มหาวิทยาลัยที่เคยเปิดในไทย แต่วันนี้ปิดกิจการแล้ว มีที่ไหนบ้าง
ถ้าย้อนกลับไปหลายสิบปี ชื่อมหาวิทยาลัยบางแห่งอาจเคยปรากฏอยู่ในโบรชัวร์รับสมัคร หนังสือแนะแนวการศึกษา หรือแม้แต่ป้ายหน้าสถาบัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป บางชื่อกลับหายออกจากระบบการศึกษาไทยโดยที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยได้ยิน
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความทรงจำ เพราะข้อมูลของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระบุว่ามีสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เลิกกิจการในช่วงปีการศึกษา 2560–2567 อยู่หลายแห่ง โดยมีทั้งมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันเฉพาะทางปะปนกันไป
คำถามจึงน่าสนใจกว่าว่า “มหาวิทยาลัยไหนปิดไปแล้วบ้าง”
มหาวิทยาลัยเอเชียน จากมหาวิทยาลัยนานาชาติสู่ชื่อในประวัติศาสตร์
มหาวิทยาลัยเอเชียน หรือ Asian University เป็นหนึ่งในชื่อที่น่าสนใจที่สุด
มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในช่วงทศวรรษ 2530 และเปิดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก มีทั้งนักศึกษาไทยและต่างชาติ และตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี
แต่สถานะของมหาวิทยาลัยเปลี่ยนไปในปี 2560
ข้อมูลของ อว. ระบุว่ามหาวิทยาลัยเอเชียนเลิกกิจการตั้งแต่ 15 สิงหาคม 2560 ขณะที่คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการระบุว่าการเลิกกิจการเกิดขึ้นตามความประสงค์ของผู้รับใบอนุญาตและความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย
จุดที่ควรระวังคือ เอกสารทางการไม่ได้ให้เหตุผลสั้น ๆ ว่า “ปิดเพราะไม่มีนักศึกษา” หรือ “ปิดเพราะขาดทุน” ดังนั้นสองข้อความนี้ไม่ควรถูกนำมาเขียนเป็นข้อเท็จจริงโดยไม่มีหลักฐานเพิ่มเติม
มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ (ประเทศไทย) มหาวิทยาลัยจากสหรัฐฯ ที่เคยมีวิทยาเขตในไทย
อีกชื่อหนึ่งที่คนสนใจเรื่องการศึกษานานาชาติอาจคุ้นคือ มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ (ประเทศไทย)
มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ (ประเทศไทย) เป็นมหาวิทยาลัยจากสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาดำเนินการในประเทศไทย โดยเปิดการเรียนการสอนทั้งระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา
ประเทศไทยเคยมีทั้งศูนย์วิชาการในกรุงเทพฯ และวิทยาเขตบริเวณชะอำ/หัวหิน
แต่วันนี้ชื่อดังกล่าวไม่ได้ดำเนินกิจการในประเทศไทยแล้ว
เอกสารของสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ระบุว่าคณะกรรมการการอุดมศึกษามีมติให้คำแนะนำรัฐมนตรีในการเลิกกิจการ และคำสั่งให้เลิกกิจการมีผลย้อนหลังตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2564
กรณีนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่า มหาวิทยาลัยจากต่างประเทศที่เคยมีอยู่จริงในประเทศไทย ก็สามารถยุติการดำเนินงานในประเทศได้
มหาวิทยาลัยบริติช (ประเทศไทย) เคยมีอยู่จริง แต่เปิดได้ไม่นาน
อีกชื่อหนึ่งที่พบในข้อมูลประวัติการศึกษาไทยคือ มหาวิทยาลัยบริติช (ประเทศไทย)
ข้อมูลที่เผยแพร่เกี่ยวกับสถาบันระบุว่า มหาวิทยาลัยบริติช (ประเทศไทย) จัดตั้งขึ้นในปี 2539 ในจังหวัดพิษณุโลก และยุติกิจการในปี 2543 โดยระบุสาเหตุในข้อมูลดังกล่าวว่าเป็นการขอเลิกกิจการ
กรณีนี้ทำให้เห็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ
มหาวิทยาลัยบางแห่งไม่ได้อยู่ได้นานหลายสิบปี
บางสถาบันเกิดขึ้นในช่วงที่การศึกษาระดับอุดมศึกษาเอกชนกำลังขยายตัว แต่ต่อมาก็ไม่ได้ดำเนินกิจการต่อจนถึงปัจจุบัน
มหาวิทยาลัยนานาชาติศิรินสยาม อีกชื่อที่คนรุ่นใหม่อาจไม่คุ้น
มหาวิทยาลัยนานาชาติศิรินสยาม เป็นอีกชื่อหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในประวัติสถาบันอุดมศึกษาไทย
ข้อมูลที่เผยแพร่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยระบุว่าจัดตั้งขึ้นในปี 2538 และตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนยุติกิจการในปี 2541
ปัจจุบันชื่อของมหาวิทยาลัยแห่งนี้แทบไม่ปรากฏในรายชื่อมหาวิทยาลัยที่คนทั่วไปใช้ค้นหาข้อมูลเพื่อสมัครเรียนแล้ว
และนี่คือสิ่งที่น่าสนใจของประวัติศาสตร์การศึกษา
รายชื่อมหาวิทยาลัยในประเทศไทยไม่ได้หยุดนิ่ง
บางแห่งเกิดขึ้น บางแห่งเปลี่ยนชื่อ บางแห่งควบรวม และบางแห่งเลิกกิจการ
แล้วปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยที่ปิดไปแล้วกี่แห่ง
ตรงนี้ต้องแยกคำว่า “มหาวิทยาลัย” กับ “สถาบันอุดมศึกษา” ออกจากกัน
ข้อมูลของสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ในชุดข้อมูลพื้นฐานสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ระบุสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เลิกกิจการไว้ 5 แห่งในช่วงปีการศึกษา 2560–2567 ได้แก่
ดังนั้นถ้าจะเขียนอย่างแม่นยำ ไม่ควรเรียกว่า “5 มหาวิทยาลัยที่ปิดไปแล้ว” เพราะข้อมูลชุดนี้มีทั้งมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันเฉพาะทาง
คำที่ถูกต้องกว่าคือ “สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่เลิกกิจการ”
การปิดมหาวิทยาลัย ไม่ได้มีคำตอบเดียวว่า “เพราะอะไร”
ประเด็นนี้สำคัญที่สุดสำหรับบทความนี้
ในอดีตมีการวิเคราะห์ปัญหามหาวิทยาลัยไทยเกี่ยวกับจำนวนผู้เรียนที่ลดลงและการแข่งขันของสถาบันอุดมศึกษา แต่การนำเหตุผลดังกล่าวไปอธิบายมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งต้องมีหลักฐานเฉพาะกรณีรองรับ
เพราะฉะนั้น การเห็นชื่อมหาวิทยาลัยอยู่ในรายชื่อ “เลิกกิจการ” ไม่ได้ทำให้เราสามารถสรุปเองได้ทันทีว่าเพราะไม่มีนักศึกษา เพราะขาดทุน หรือเพราะคุณภาพไม่ดี
เอกสารทางการบางกรณีเพียงระบุว่า ผู้รับใบอนุญาตแจ้งความประสงค์ขอเลิกดำเนินกิจการ และหน่วยงานกำกับได้ดำเนินการตามกฎหมาย
นี่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่สำคัญมากในการเล่าเรื่องการศึกษา
จากมหาวิทยาลัยในฝัน สู่ชื่อในประวัติศาสตร์
ทุกวันนี้เวลาพูดถึงมหาวิทยาลัยที่เด็กอยากเข้า เรามักนึกถึงชื่อที่ยังเปิดสอนและแข่งขันกันรับนักศึกษาอยู่
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ประวัติศาสตร์การศึกษาไทยก็มีมหาวิทยาลัยที่เคยเปิดประตูรับนักศึกษา ก่อนจะปิดตัวลงในเวลาต่อมา
บางแห่งอยู่มานาน บางแห่งอยู่ไม่นาน
บางแห่งเป็นมหาวิทยาลัยของไทย บางแห่งมีรากมาจากต่างประเทศ
และบางแห่งยังมีข้อมูลในเอกสารราชการ ขณะที่ชื่อกลับค่อย ๆ หายไปจากความทรงจำของคนทั่วไป
สิ่งที่เรื่องเหล่านี้บอกเราอาจไม่ใช่ว่า “มหาวิทยาลัยไหนเจ๊ง” แต่คือ ระบบการศึกษาเองก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ชื่อที่วันนี้ดูเหมือนจะอยู่คู่กับวงการศึกษาไปอีกนาน อาจไม่ได้อยู่ตรงนั้นตลอดไปก็ได้
ถ้าให้เลือกหนึ่งชื่อจากมหาวิทยาลัยที่ปิดไปแล้ว คุณจำชื่อไหนได้มากที่สุด
คลังจดหมายเหตุ อว. — ประวัติมหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ (ประเทศไทย)
สำนักงานปลัดกระทรวง อว. — มติคณะกรรมการการอุดมศึกษาเรื่องเว็บสเตอร์
กรุงเทพธุรกิจ — คำสั่งเลิกกิจการมหาวิทยาลัยเอเชียน
Campus-Star — มหาวิทยาลัยเอเชียนและวิทยาลัยศรีโสภณ
PPTV — ข่าวเลิกกิจการมหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ ประเทศไทย
Pantip — กระทู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยไทยที่ปิดตัว
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
ทำไมเราถึงชอบคิดเรื่องอายๆ ตอนกำลังจะนอน?
มหาทักษา 1 ต.ค. 69 เทียบโพยหวยใน PostJung เลขไหนตรงกันบ้าง
AI ไล่สถิติหวยย้อนหลัง 20 ปี งวด 1 ต.ค. 69 จับตาเลขท้าย 2 ตัว
ทำไมแว่นหลากยี่ห้อจึงพัวพันกับชื่อ EssilorLuxottica
ไขข้อสงสัย “ขนมแมวเลีย” คืออะไร? ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบกินนักนะ 🐱
อำเภอไหนชื่อยาวที่สุดในประเทศไทย ? เปิด 2 อำเภอในไทยที่มีชื่อยาวถึง 8 พยางค์
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
เลขท้าย 2 ตัวที่เคยออกบ่อย งวด 1 ตุลาคม 69
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ซึมเศร้าอาจไม่ได้มาเพียงลำพัง โรคและภาวะที่อาจพบร่วมกัน
Blink Digital ฟ้อง Meta กรณีบัญชีถูกระงับปิดใช้งาน
ไม่มีหัวใจแล้วอยู่ได้อย่างไร? รู้จักร่างกายของแมงกะพรุน
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
รูร้อยเชือกคู่สุดท้ายของรองเท้าวิ่งใช้ทำอะไร







