หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ทำไม "พริก" ถึง "เผ็ด"? แค่น้ำเปล่าดับไม่ได้จริงดิ?

เขียนโดย savia01

ทำไม "พริก" ถึง "เผ็ด"? แค่น้ำเปล่าดับไม่ได้จริงดิ?

หลายคนคงเคยเผชิญกับวินาทีสุดทรมานเมื่อกินอาหารรสเผ็ดจัดเข้าไป จนแสบร้อนไปทั้งลิ้นและปาก สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่รีบทำโดยอัตโนมัติคือการคว้า "น้ำเย็น" ขึ้นมากระดกพรวดๆ แต่แปลกไหมว่า ทำไมยิ่งดื่มน้ำตามเข้าไป ความเผ็ดกลับยิ่งทวีความแสบร้อนซ่านกระจายไปทั่วทั้งปาก ราวกับมีไฟลุกโชนยิ่งกว่าเดิม? นั่นเพราะความเผ็ดไม่ใช่ "รสชาติ" แต่เป็น "อาการบาดเจ็บ" และปฏิกิริยาเคมีที่น้ำเปล่าไม่สามารถล้างออกได้เลยสักนิด

 

ความลับของความเผ็ดซ่อนอยู่ในสารเคมีที่มีชื่อว่า "แคปไซซิน (Capsaicin)" ซึ่งเป็นสารเคมีไร้สี ไร้กลิ่น ที่พืชในตระกูลพริกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์กัดกิน สารแคปไซซินนี้จะเข้าไปจับกับ "ตัวรับความรู้สึกความร้อนและ ความเจ็บปวด (TRPV1 Receptors)" บนลิ้นและในช่องปากของเรา ซึ่งปกติแล้วตัวรับนี้จะทำงานและส่งสัญญาณเตือนไปที่สมองเมื่อเราสัมผัสกับของร้อนที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 43 องศาเซลเซียส

 

เมื่อสารแคปไซซินเข้ายึดจับกับตัวรับ TRPV1 มันจะทำการหลอกสมองว่า ปากของคุณกำลังถูกไฟเผาหรือโดนของร้อนจัดลวกอยู่ สมองจึงสั่งการให้ร่างกายตอบสนองเหมือนโดนความร้อน ทั้งการหลั่งน้ำตา เหงื่อออกซก หน้าแดง และหัวใจเต้นเร็ว ทั้งที่อุณหภูมิในปากของคุณไม่ได้สูงขึ้นเลยแม้แต่น้อย

เหตุผลสำคัญที่การดื่ม "น้ำเปล่า" ไม่สามารถช่วยหายเผ็ดได้ เป็นเพราะคุณสมบัติทางเคมีของสารแคปไซซินเอง สารชนิดนี้มีคุณสมบัติ "ไม่ละลายในน้ำ (Non-polar)" แต่จะละลายได้ดีในไขมัน น้ำมัน และแอลกอฮอล์ เมื่อคุณดื่มน้ำเปล่าลงไป น้ำที่ไม่สามารถละลายแคปไซซินได้ ทำหน้าที่เหมือนกับการไป "ชะล้างและพัดพา" ให้สารแคปไซซินกระจายตัวออกไปจับกับตัวรับความรู้สึกในพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของปากกว้างขึ้นกว่าเดิม คุณจึงรู้สึกเผ็ดร้อนแสบทั่วทั้งปากยิ่งกว่าเดิมนั่นเอง

 

เครื่องดื่มที่จะช่วยดับไฟเผ็ดในปากได้อย่างแท้จริงคือ "นม" หรือ "ผลิตภัณฑ์จากนม" เพราะในนมมีโปรตีนสำคัญที่ชื่อว่า "เคซีน (Casein)" ซึ่งทำหน้าที่เหมือนผงซักฟอกธรรมชาติ โปรตีนเคซีนจะเข้าไปดักจับและล้อมรอบโมเลกุลของแคปไซซิน แล้วดึงมันให้หลุดออกจากตัวรับ TRPV1 บนลิ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงไขมันในนมยังช่วยละลายสารแคปไซซินแล้วพัดพาลงกระเพาะอาหารไป การดื่มนมสด โยเกิร์ต หรือกินไอศกรีม จึงเป็นวิธีแก้เผ็ดที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ที่สุดนั่นเอง

เนื้อหาโดย: savia01
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
savia01's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 102 ครั้ง
เขียนโดย savia01
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 นามสกุลที่มีผู้ใช้มากที่สุดในประเทศไทย5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากมากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา?รวม 4 สำนักเลขเด็ด งวด 16 พ.ย. 69 มังกรหยกชูเลข 1-8 จับตาชุด 6 และเลขธูป 865เปิดพิกัดทางหลวง 117 ถนนสายยาวผ่านพิจิตร กับปริศนาทางตรงเกือบ 100 กิโลเมตร4 โรงงานใหญ่ในไทย ที่มีพนักงานหลักพันคนผักต้มและผักลวกมีคุณค่าทางอาหารลดลงหรือไม่เสือตกถัง อ.พล ขอนแก่น ชูเลขเด่นวงกลม พร้อมชุดสองตัวบน-ล่างและ 3 ตัวทอง งวด 16 พฤศจิกายน 2569ทำไมรอยสักจึงติดอยู่บนผิวได้นานทำไมประตูวิเศษของโดราเอมอนถึงเป็นสีชมพู?เช็กดวงไพ่ยิปซี 12 ราศี ประจำวันที่ 2–8 พฤศจิกายน 2569 ความรัก การเงิน และการงานแนวทางเลขมงคล "หมอปลาย พรายกระซิบ" งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569มหาวิทยาลัยไหนมีบัณฑิตตกงานน้อยที่สุดในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ผักต้มและผักลวกมีคุณค่าทางอาหารลดลงหรือไม่เมื่อผู้สูงอายุเอาแต่ใจ คนในบ้านจะรับมืออย่างไรแบรนด์จักรยานสัญชาติไทยที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในปัจจุบันทำไมรอยสักจึงติดอยู่บนผิวได้นานสายไฟ L และ N ต่างกันอย่างไร และสาย N ไปไหนสายมูคืออะไรและมีความหมายอย่างไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อำเภอที่เล็กกว่า 5000 ไร่ เพียงอำเภอเดียวเท่านั้นในประเทศไทยเซียมซีคืออะไรและมีวิธีเสี่ยงทายอย่างไรมีแค่มนุษย์หรือเปล่าที่ต้องใช้เงินทำไมรอยสักจึงติดอยู่บนผิวได้นาน
ตั้งกระทู้ใหม่