หลังภัยพิบัติใหญ่ เจ้าหน้าที่ตามหาคนหายและยืนยันตัวตนอย่างไรไม่ให้สลับคน
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
หลังน้ำลดหรือซากอาคารเริ่มเปิดทาง สิ่งที่หลายคนเห็นคือทีมกู้ภัยกำลังค้นหา แต่สิ่งที่ทำให้ครอบครัวได้คำตอบจริง ๆ มักเริ่มจากงานที่เงียบกว่า นั่นคือการทำให้ข้อมูลทุกชิ้น ตามกลับไปหาคนคนเดียวได้ ไม่ว่าจะเป็นชื่อในบัญชีผู้พักพิง รองเท้าเพียงข้างเดียว พิกัดที่พบ หรือผลตรวจในห้องปฏิบัติการ
ภารกิจนี้มีอยู่สองเส้นที่เดินคู่กัน เส้นแรกคือค้นหาผู้สูญหายที่อาจยังมีชีวิตและอาจถูกส่งต่อไปโรงพยาบาล ศูนย์พักพิง หรือออกจากพื้นที่โดยไม่มีเวลาบอกใคร อีกเส้นคือการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่มีผู้ประสบภัยจำนวนมาก ซึ่งในมาตรฐานสากลเรียกว่า Disaster Victim Identification หรือ DVI
สองงานนี้ใช้ข้อมูลร่วมกันได้ แต่ไม่ควรปนกันจนกลายเป็นการเดา เพราะการประกาศชื่อผิดครั้งเดียวไม่ได้ผิดแค่ในเอกสาร มันส่งผลต่อครอบครัว การจัดการทรัพย์สิน และศักดิ์ศรีของผู้เสียชีวิตด้วย
เริ่มจากทำบัญชีว่าใครอยู่ที่ไหน
ในชั่วโมงแรก หน่วยบัญชาการต้องรวบรวมรายชื่อผู้ที่ออกจากจุดเกิดเหตุ รายชื่อผู้บาดเจ็บที่ถูกส่งไปแต่ละโรงพยาบาล รายชื่อผู้อยู่ศูนย์พักพิง และรายชื่อที่ญาติแจ้งว่ายังติดต่อไม่ได้ จุดสำคัญคือ “คนหาย” ยังไม่เท่ากับ “ผู้เสียชีวิต” เพราะคนอาจย้ายตัวเองไปอยู่กับญาติ โทรศัพท์เสีย หรือถูกส่งรักษาในพื้นที่อื่น
จึงต้องมีจุดรับแจ้งข้อมูลจากครอบครัวที่เป็นระบบเดียวกัน ลดปัญหาชื่อเดียวกัน การสะกดหลายแบบ และการแจ้งซ้ำหลายหน่วย ข้อมูลพื้นฐานอย่างรูปถ่ายล่าสุด เสื้อผ้าที่ใส่ ตำหนิร่างกาย โรคประจำตัว หรือสถานที่ที่เห็นเป็นครั้งสุดท้าย ล้วนช่วยให้ทีมค้นหาจัดลำดับและตัดรายชื่อที่พบตัวแล้วออกได้เร็วขึ้น
พื้นที่เกิดเหตุเองก็ไม่ได้ค้นแบบเดินกระจายกันไปเรื่อย ๆ เมื่อปลอดภัยพอ เจ้าหน้าที่จะกำหนดขอบเขต แบ่งเป็นโซนหรือช่องตาราง บันทึกทางเข้าออก ถ่ายภาพตำแหน่ง และระบุว่าใครเก็บอะไรจากจุดไหน เวลาใด วิธีนี้อาจดูช้าในสายตาคนรอข่าว แต่ช่วยป้องกันไม่ให้หลักฐานหลุดจากบริบทหรือของจากคนละจุดถูกนำมาปะปนกัน
ของใช้ส่วนตัว เช่น โทรศัพท์ เอกสาร กระเป๋า เครื่องประดับ หรือเสื้อผ้า เป็นเพียงเบาะแส ไม่ใช่คำยืนยันตัวตนเด็ดขาด ของอาจถูกน้ำพัด ยืม สลับ หรืออยู่ใกล้กันโดยบังเอิญ หน้าที่ของมันคือพาเจ้าหน้าที่ไปหาแหล่งข้อมูลที่ตรวจซ้ำได้ ไม่ใช่ใช้ตัดสินแทนวิทยาศาสตร์
ข้อมูลจากครอบครัวคืออีกครึ่งหนึ่งของการพิสูจน์
การทำแฟ้มข้อมูลก่อนเสียชีวิต หรือ ante-mortem data ไม่ได้หมายถึงการซักถามญาติแบบกว้าง ๆ แล้วจบในครั้งเดียว ผู้เก็บข้อมูลจะพยายามขอข้อมูลที่เปรียบเทียบได้จริง เช่น เวชระเบียน ประวัติการทำฟัน ภาพเอกซเรย์ ฟันปลอม ลายนิ้วมือจากเอกสารที่เหมาะสม ตำหนิรอยแผลเป็น หรือของใช้ส่วนตัวที่อาจเป็นแหล่งสารพันธุกรรม
หากจำเป็นต้องใช้ DNA เจ้าหน้าที่จะอธิบายขั้นตอนการให้ตัวอย่างจากญาติสายเลือดและการคุ้มครองข้อมูล การตรวจ DNA ไม่ใช่ปุ่มลัดที่กดแล้วรู้ชื่อทันที เพราะต้องมีการควบคุมตัวอย่าง ตรวจความสัมพันธ์ทางเครือญาติ และประเมินความน่าเชื่อถือของผลอย่างรอบคอบ
ภาพจำลอง: การเก็บข้อมูลจากครอบครัวทำโดยบุคลากรที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้ข้อมูลอ่อนไหวถูกใช้เท่าที่จำเป็นและไม่ต้องให้ญาติเล่าเรื่องเดิมซ้ำกับหลายหน่วยงาน
ตรวจจากหลายหลักฐาน ไม่พึ่งการจำหน้า
ข้อมูลจากร่างผู้เสียชีวิตหรือชิ้นส่วนที่พบ เรียกว่า post-mortem data ทีมผู้เชี่ยวชาญจะบันทึกและตรวจอย่างเป็นขั้นตอน ทั้งลักษณะทางกายภาพ ร่องรอยทางการแพทย์ ทันตกรรม ลายนิ้วมือ และ DNA ตามสภาพของแต่ละกรณี
INTERPOL ระบุว่าการมองหน้าเพื่อระบุตัวในภัยพิบัติขนาดใหญ่มักไม่เพียงพอ การยืนยันที่หนักแน่นมักอาศัย ลายนิ้วมือ บันทึกทางทันตกรรม หรือ DNA แล้วเปรียบเทียบกับข้อมูลก่อนเสียชีวิต ไม่ใช่ให้ญาติเข้ามาชี้ดูเพื่อรับรองด้วยความรู้สึกในช่วงที่กำลังช็อก
หลักฐานบางชนิดใช้ได้เร็วกว่าในบางสถานการณ์ ลายนิ้วมืออาจตอบได้รวดเร็วหากสภาพเหมาะสมและมีข้อมูลอ้างอิง ทันตกรรมมีประโยชน์มากเมื่อมีประวัติทำฟัน ส่วน DNA ช่วยในกรณีซับซ้อน แต่ต้องใช้กระบวนการห้องปฏิบัติการและการเทียบความสัมพันธ์ที่ละเอียดกว่า
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผลจากระบบคอมพิวเตอร์หรือการจับคู่เบื้องต้นยังไม่ใช่ “คำตอบสุดท้าย” โปรแกรมช่วยหาคู่ที่น่าจะตรงได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญต้องตรวจทานว่าข้อมูลนั้นมาจากคนเดียวกันจริงหรือไม่ และไม่มีการสลับตัวอย่างหรือแปลผลเกินหลักฐาน
จุดที่ต้องยอมรับว่า “ยังไม่พอ”
เมื่อแฟ้มจากทั้งสองฝั่งเริ่มเข้าคู่กัน ทีมเปรียบเทียบจะจัดผลเป็นยืนยันได้ ตัดออกได้ หรือยังเป็นไปได้แต่หลักฐานไม่พอ การบอกว่า “ยังไม่ยืนยัน” ไม่ได้แปลว่าทีมไม่ทำงาน แต่เป็นการกันไม่ให้ความต้องการคำตอบเร็วกว่าไปบังคับให้เกิดคำตอบผิด
คณะผู้เชี่ยวชาญหรือคณะพิจารณาการระบุตัวตนจะตรวจหลักฐานในแต่ละรายก่อนเสนอผลตามกระบวนการกฎหมายของพื้นที่ แนวคิดสำคัญคือ หนึ่งชื่อ ต้องมีเส้นทางหลักฐานที่ย้อนตรวจได้ ตั้งแต่จุดพบ การเก็บรักษา การตรวจ ไปจนถึงการเปรียบเทียบ
การเก็บข้อมูลและหลักฐานต้องคุ้มครองความลับด้วย เพราะแฟ้มผู้สูญหายมีทั้งข้อมูลสุขภาพ DNA และรายละเอียดครอบครัว การเปิดเผยภาพหรือข้อมูลที่ยังไม่ยืนยันเพื่อให้คนช่วยกันตามหา อาจทำให้เกิดการระบุตัวผิดและสร้างบาดแผลซ้ำให้ญาติได้
คำตอบไม่ได้จบที่ผลแล็บ
เมื่อมีผลยืนยัน ขั้นต่อไปคือการแจ้งครอบครัวอย่างเหมาะสม อธิบายว่าระบุตัวได้ด้วยหลักฐานใด จัดการเอกสาร และส่งต่อการช่วยเหลือด้านจิตใจหรือสิทธิที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่พบหรือยังยืนยันไม่ได้ ครอบครัวควรได้รับการอัปเดตอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่ปล่อยให้รอข่าวจากรายชื่อบนโซเชียลมีเดีย
ภัยพิบัติอาจทำลายถนน บ้าน และระบบสื่อสารในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่การตามหาคนไม่ควรปล่อยให้ความโกลาหลทำลายชื่อของเขาไปด้วย ระบบที่ดีจึงไม่ใช่ระบบที่ประกาศผลไวที่สุดเสมอไป หากเป็นระบบที่ค้นหา บันทึก เปรียบเทียบ และสื่อสารอย่างเคารพ จนคำตอบที่ส่งถึงครอบครัวเป็นคำตอบที่ยืนอยู่ได้จริง
https://www.interpol.int/content/download/589/file/18Y1344 E DVI_Guide.pdf.
https://www.icrc.org/en/publication/0880-management-dead-bodies-after-disasters-field-manual-first-responders
https://www.icrc.org/en/what-we-do/humanitarian-forensics
ต้มไก่: คุณค่าแห่งความเอื้อเฟื้อและวัฒนธรรมการต้อนรับในวิถีอีสาน
2 ประเทศในโลกที่ไม่มีเครื่องดื่ม coke วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ทำไมในอีเมลยังมีคำว่า CC กับ BCC? ชื่อสองช่องนี้มาจากยุคกระดาษคาร์บอน
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทย
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ตุลาคม ย้อนหลัง 5 ปี
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 1 ตุลาคม 69
เทียบ 5 สำนักงวด 1 ต.ค. 69 เลขไหนซ้ำกัน? 3-5-8 โผล่หลายโพย
เฉิงตูกับเรื่องเล่า LGBTQ+ จริงหรือไม่ ? ทำไมคนจีนบางกลุ่มมองว่าเมืองนี้มีเกย์จำนวนมาก
10 อันดับเลขขายดีบนแผงงวดนี้ 1/10/69 เลขไหนหมดเกลี้ยง
ทำไมเข็มกลัดนิรภัยต้องมีขดลวดตรงกลาง? วงเล็ก ๆ นั้นจริง ๆ คือสปริง
เลขเด็ด อ.น๊อตตี้ งวด 1 ต.ค 69
แผ่นดินเหนียวอายุ 3,700 ปี…ที่มนุษย์ยังอ่านไม่ออก!
2 ประเทศในโลกที่ไม่มีเครื่องดื่ม coke วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ทำไมในอีเมลยังมีคำว่า CC กับ BCC? ชื่อสองช่องนี้มาจากยุคกระดาษคาร์บอน
ต้มไก่: คุณค่าแห่งความเอื้อเฟื้อและวัฒนธรรมการต้อนรับในวิถีอีสาน
เฉิงตูกับเรื่องเล่า LGBTQ+ จริงหรือไม่ ? ทำไมคนจีนบางกลุ่มมองว่าเมืองนี้มีเกย์จำนวนมาก






