หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

เงินที่บอกว่าผลิตทุกวัน สุดท้ายไหลไปอยู่ในมือใครบ้าง

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ถ้ามีคนบอกว่าโลกนี้สร้างเงินใหม่ขึ้นทุกวัน คำถามที่ตามมามักไม่ใช่ “สร้างได้อย่างไร” แต่คือ แล้วเงินก้อนนั้นหายไปอยู่ที่ไหนหมด เพราะในชีวิตจริง หลายคนยังต้องรอเงินเดือน จ่ายบิล และนับเงินในบัญชีเหมือนเดิม

คำตอบสั้นที่สุดคือ เงินใหม่ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกจากโรงพิมพ์แล้วแจกให้คนทั่วไป แต่มักเกิดเป็น ยอดเงินในบัญชีเมื่อธนาคารปล่อยสินเชื่อ เช่น กู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ ขยายร้าน หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน บริษัทและคนที่ผ่านการอนุมัติจะเห็นยอดเงินเพิ่มในบัญชี แล้วเงินนั้นจึงเริ่มไหลต่อไปทั่วระบบ

สมมติร้านเบเกอรี่กู้เงินเพื่อซื้อเตาอบ ธนาคารบันทึกยอดเงินเข้าบัญชีร้าน ร้านนำไปจ่ายผู้ขายเตา จ่ายค่าปรับปรุงร้าน จ้างพนักงาน และซื้อแป้งจากซัพพลายเออร์ เงินก้อนเดียวจึงแตกออกเป็นรายได้ของคนหลายกลุ่ม ไม่ได้กองค้างอยู่ที่ธนาคารหรือเจ้าของร้านเพียงคนเดียว

เงินใหม่มักเข้าประตู “หนี้” ก่อน

จุดสำคัญคือ การมีเงินใหม่เพิ่มขึ้นมาพร้อมกับภาระหนี้ของผู้กู้เสมอ ถ้ากู้ 1 ล้านบาท ผู้กู้มีเงินฝากเพิ่ม 1 ล้านบาท แต่ก็มีหนี้ 1 ล้านบาทเช่นกัน จึงไม่ใช่การสร้างความมั่งคั่งจริงจากอากาศ เป็นการเพิ่มกำลังซื้อชั่วคราวแลกกับสัญญาว่าจะหาเงินในอนาคตมาชำระคืน

เพราะฉะนั้น เงินใหม่มักไหลไปหากิจกรรมที่เข้าถึงเครดิตได้ก่อน ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจที่มีหลักประกัน คนที่มีรายได้ชัดเจน หรือภาคส่วนที่ธนาคารเชื่อว่าจะคืนเงินได้ ความรู้สึกว่า “เงินถูกสร้างเยอะ แต่ฉันไม่เห็นเลย” จึงมีส่วนจริง เพราะเส้นทางแรกของเงินไม่ได้เริ่มจากการกระจายเท่ากันทุกกระเป๋า

หลังจากนั้นเงินจะวิ่งผ่านค่าจ้าง ค่าเช่า วัตถุดิบ ภาษี ดอกเบี้ย และการซื้อของในชีวิตประจำวัน บางส่วนกลายเป็นเงินออมในบัญชี บางส่วนไปอยู่กับเจ้าของที่ดินหรือผู้ถือสินทรัพย์ บางส่วนถูกนำไปลงทุนต่อ ยิ่งเงินใหม่ไหลเข้าตลาดบ้านหรือหุ้นมากกว่าการผลิตสินค้าและบริการ ราคาสินทรัพย์ก็อาจขึ้นเร็วกว่ารายได้คนทำงาน

แล้วธนาคารกลางเกี่ยวข้องตรงไหน

ธนาคารกลางมีอำนาจสร้างเงินฐาน เช่น ธนบัตร เหรียญ และเงินสำรองที่ธนาคารพาณิชย์ใช้ชำระกันเอง เงินส่วนนี้สำคัญต่อระบบชำระเงินและนโยบายการเงิน แต่ไม่ได้แปลว่าจะส่งตรงถึงประชาชนทุกคนทันที การลดหรือขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจึงเป็นเหมือนการปรับต้นทุนของการกู้และแรงจูงใจในการใช้จ่าย มากกว่าจะเป็นปุ่มกดแจกเงิน

ในบางกรณีภาครัฐอาจทำให้เงินถึงประชาชนโดยตรงกว่า ผ่านเงินเดือนข้าราชการ โครงการช่วยเหลือ การลงทุนสาธารณะ หรือการลดภาษี แต่เงินทางการคลังมีต้นทางและเงื่อนไขต่างจากเงินฝากที่เกิดจากการปล่อยกู้ของธนาคาร จึงไม่ควรเหมารวมว่าเงินใหม่ทุกบาทมาจากเครื่องพิมพ์เดียวกัน

เงินไม่ได้หายไป แต่เปลี่ยนมือและเปลี่ยนสถานะ

เมื่อผ่อนหนี้คืน ส่วนของเงินต้นที่เคยเกิดจากสินเชื่อจะถูกตัดออกจากระบบเงินฝากในทางบัญชี พูดง่าย ๆ คือ ตอนกู้ เงินฝากถูกสร้างขึ้น ตอนคืนเงินต้น เงินฝากส่วนนั้นถูกทำลายลง ส่วนดอกเบี้ยไม่ใช่เงินต้นที่หายไปแบบเดียวกัน แต่เป็นรายได้ของธนาคาร ซึ่งถูกใช้เป็นค่าใช้จ่าย ค่าจ้าง ภาษี เงินปันผล หรือสำรองความเสี่ยงต่อไป

ดังนั้นคำถามที่คมกว่า “เงินผลิตทุกวันไปไหนหมด” อาจเป็น ใครเข้าถึงประตูที่เงินใหม่ออกมาก่อน และเงินนั้นถูกใช้สร้างของจริงหรือไปดันราคาสินทรัพย์ ถ้าเครดิตไหลไปสู่กิจการที่เพิ่มผลผลิต ก็อาจมีงานและสินค้าเพิ่มตามมา แต่ถ้าไหลไปเก็งกำไรเป็นหลัก คนที่ไม่ได้ถือสินทรัพย์หรือเข้าถึงสินเชื่ออาจรู้สึกว่าตามเงินไม่ทัน แม้ตัวเลขเงินในระบบจะโตขึ้นก็ตาม

เงินจึงไม่ได้หายลึกลับไปไหน มันเริ่มจากบัญชีของผู้กู้ แล้วแยกย้ายผ่านสัญญาและการใช้จ่ายนับไม่ถ้วน ก่อนบางส่วนจะกลับมาดับลงเมื่อชำระหนี้ สิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่แค่ปริมาณเงิน แต่คือ ทิศทางของมัน เพราะทิศทางนั้นกำหนดว่าคนกลุ่มไหนได้โอกาสก่อน และเศรษฐกิจจะได้โรงงาน งานใหม่ หรือเพียงราคาที่แพงขึ้น

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 70 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
3 อำเภอของประเทศไทย ที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัดใหม่หนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลก5 มหาลัยไทยที่สอบเข้าอยากที่สุดในไทย บางสาขาคนสมัครเป็นพัน แต่รับเพียงหลักสิบดอกหงอนไก่แดง ดอกไม้แห่งความทรงจำที่พาย้อนกลับไปสู่วัยเรียนเสือตกถัง จัด 2 สูตรคนละแนว! ชูเลขวิ่ง 5-8 พร้อมชุดสามตัวทองและเลขเบิ้ล งวด 16 พ.ย. 69เสือตกถัง ชูเลขเด่น 2-3 จัด 10 คู่สองตัว พร้อมกากบาท 4 ทิศ งวด 16 พ.ย. 69ส่องแนวทาง “แม่น้ำหนึ่ง” งวด 16 พ.ย. 69 ฟัน 5 ตัวเดียว เน้นชุดเด่น 53 - 523ชายญี่ปุ่นโดนจับ หลังขโมยแผ่นรองพื้นรองเท้า 451 ชิ้นเปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่เด่นหลักร้อย เอาให้รวย งวด 16 พ.ย. 69 ชูเลขหลักร้อย 6-7-8 เน้นเลขเบิ้ล พร้อม 4 คู่สองตัว4 โรงงานใหญ่ในไทย ที่มีพนักงานหลักพันคน10 นามสกุลที่มีผู้ใช้มากที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ส่องแนวทาง “แม่น้ำหนึ่ง” งวด 16 พ.ย. 69 ฟัน 5 ตัวเดียว เน้นชุดเด่น 53 - 523เด่นหลักร้อย เอาให้รวย งวด 16 พ.ย. 69 ชูเลขหลักร้อย 6-7-8 เน้นเลขเบิ้ล พร้อม 4 คู่สองตัวจังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่เยอะมากที่สุดในประเทศไทยงดงาม สงบนิ่ง พระพุทธรูปแม้ว่าจะเป็นเพียงตัวแทนทางศาสนาแต่คุณค่าทางใจไม่ได้ลดลงดอกหงอนไก่แดง ดอกไม้แห่งความทรงจำที่พาย้อนกลับไปสู่วัยเรียนหนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เครื่องบินโดยสาร 1 ลำราคาเท่าไร? เปิดสายการบินในไทยต้องมีทุนขั้นต่ำ 200 ล้านบาททำไมเวียงจันทน์ถึงถูกจับตามองเรื่องแก๊งหลอกลวงออนไลน์? เปิดเบื้องหลังเครือข่ายไซเบอร์ที่ลาวกำลังเร่งปราบปรามย้อนอดีตปี 2508! ภาพหาชมยาก ทหารมะกันฝึกร่วมทหารไทยกลางชนบทอีสานเปิด 10 จังหวัดประชากรเพิ่มขึ้น สวนทางภาพรวมเด็กเกิดน้อย
ตั้งกระทู้ใหม่