อัศวินแห่งมอลตาคือใคร ทำไมถึงมีอำนาจบนเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้?
ถ้าพูดถึง “อัศวินแห่งมอลตา” หลายคนอาจนึกถึงนักรบในชุดเกราะที่ยืนถือดาบอยู่บนเกาะกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แต่จุดเริ่มต้นของพวกเขากลับไม่ได้มาจากสนามรบเลย
เดิมทีพวกเขาคือกลุ่มนักบวชที่ดูแลผู้ป่วยและผู้แสวงบุญในกรุงเยรูซาเล็มช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 11 กลุ่มนี้รู้จักกันในชื่อ อัศวินฮอสปิทัลเลอร์ (Knights Hospitaller) และในปี ค.ศ. 1113 สมเด็จพระสันตะปาปาปัสคาลที่ 2 ทรงรับรองสถานะของคณะอย่างเป็นทางการ
เมื่อสถานการณ์ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนไป บทบาทของพวกเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนตาม จากเดิมที่เน้นการดูแลคนเจ็บ กลายเป็นองค์กรที่มีภารกิจด้านการป้องกันผู้แสวงบุญและดินแดนคริสเตียนด้วย จนในที่สุดกลายเป็นหนึ่งในองค์กรนักรบทางศาสนาที่สำคัญของยุโรปยุคกลาง
หลังจากสูญเสียฐานที่มั่นในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาไปตั้งหลักที่เกาะโรดส์ และปกครองที่นั่นตั้งแต่ ค.ศ. 1310 จนถูกจักรวรรดิออตโตมันขับออกในปี ค.ศ. 1522
จากนั้นเรื่องราวจึงพาพวกเขามาถึงเกาะมอลตา
ในปี ค.ศ. 1530 จักรพรรดิชาร์ลส์ที่ 5 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ได้มอบมอลตา โกโซ และโคมิโนให้แก่คณะอัศวิน ภายใต้เงื่อนไขทางการเมืองที่ทำให้พวกเขาสามารถตั้งหลักบนเกาะได้อย่างเป็นทางการ
ตรงนี้เองที่ชื่อ “อัศวินแห่งมอลตา” เริ่มติดปาก เพราะตั้งแต่นั้นสมาชิกของคณะจึงถูกเรียกกันทั่วไปว่า Knights of Malta
แล้วทำไมกลุ่มอัศวินถึงมีอำนาจมากขนาดนั้นบนเกาะเล็ก ๆ?
คำตอบอยู่ที่พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มนักรบธรรมดา แต่เป็นองค์กรทางศาสนาที่มีโครงสร้างการปกครองของตัวเอง มี แกรนด์มาสเตอร์ (Grand Master) เป็นผู้นำ มีสภา มีระบบบริหาร มีเงินตราของตัวเอง และมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐอื่น ๆ
พูดง่าย ๆ คือ พวกเขาไม่ได้แค่ “อาศัยอยู่ในมอลตา” แต่สามารถทำหน้าที่หลายอย่างคล้ายรัฐหนึ่งรัฐ
และตำแหน่งของมอลตาก็ทำให้เรื่องนี้ยิ่งสำคัญ
เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ระหว่างยุโรป แอฟริกาเหนือ และเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมดินแดนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ใครควบคุมมอลตาจึงมีตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างมาก
อัศวินจึงสร้างป้อมปราการ กองเรือ และระบบป้องกันเกาะอย่างจริงจัง
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1565 เมื่อจักรวรรดิออตโตมันส่งกองกำลังเข้าล้อมมอลตา เหตุการณ์นี้กลายเป็นที่รู้จักในชื่อ มหาการล้อมมอลตา (Great Siege of Malta) อัศวินภายใต้การนำของแกรนด์มาสเตอร์ ฌอง ปารีโซ เดอ ลา วาแล็ตต์ สามารถต้านทานการโจมตีไว้ได้ และชัยชนะครั้งนั้นทำให้ชื่อเสียงของคณะอัศวินเพิ่มขึ้นอย่างมาก
หลังเหตุการณ์นั้น พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้ป้องกันเกาะอีกต่อไป แต่กลายเป็นกำลังสำคัญในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทั้งด้านการทหาร การเดินเรือ และการค้า ถึงขั้นที่รัฐต่าง ๆ ที่มีผลประโยชน์ในภูมิภาคไม่สามารถมองข้ามอำนาจของพวกเขาได้
เมืองหลวงใหม่อย่าง วัลเลตตา (Valletta) ก็เกิดขึ้นในยุคของพวกเขา และได้รับการตั้งชื่อตามแกรนด์มาสเตอร์ลา วาแล็ตต์ ผู้บัญชาการในมหาการล้อมปี 1565
แต่ไม่มีอำนาจใดอยู่ตลอดไป
ในปี ค.ศ. 1798 นโปเลียน โบนาปาร์ตยกทัพเข้ายึดมอลตาระหว่างการเดินทางไปอียิปต์ และคณะอัศวินต้องออกจากเกาะในที่สุด ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับกฎของคณะที่ไม่อนุญาตให้พวกเขาต่อสู้กับคริสเตียนด้วยกันเอง
นั่นคือจุดจบของการปกครองมอลตาโดยอัศวินที่กินเวลาประมาณ 268 ปี
หลังจากสูญเสียมอลตา คณะอัศวินไม่ได้หายไปจากประวัติศาสตร์ ปัจจุบัน Sovereign Military Hospitaller Order of St John of Jerusalem of Rhodes and of Malta หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Order of Malta ยังคงดำรงอยู่ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงโรม และบทบาทในปัจจุบันเน้นงานด้านมนุษยธรรม การแพทย์ และการช่วยเหลือผู้ยากไร้ มากกว่าการทำสงคราม
จากกลุ่มคนที่เริ่มต้นด้วยการดูแลผู้ป่วยในเยรูซาเล็ม กลายเป็นนักรบแห่งโรดส์ จากนั้นกลายเป็นผู้ปกครองมอลตา และสุดท้ายกลับมาเน้นงานช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ยากไร้อีกครั้ง
เรื่องของอัศวินแห่งมอลตาจึงน่าสนใจตรงที่ พวกเขาไม่ได้สร้างอำนาจขึ้นมาเพราะมีเกาะใหญ่หรือประชากรมหาศาล แต่เพราะมีทั้งศาสนา การทหาร การเดินเรือ การเมือง และทำเลที่ตั้งของมอลตาเข้ามาประกอบกัน
เกาะเล็ก ๆ กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จึงเคยกลายเป็นเวทีที่มหาอำนาจของยุโรปและจักรวรรดิออตโตมันต้องจับตามองอยู่หลายศตวรรษ
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
ทำไมจังหวะผูกเนคไทให้แฟนถึงทำให้ใจเต้นแรง
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
ความศรัทธาที่ซ่อนเร้น
ปริศนา 3,000 ปี อียิปต์โบราณกับเครื่องราง "ด้วงสคารับ" ผู้กุมความลับแห่งการเกิดใหม่และทางช้างเผือก
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
6 โรงพยาบาลในดูไบ ที่อยู่ในระบบส่งต่อผู้ป่วยสุดไฮเทค ทั้งรถสปอร์ตและเฮลิคอปเตอร์
ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคน
รูดซิปแจ็กเก็ตแค่ไหนถึงดูมีเสน่ห์
สำรวจชื่อตำบลแปลกที่มีอยู่จริงในไทย
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
มะเร็งเกิดที่อวัยวะไหนบ่อยที่สุด




