เปิดตัวเลขคาร์บอนเครดิตป่าไม้ไทย — ปลูกป่า 1 ไร่ ได้เงินกี่บาทกันแน่?
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า "คาร์บอนเครดิต" กลายเป็นคำติดปากที่ทุกคนพูดถึง บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ต่างแย่งชิงพื้นที่ปลูกป่า ส่วนชาวบ้านและนายทุนก็เริ่มมองผืนดินว่างเปล่าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
แต่ถ้าเราตัดเรื่องคำคุยโตและคำการตลาดออกไปหมด แล้วมาพูดกันด้วย "ตัวเลขจริง" จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและการประเมินในตลาดคาร์บอนปัจจุบัน คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ถ้าเรามีที่ดินแล้วปลูกป่า 1 ไร่ เราจะสร้างคาร์บอนเครดิตได้กี่ตัน และแปลงเป็นตัวเงินได้กี่บาทกันแน่?
ตัวเลขที่ 1: ป่าไม้ 1 ไร่ ดูดซับคาร์บอนได้เท่าไหร่?
โดยเฉลี่ยแล้ว ป่าปลูกใหม่ในประเทศไทย (เช่น ป่าไม้โตช้าผสมผสาน หรือป่าไม้เศรษฐกิจ) จะสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดโอไซด์ได้ประมาณ 0.5 ถึง 2 ตนคาร์บอน ต่อไร่ ต่อปี เท่านั้นครับ
เลขนี้อาจจะดูขยับขึ้นไปได้ถึง 3-4 ตัน ถ้าเป็นป่าชายเลนที่มีประสิทธิภาพการดูดซับสูงมาก หรือเป็นไม้โตไวอย่างไม้ยูคาลิปตัส แต่ถ้าเป็นป่าบกทั่วไป ตัวเลขกลมๆ ที่เอามาคำนวณกันอย่างปลอดภัยคือ 1 ตันคาร์บอน / ไร่ / ปี
ตัวเลขที่ 2: คาร์บอนเครดิต 1 ตัน ขายได้กี่บาท?
ราคาคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย (ผ่านโครงการ T-VER) มีการขยับตัวอยู่ตลอดเวลา ในอดีตราคาเคยตกอยู่เพียงตันละ 30-50 บาทเท่านั้น แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อกระแสโลกร้อนบีบให้ภาคอุตสาหกรรมต้องชดเชยการปล่อยก๊าซ ราคาคาร์บอนเครดิตหมวดป่าไม้ในไทยขยับขึ้นมาเฉลี่ยอยู่ที่ 120 ถึง 500 บาท ต่อตันคาร์บอน (ขึ้นอยู่กับมาตรฐานและการรับรอง)
ตัวเลขที่ 3: สรุปแล้ว ปลูกป่า 1 ไร่ ได้เงินเท่าไหร่?
เมื่อเอาตัวเลขมาคูณกัน:
ปลูกป่าบกทั่วไป 1 ไร่ = ได้คาร์บอนประมาณ 1 ตัน/ปี
ขายได้ราคาเฉลี่ย = 200 - 300 บาท / ไร่ / ปี
ใช่ครับ... คุณอ่านไม่ผิดครับ ปลูกป่า 1 ไร่ คุณจะได้รายได้จากคาร์บอนเครดิตเพียงแค่ปีละประมาณ 200 ถึง 300 บาทเท่านั้น
ฟังดูน้อยจนน่าตกใจใช่ไหมครับ? คำถามคือ แล้วทำไมเอกชนถึงทุ่มเงินเป็นร้อยๆ ล้านบาทเพื่อทำโครงการคาร์บอนเครดิตป่าไม้?
คำตอบคือเรื่องของ "สเกล" และ "ผลประโยชน์แฝง" ครับ บริษัทใหญ่ไม่ได้ปลูกแค่ 1 ไร่ แต่พวกเขาทำสัญญาดูแลป่าชุมชนหรือป่าเสื่อมโทรมระดับ 10,000 ถึง 100,000 ไร่ขึ้นไป ซึ่งทำให้ได้ตัวเลขเงินหลักล้านถึงสิบล้านบาทต่อปี ที่สำคัญกว่านั้นคือ เอกชนได้นำเครดิตนี้ไปชดเชยการปล่อยก๊าซของโรงงานตัวเอง เพื่อเลี่ยงภาษีคาร์บอนข้ามแดนจากยุโรป (CBAM) และสร้างภาพลักษณ์องค์กรสีเขียว ซึ่งมีมูลค่าทางธุรกิจสูงกว่าราคาขายเครดิตดัดๆ มหาศาลส่วนชาวบ้านหรือประชาชนคนธรรมดา หากคิดจะปลูกป่าในที่ดินตัวเอง 5 ไร่ 10 ไร่ เพื่อหวังขายคาร์บอนเครดิตสร้างอาชีพ บอกได้เลยว่า "ไม่คุ้มค่าดำเนินการ" ครับ เพราะค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาประเมินและวัดขนาดต้นไม้เพื่อขอใบรับรอง (Audit Fee) ก็หลักแสนบาทเข้าไปแล้ว คาร์บอนเครดิตป่าไม้จึงไม่ใช่ "เหมืองทอง" สำหรับประชาชนคนเล็กคนน้อยอย่างที่หลายคนฝันไว้ แต่มันคือเครื่องมือทางการเงินขององค์กรขนาดใหญ่ในการพาประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero บนเวทีโลกต่างหาก
คุณคิดอย่างไรกับตัวเลขรายได้จากคาร์บอนเครดิตป่าไม้ครับ? คุ้มค่าไหมกับการลงทุนปลูกและดูแลป่าระยะยาว?













เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา
เลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 1 พฤศจิกายน 69
ซื้อของออนไลน์แล้วเปลี่ยนใจ คืนสินค้าได้ไหม? เช็กเงื่อนไขก่อนแกะกล่อง
ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
เด็กเกิดน้อยลง โรงเรียนขนาดเล็กกำลังหายไปจริงหรือไม่ เมื่อจำนวนเด็กเปลี่ยนแปลง
จังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?
เปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569
พญานาคบวชเป็นพระไม่ได้ เพราะอะไร? พระวินัยเล่าเหตุไว้แบบนี้
จากดินแดนหิมะขาวโพลนสู่วันที่ฝนตกมากขึ้น เมื่ออาร์กติกกำลังเปลี่ยนแปลงในโลกที่ร้อนขึ้น
เลขเด็ดชุดปลดหนี้ อาจารย์ต้น งวด 1 พฤศจิกายน 69
จากพาหุรัด-สำเพ็งถึงสุขุมวิท : ทำไม30ปีที่แล้วช่างตัดสูทส่วนมากเป็นช่างเชื้อสายอินเดียและจีน
นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงติดต่อกันหลายวัน ภัยเงียบที่บั่นทอนภูมิคุ้มกันและเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
"นาคี 3" เลื่อนฉายกะทันหัน! ปมฉาก CG หน้าอกนักแสดง ต้นสังกัดจี้แก้เพราะทำให้อับอาย
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีรายได้รวมสูงที่สุด ใครครองแชมป์ระดับหมื่นล้าน?
ซื้อของออนไลน์แล้วเปลี่ยนใจ คืนสินค้าได้ไหม? เช็กเงื่อนไขก่อนแกะกล่อง
พญานาคบวชเป็นพระไม่ได้ เพราะอะไร? พระวินัยเล่าเหตุไว้แบบนี้
เด็กเกิดน้อยลง โรงเรียนขนาดเล็กกำลังหายไปจริงหรือไม่ เมื่อจำนวนเด็กเปลี่ยนแปลง
สิงคโปร์เผชิญหมอกควันปกคลุมเมือง ท้องฟ้าขมุกขมัว ประชาชนสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น
พญานาคบวชเป็นพระไม่ได้ เพราะอะไร? พระวินัยเล่าเหตุไว้แบบนี้
เด็กเกิดน้อยลง โรงเรียนขนาดเล็กกำลังหายไปจริงหรือไม่ เมื่อจำนวนเด็กเปลี่ยนแปลง
จากดินแดนหิมะขาวโพลนสู่วันที่ฝนตกมากขึ้น เมื่ออาร์กติกกำลังเปลี่ยนแปลงในโลกที่ร้อนขึ้น
นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงติดต่อกันหลายวัน ภัยเงียบที่บั่นทอนภูมิคุ้มกันและเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

