สัตว์ชนิดไหนทำให้นกพื้นเมืองของนิวซีแลนด์สูญพันธุ์ไปจำนวนมาก?
นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีเรื่องหนึ่งน่าสนใจมากเกี่ยวกับธรรมชาติ นั่นคือ ที่นี่เคยเป็นดินแดนที่แทบไม่มี สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกที่เป็นผู้ล่า นอกจากค้างคาวพื้นเมืองบางชนิด
เมื่อไม่มีสัตว์อย่างเสือ หมาป่า หรือแมวป่า นกจำนวนมากจึงวิวัฒนาการขึ้นมาในแบบที่แตกต่างจากนกในหลายพื้นที่ของโลก บางชนิดบินไม่ได้ บางชนิดทำรังอยู่บนพื้นดิน และบางชนิดแทบไม่มีพฤติกรรมระวังภัยจากสัตว์นักล่าบนบกเลย
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อมนุษย์เดินทางมาถึง
หนึ่งในสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากคือ หนูโพลินีเซีย หรือคีโอเร (kiore) ซึ่งชาวโพลินีเซียได้นำเข้ามายังนิวซีแลนด์เมื่อหลายร้อยปีก่อน หนูชนิดนี้กินทั้งเมล็ดพืช ไข่ และสัตว์ขนาดเล็ก จึงส่งผลกระทบต่อนกพื้นเมืองที่ทำรังตามพื้นดินอย่างมาก
หลักฐานทางประวัติศาสตร์และการศึกษาธรรมชาติของนิวซีแลนด์ระบุว่า ก่อนชาวยุโรปเข้ามา คีโอเรและกิจกรรมของมนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูญพันธุ์ของนกพื้นเมืองหลายชนิด รวมถึงนกขนาดเล็กหลายชนิด
แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น
เมื่อชาวยุโรปเข้ามาตั้งถิ่นฐานในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 พวกเขานำสัตว์ชนิดใหม่เข้ามาอีกจำนวนมาก ทั้ง หนู แมว สโตต วีเซิล เฟอเร็ต และพอสซัม สัตว์เหล่านี้กลายเป็นผู้ล่าที่สำคัญของนกพื้นเมืองนิวซีแลนด์
ในบรรดาสัตว์เหล่านี้ สโตต (stoat) ถือเป็นตัวร้ายสำคัญตัวหนึ่ง
เดิมทีสโตตถูกนำเข้ามาในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เพื่อหวังให้ช่วยควบคุมจำนวนกระต่าย แต่กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะมันล่านกได้ทั้งกลางวันและกลางคืน สามารถปีนต้นไม้ไปถึงรัง และฆ่าสัตว์มากกว่าที่จำเป็นต้องกินในบางกรณี
สโตตมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูญพันธุ์ของนกพื้นเมืองบางชนิด เช่น นกบุชเรน (bush wren) ของเกาะใต้ นกฮูกหัวเราะ (laughing owl) และนกทรัชของนิวซีแลนด์
ส่วน หนู ก็เป็นภัยที่ร้ายแรงไม่แพ้กัน เพราะมันสามารถปีนต้นไม้ กินไข่และลูกนก รวมถึงกินสัตว์พื้นเมืองขนาดเล็กได้ กรมอนุรักษ์ของนิวซีแลนด์ระบุว่าหนูเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ล่าที่สำคัญ และหนูมีส่วนทำให้นกพื้นเมืองและสัตว์ชนิดอื่น ๆ ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอย่างมาก
พอสซัม ก็เป็นอีกตัวที่สร้างปัญหา แม้มันไม่ได้ล่าแบบเดียวกับสโตต แต่กินไข่นก ลูกนก และแย่งอาหารกับสัตว์พื้นเมือง ขณะเดียวกันยังทำลายพืชในป่าอีกด้วย
ส่วน แมวป่า ก็เป็นนักล่าที่สำคัญ โดยเฉพาะกับนกและสัตว์พื้นเมืองที่มีขนาดเล็ก
เมื่อรวมสัตว์นักล่าหลายชนิดเข้ากับการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยและการล่าของมนุษย์ ผลกระทบจึงรุนแรงมาก ปัจจุบันนิวซีแลนด์สูญเสียนกพื้นเมืองไปแล้ว มากกว่า 50 ชนิด ตามข้อมูลของกรมอนุรักษ์นิวซีแลนด์
ที่น่าสนใจคือ นิวซีแลนด์ไม่ได้มองปัญหานี้ว่าแก้ไม่ได้
ปัจจุบันมีโครงการ Predator Free 2050 ซึ่งตั้งเป้าหมายกำจัดผู้ล่าที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สำคัญ เช่น หนู สโตต พอสซัม เฟอเร็ต วีเซิล และล่าสุดรวมถึงแมวป่าด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้สัตว์พื้นเมืองกลับมาฟื้นตัว
บางพื้นที่ที่สามารถควบคุมผู้ล่าได้สำเร็จ จำนวนของนกพื้นเมืองก็เริ่มฟื้นกลับมาอีกครั้ง
เรื่องของนิวซีแลนด์จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การนำสัตว์เพียงไม่กี่ชนิดเข้าไปในระบบนิเวศที่ไม่เคยมีสัตว์นักล่าเหล่านั้นมาก่อน สามารถเปลี่ยนสมดุลของธรรมชาติได้อย่างมหาศาล
และสำหรับนกบางชนิด การเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้หมายถึงแค่จำนวนลดลง แต่มันหมายถึงการหายไปจากโลกอย่างถาวร
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
6 โรงพยาบาลในดูไบ ที่อยู่ในระบบส่งต่อผู้ป่วยสุดไฮเทค ทั้งรถสปอร์ตและเฮลิคอปเตอร์
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคน
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
ทำไมจังหวะผูกเนคไทให้แฟนถึงทำให้ใจเต้นแรง
ความศรัทธาที่ซ่อนเร้น
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
ปริศนา 3,000 ปี อียิปต์โบราณกับเครื่องราง "ด้วงสคารับ" ผู้กุมความลับแห่งการเกิดใหม่และทางช้างเผือก
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
ทำไมภาพเงาริมหน้าต่างจึงดูน่าค้นหา
ทำไมจังหวะผูกเนคไทให้แฟนถึงทำให้ใจเต้นแรง
6 โรงพยาบาลในดูไบ ที่อยู่ในระบบส่งต่อผู้ป่วยสุดไฮเทค ทั้งรถสปอร์ตและเฮลิคอปเตอร์
ลองวัดความยาวของชีวิตกับเวลาของโลก
ทำไมชุดเอี๊ยมในครัวถึงดูโรแมนติกปนเซ็กซี่
ความศรัทธาที่ซ่อนเร้น
ทำไมภาพเงาริมหน้าต่างจึงดูน่าค้นหา


