หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หมดเงินกับสกินแคร์แต่หน้ายังพัง? 4 จุดพลาดเรื่องแดดและแสงสีฟ้า

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

สิ่งที่เห็นในกระจกทุกเช้าอาจไม่ได้เกิดจากการเลือกสกินแคร์ผิดเสมอไป บางคนมีเซรั่มหลายขวด ใช้ครีมราคาแพง และเปลี่ยนสูตรตามรีวิวตลอด แต่กลับลืมเรื่องพื้นฐานที่สุดอย่างการป้องกันแสงแดด ปริมาณที่ทา และการทำให้ผิวสงบพอจะฟื้นตัว

ส่วนแสงสีฟ้าจากหน้าจอก็กลายเป็นผู้ร้ายยอดนิยมในโฆษณาสกินแคร์ จนหลายคนเข้าใจว่าโทรศัพท์กำลังทำร้ายผิวเทียบเท่ากับการยืนกลางแดด ทั้งที่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันค่อนข้างชัด

งานทดลองบางประเภทพบว่าแสงสีฟ้าหรือแสงที่มองเห็นได้ในความเข้มสูงสามารถกระตุ้นการสร้างเม็ดสีและความเครียดออกซิเดชันในผิวได้ แต่ยังไม่ควรสรุปว่าการใช้โทรศัพท์ตามปกติทำให้หน้าแก่หรือเป็นฝ้าแบบเดียวกับแดด งานวิจัยในคนขนาดเล็กปี 2020 ซึ่งให้ผู้มีฝ้าสัมผัสแสงที่เลียนแบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์วันละ 8 ชั่วโมงเป็นเวลา 5 วัน ก็ไม่พบว่าฝ้าแย่ลงในระยะสั้น ขณะเดียวกัน นักวิจัยก็ยอมรับว่ายังต้องมีข้อมูลจากการใช้งานจริงเป็นเวลานานกว่านี้

1. จอไม่ใช่จำเลยหลัก ถ้ายังโดนแดดทุกวัน

แสงสีฟ้าจากหน้าจอมีอยู่จริง แต่ความเข้มของแสงขึ้นกับชนิดอุปกรณ์ ความสว่าง และระยะห่าง หน้าจอที่อยู่ห่างจากผิวตามการใช้งานทั่วไปจึงไม่ควรถูกนำไปเทียบตรง ๆ กับแสงจากดวงอาทิตย์ งานวิจัยเกี่ยวกับหน้าจอยังมีทั้งผลจากห้องทดลอง งานทดลองกับเซลล์ และการศึกษาคนกลุ่มเล็ก ทำให้ยังตอบไม่ได้ชัดเจนว่าการจ้องจอในชีวิตประจำวันทำให้ผิวเสื่อมในระดับใด

สิ่งที่มีหลักฐานแน่นกว่าคือรังสี UV จากแดด โดย UVA เกี่ยวข้องกับผิวคล้ำ ฝ้า กระ และความเสื่อมของผิว ส่วน UVB เกี่ยวข้องกับผิวแดงไหม้และการทำลายผิวชั้นนอก แม้วันนั้นจะครึ้ม เมฆก็ไม่ได้หยุดรังสี UV ทั้งหมด และอากาศร้อนยังทำให้เหงื่อออกจนกันแดดหลุดง่ายขึ้นด้วย

ถ้ากังวลเรื่องรอยดำ แสงที่มองเห็นจากดวงอาทิตย์ก็มีความสำคัญ โดยเฉพาะในคนที่มีผิวโทนกลางถึงเข้มหรือมีแนวโน้มเป็นฝ้า ดังนั้นลำดับความสำคัญควรเป็นกันแดด เสื้อผ้า หมวก ร่ม และการหาที่ร่มก่อน แล้วค่อยพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าช่วยรับมือแสงจากหน้าจอ

2. อ่านค่า PA+++ แต่ทาน้อยเกินไป

PA ใช้สื่อถึงการป้องกันรังสี UVA ส่วน SPF ใช้บอกระดับการป้องกัน UVB การเห็นคำว่า PA+++ จึงไม่ได้แปลว่าผลิตภัณฑ์นั้นครอบคลุมทุกอย่างโดยไม่ต้องดูส่วนอื่น ตามข้อมูลของ อย. ไทย PA+++ หมายถึงประสิทธิภาพในการป้องกัน UVA มากกว่า 8 เท่าเมื่อเทียบกับผิวที่ไม่ป้องกัน แต่ยังควรเลือกสูตรที่มี SPF เหมาะสมและระบุการป้องกันได้กว้างทั้ง UVA และ UVB

ปัญหาคือค่า SPF และ PA บนฉลากได้จากการทาผลิตภัณฑ์ในปริมาณมาตรฐาน หากทาบางกว่าที่ใช้ทดสอบ ประสิทธิภาพที่ผิวได้รับก็ลดลงตามไปด้วย การแตะกันแดดเพียงไม่กี่จุดแล้วเกลี่ยจนหายวับ อาจทำให้รู้สึกว่าทาแล้ว แต่ไม่ได้สร้างฟิล์มป้องกันได้เท่าที่ควร

วิธีจำง่ายสำหรับใบหน้าและคอคือบีบกันแดดเป็นเส้นยาวบนข้อปลายนิ้วชี้และนิ้วกลาง รวมกันประมาณ 2 ข้อนิ้ว ไม่ใช่หยดเล็ก ๆ สองหยด หากเกลี่ยแล้วรู้สึกหนักผิว สามารถแบ่งทาเป็นสองรอบ รอบละครึ่งหนึ่งได้ แต่ไม่ควรลดปริมาณรวมลงเพียงเพราะกลัวเหนียวหรือกลัวหน้ามัน

3. ทาตอนเช้าแล้วคิดว่าพอทั้งวัน

กันแดดไม่ใช่เกราะถาวรตลอดวัน เหงื่อ การเช็ดหน้า การใส่หน้ากาก การจับใบหน้า และน้ำมันบนผิวทำให้ชั้นผลิตภัณฑ์ไม่สม่ำเสมอ หากต้องอยู่กลางแจ้งนาน ควรทาซ้ำประมาณทุก 2 ชั่วโมง และเติมใหม่หลังว่ายน้ำ เหงื่อออกมาก หรือเช็ดตัว แม้อยู่ในอาคารเป็นส่วนใหญ่ ก็ควรทาตั้งแต่เช้าหากต้องเดินทางหรืออยู่ใกล้หน้าต่างที่มีแสงแดดส่องถึง

การป้องกันที่ดีจึงไม่ควรฝากไว้กับครีมเพียงอย่างเดียว เลือกเดินในร่ม ใช้ร่มหรือหมวกปีกกว้าง สวมเสื้อแขนยาวเนื้อผ้าที่ไม่บางเกินไป และหลบแดดช่วงที่แสงแรง วิธีเหล่านี้ช่วยลดภาระของกันแดดและเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นที่ทำให้หลายคนทาแล้วไหลหายไปกับเหงื่อ

รูทีนขี้เกียจที่ทำต่อเนื่องชนะของเยอะ

คนที่ไม่อยากมีขั้นตอนยาว ๆ สามารถเริ่มจากสามอย่างในตอนเช้า คือ ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน มอยส์เจอไรเซอร์ตามความจำเป็น และกันแดด ส่วนตอนกลางคืนให้ล้างคราบกันแดด เหงื่อ และเครื่องสำอางออก แล้วทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อช่วยให้ผิวไม่แห้งตึง หากผิวแห้งหรือระคายง่าย ตอนเช้าอาจใช้น้ำเปล่าหรือน้ำยาล้างหน้าสูตรอ่อนโยนแทนการล้างแรง ๆ หลายรอบ

เมื่อพื้นฐานนิ่งแล้วจึงค่อยเพิ่มผลิตภัณฑ์แก้ปัญหาเฉพาะจุดทีละตัว เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับสิว รอยดำ หรือริ้วรอย การเปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกันทำให้ไม่รู้ว่าอะไรได้ผลหรืออะไรทำให้ผิวแย่ลง และยังทำให้เลิกใช้เร็วเกินไปก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะมีเวลาทำงาน

4. โหมหลายแอคทีฟจนผิวระคายเคือง

การใช้กรดผลัดเซลล์ เรตินอยด์ วิตามินซี และผลิตภัณฑ์แต้มสิวพร้อมกันอาจดูเหมือนเร่งผลลัพธ์ แต่ในบางคนกลับทำให้แสบ แดง ลอก คัน หรือรู้สึกว่าผิวมันและเป็นสิวง่ายกว่าเดิม เมื่อผิวระคายเคือง รอยแดงและรอยดำหลังการอักเสบก็อาจเห็นชัดขึ้น จนเข้าใจผิดว่าสกินแคร์ไม่ดีพอและซื้อเพิ่มอีก

ถ้าผิวเริ่มแสบหรือแดง ให้หยุดผลิตภัณฑ์ตัวใหม่และกลับไปใช้รูทีนพื้นฐานก่อน ควรทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่ในบริเวณเล็ก ๆ ตามคำแนะนำ และอย่าเพิ่มสารออกฤทธิ์หลายตัวในสัปดาห์เดียว หากมีอาการบวม คันมาก ผื่นลุกลาม แสบร้อนต่อเนื่อง หรือสิวอักเสบรุนแรง ควรพบแพทย์ผิวหนังแทนการลองผลิตภัณฑ์ไปเรื่อย ๆ

ถ้าโจทย์คือฝ้าหรือรอยดำ ให้มองเลยจากคำว่าแสงสีฟ้า

สำหรับคนที่กังวลเรื่องเม็ดสี แสงที่มองเห็นจากดวงอาทิตย์อาจสำคัญกว่าหน้าจอมาก ผลิตภัณฑ์กันแดดแบบมีสีที่มีส่วนผสมของ iron oxides อาจช่วยเพิ่มการป้องกันแสงที่มองเห็นได้ และมีข้อมูลสนับสนุนเรื่องการช่วยลดการกระตุ้นรอยดำในบางกลุ่ม แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกสูตรจะป้องกันได้เท่ากัน ควรเลือกสีที่กลมกลืนกับผิวและยังคงมีการป้องกัน UVA กับ UVB ตามฉลาก

• วันนี้ต้องออกแดดนานหรือไม่ และได้วางแผนทากันแดดซ้ำหรือยัง

• ปริมาณที่ใช้สำหรับใบหน้าและคอถึงประมาณ 2 ข้อนิ้วจริงหรือเปล่า

• ผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ทำให้ผิวสบายขึ้น หรือกำลังแสบ แดง และลอกมากกว่าเดิม

ผิวที่ดีไม่ได้เกิดจากการซื้อของให้ครบทุกหมวด แต่เกิดจากการลดสิ่งที่ทำร้ายผิวซ้ำ ๆ ให้ได้ก่อน แดดยังเป็นโจทย์ใหญ่กว่าหน้าจอในชีวิตประจำวัน ปริมาณกันแดดต้องพอ การเติมต้องสอดคล้องกับกิจกรรม และรูทีนควรเรียบง่ายพอที่จะทำต่อเนื่องได้จริง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 45 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
1 VOTES (1/5 จาก 1 คน)
VOTED: pakpranang
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนโรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทยทำไม "รถเมล์ขสมก." ถึงมีหลายสี และแต่ละสีบอกประเภทการให้บริการอย่างไร?เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรทำไมมอเตอร์ไซค์ลุยน้ำแล้วดับ เจาะจุดเสี่ยงตั้งแต่กรองอากาศ ระบบไฟฟ้า ท่อไอเสีย และเหตุผลที่ไม่ควรฝืนสตาร์ตรถลุยน้ำท่วมแล้วควรทำอะไรทันที 7 จุดที่ต้องเช็กก่อนสตาร์ตเครื่องกับดักใต้ผืนน้ำ! ขุดพบ "เสาไม้ปลายเหล็ก" ยุทธการซุ่มโจมตีที่หยุดยั้งกองทัพมงโกลย้อนเวลา 13,000 ปี... ปริศนา "หญิงโบราณแห่งถ้ำลอด" และร่องรอยมนุษย์ยุคแรกในประเทศไทย5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบเปิด 7 โรงเรียนที่มีทำเลโดดเด่นที่สุด บางแห่งอยู่กลางเมือง บางแห่งอยู่ท่ามกลางภูเขาเปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาทรวมแนวทางสถิติเลขเด่นสำนักดัง งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมมอเตอร์ไซค์ลุยน้ำแล้วดับ เจาะจุดเสี่ยงตั้งแต่กรองอากาศ ระบบไฟฟ้า ท่อไอเสีย และเหตุผลที่ไม่ควรฝืนสตาร์ต😃 ชวนมาดูของปริศนาที่มีการใช้งานแปลก ๆ จนผู้คนต้องขอความช่วยเหลือจากชาวเน็ตเพื่อใช้งานพวกมัน 😯เปิด 7 โรงเรียนที่มีทำเลโดดเด่นที่สุด บางแห่งอยู่กลางเมือง บางแห่งอยู่ท่ามกลางภูเขาเปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาทกับดักใต้ผืนน้ำ! ขุดพบ "เสาไม้ปลายเหล็ก" ยุทธการซุ่มโจมตีที่หยุดยั้งกองทัพมงโกลเปิดความหมายสีตราครุฑในเอกสารที่ดิน แต่ละสีต่างกันอย่างไร?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิด 7 โรงเรียนที่มีทำเลโดดเด่นที่สุด บางแห่งอยู่กลางเมือง บางแห่งอยู่ท่ามกลางภูเขารถลุยน้ำท่วมแล้วควรทำอะไรทันที 7 จุดที่ต้องเช็กก่อนสตาร์ตเครื่องกับดักใต้ผืนน้ำ! ขุดพบ "เสาไม้ปลายเหล็ก" ยุทธการซุ่มโจมตีที่หยุดยั้งกองทัพมงโกลเปิดความหมายสีตราครุฑในเอกสารที่ดิน แต่ละสีต่างกันอย่างไร?
ตั้งกระทู้ใหม่