือนและค่าตอบแทนบุคลากรด้วย

 

แต่ตัวเลข 4,175.99 บาทไม่ได้หมายความว่าโรงพยาบาลจะได้รับเงินก้อนนี้ทั้งหมดต่อคน เพราะระบบสาธารณสุขมีการจัดสรรเงินหลายกองทุนและหลายรูปแบบ ขณะที่โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขยังมีรายได้จากสิทธิอื่น เช่น ข้าราชการและประกันสังคม

 

ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2569 กระทรวงสาธารณสุขระบุว่าปัญหาสำคัญของโรงพยาบาลรัฐคือรายรับไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง โดยข้อมูลปี 2568 ระบุว่าโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขดูแลประชากรบัตรทองถึง 87% แต่ได้รับเงินจากกองทุนบัตรทองประมาณ 64% ของงบส่วนดังกล่าว เฉลี่ยเพียง 2,618 บาทต่อประชากรบัตรทอง 1 คน ขณะที่หน่วยบริการกลุ่มอื่นได้รับเฉลี่ยสูงกว่ามาก

 

ถ้าลองคิดเป็นจังหวัด สมมติจังหวัดหนึ่งมีประชากรประมาณ 500,000 คน และโรงพยาบาลแห่งเดียวต้องเป็นศูนย์กลางหลักในการรักษา หากใช้ตัวเลข 4,175.99 บาทต่อคนเป็นเพียงฐานคำนวณเบื้องต้น จะเท่ากับประมาณ 2,088 ล้านบาทต่อปี

 

หากจังหวัดมีประชากร 1 ล้านคน ตัวเลขเดียวกันจะกลายเป็นประมาณ 4,176 ล้านบาทต่อปี

 

ส่วนจังหวัดที่มีประชากร 2 ล้านคน ตัวเลขจะขยับขึ้นไปประมาณ 8,352 ล้านบาทต่อปี

 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรถูกตีความว่าเป็น “งบโรงพยาบาล” โดยตรง เพราะเงินสาธารณสุขถูกแบ่งไปตามประเภทบริการและหน่วยบริการ ไม่ได้เทเงินทั้งหมดให้โรงพยาบาลแห่งเดียว

 

อีกจุดที่ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นคือผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลจังหวัดไม่ได้รักษาเฉพาะไข้หวัดหรือโรคทั่วไป แต่ต้องรับผู้ป่วยฉุกเฉิน อุบัติเหตุ ผ่าตัด มะเร็ง โรคหัวใจ โรคไต ผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และโรคที่ต้องใช้ยาเฉพาะทาง ซึ่งต้นทุนต่อรายสูงกว่าการตรวจรักษาทั่วไปหลายเท่า

 

สำหรับผู้ป่วยใน ปีงบประมาณ 2569 กระทรวงสาธารณสุขระบุว่ามีการเพิ่มงบสำหรับบริการผู้ป่วยในอีก 5,450 ล้านบาท รวมวงเงินบริการผู้ป่วยใน 93,329 ล้านบาท และวางอัตราการจ่ายที่ 8,350 บาทต่อหน่วยน้ำหนักสัมพัทธ์ที่ปรับแล้ว หรือ AdjRW ซึ่งสะท้อนว่าผู้ป่วยแต่ละรายมีความซับซ้อนและใช้ทรัพยากรไม่เท่ากัน

 

ดังนั้น หากถามว่า “โรงพยาบาลรัฐหนึ่งแห่งต้องมีงบเท่าไรถึงจะดูแลคนทั้งจังหวัด” คำตอบจึงไม่ใช่ 500 ล้านบาท หรือ 1,000 ล้านบาทแบบตายตัว

 

โรงพยาบาลขนาดเล็กที่รับผิดชอบพื้นที่ประชากรไม่มากอาจใช้งบระดับหลายร้อยล้านบาท ขณะที่โรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลจังหวัดขนาดใหญ่ที่มีห้องผ่าตัด ศูนย์อุบัติเหตุ เครื่องมือแพทย์ขั้นสูง และต้องรับผู้ป่วยจากหลายอำเภอ สามารถมีภาระงบประมาณระดับ หลายพันล้านบาทต่อปี

 

ที่สำคัญ งบประมาณไม่ได้หมดไปกับการซื้อยาเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงคน อาคาร เครื่องมือแพทย์ ห้องแล็บ ระบบไฟฟ้า น้ำประปา ออกซิเจน อาหารผู้ป่วย การซ่อมบำรุง และระบบสนับสนุนทั้งหมด

 

จึงอาจพูดได้ว่า หากต้องการให้โรงพยาบาลรัฐแห่งเดียวทำหน้าที่ดูแลประชาชนทั้งจังหวัดอย่างครบวงจร งบประมาณระดับ 1,000–5,000 ล้านบาทต่อปี อาจเป็นช่วงที่เริ่มเห็นภาพสำหรับจังหวัดขนาดกลางถึงใหญ่ แต่จังหวัดที่มีประชากรมากและมีโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่ต้องรับผู้ป่วยซับซ้อนจำนวนมาก อาจต้องใช้งบสูงกว่านี้มาก

 

และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการดูเพียงตัวเลข “งบโรงพยาบาล” อาจไม่เพียงพอ เพราะโรงพยาบาลที่มีงบ 2,000 ล้านบาทกับโรงพยาบาลที่มีงบเท่ากัน อาจรับผิดชอบประชากรและภาระการรักษาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เนื้อหาโดย: Gario
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 44 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เจ้าหน้าที่แล็บอีร์คุตสค์เสียชีวิต รัสเซียระบุปอดอักเสบ ยังไม่ยืนยันกาฬโรค5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริงเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!โรงแรมสุดหรูหราของไทย ที่มีห้องพักราคาแพงที่สุดในประเทศถอดรหัสลับหน้าปกสลากฯ งวด 16 ตุลาฯ 69: “บ้านท่าข้ามควาย” พามูฟออนสู่เศรษฐีใหม่น้ำขังไม่ใช่สนามแข่ง! กระบะพุ่งผ่านจนมอเตอร์ไซค์เปียกทั้งตัว คลิปเดียวทะลุ 9 ล้านวิว ชาวเน็ตถามแรง ทำแบบนี้ได้ยังไง?เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยรู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ3-6-8 ถูกย้ำทั้งโพย! ส่อง “สิงห์ขาว” 16 ต.ค. 69 แตกต่อ 12 คู่ เลขไหนเด่นสุด4 สำนักเปิดข้อมูล งวด 16 ต.ค. 69 “ราชาตั๋วเด่น-เฮีย เสาชิงช้า” พบ 43-49 ตรงกันน้ำผึ้ง ณัฐริกา” สุดอาลัยคุณพ่อ จากกันอย่างสงบ ฝากคำรักครั้งสุดท้าย ก่อนเปิดกำหนดพิธีโรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยเจ้าหน้าที่แล็บอีร์คุตสค์เสียชีวิต รัสเซียระบุปอดอักเสบ ยังไม่ยืนยันกาฬโรคโรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เสื้อออกกำลังกาย “ซักแล้วไม่เหม็น” แต่พอใส่จนตัวอุ่น กลิ่นเก่ากลับมาอีกได้ยังไง?"มะพร้าวน้ำหอม"กับ"มะพร้าวน้ำหวาน" ไม่ใช่มะพร้าวอย่างเดียวกัน! เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนไม่เคยรู้โรงแรมสุดหรูหราของไทย ที่มีห้องพักราคาแพงที่สุดในประเทศปลูกต้นไม้ เลี้ยงปลา หรือเลี่ยงภาษีที่ดิน?
ตั้งกระทู้ใหม่