หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มนุษย์จะไปอวกาศไม่ได้แค่สร้างจรวด: ด่านโหดตั้งแต่พ้นโลกจนกลับบ้าน

เขียนโดย nattawat25800

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

การเห็นจรวดพุ่งขึ้นฟ้าอาจทำให้รู้สึกว่าอวกาศอยู่ไม่ไกล แต่การส่งมนุษย์ออกไปนอกโลกไม่ใช่เพียงการสร้างเครื่องยนต์ให้แรงพอแล้วกดปุ่มปล่อยยาน ภารกิจหนึ่งต้องทำให้ยานเร็วพอเข้าสู่วงโคจร รักษาสภาพแวดล้อมให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้ และพาทุกคนกลับมาสู่พื้นโลกอย่างแม่นยำ

คำว่า “พ้นโลก” จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปัญหา เพราะแม้จะขึ้นไปสูงแล้ว ยานก็ยังอยู่ภายใต้แรงโน้มถ่วง ต้องรับมือกับความเร็วมหาศาล อวกาศที่ไม่มีอากาศ รังสี และความเปลี่ยนแปลงของร่างกายมนุษย์พร้อมกัน

สูงอย่างเดียวไม่พอ ต้องเร็วให้ทันวงโคจร

สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าการไปอวกาศเหมือนการยิงวัตถุขึ้นตรง ๆ ให้สูงพ้นชั้นบรรยากาศ แต่การเข้าสู่วงโคจรต้องอาศัยความเร็วด้านข้างอย่างมากด้วย ยานในวงโคจรต่ำของโลกเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 30,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อยานตกลงสู่โลก มันจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเร็วพอ ๆ กับที่พื้นโลกโค้งหนีออกไป จึงกลายเป็นการตกอยู่รอบโลกโดยไม่ชนพื้น

ความเร็วระดับนี้ต้องแลกมาด้วยพลังงานจำนวนมหาศาล และนำไปสู่ปัญหาที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า “สมการจรวด” เชื้อเพลิงไม่ได้มีหน้าที่แค่ผลักยาน แต่ต้องยกน้ำหนักของตัวเชื้อเพลิงเองขึ้นไปด้วย NASA ระบุว่าแม้จรวดที่ออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพมากก็ยังมีมวลราว 85 เปอร์เซ็นต์เป็นเชื้อเพลิง ส่วนที่เหลือจึงต้องแบ่งให้โครงสร้าง เครื่องยนต์ ยาน อุปกรณ์ และมนุษย์ที่อยู่ด้านบน

บนยานต้องมีโลกใบเล็กที่ทำงานตลอดเวลา

เมื่อยานออกไปนอกบรรยากาศ มนุษย์ไม่สามารถเปิดหน้าต่างรับอากาศได้ ภายในยานจึงต้องสร้าง “โลกใบเล็ก” ที่ควบคุมอุณหภูมิ ความดัน ความชื้น ออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ให้เหมาะสมตลอดเวลา ระบบยังชีพยังต้องจัดการน้ำ อาหาร ของเสีย ความร้อน พลังงาน การสื่อสาร และการป้องกันไฟไหม้

ปัญหาคืออุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้ทำงานแยกกัน หากระบบระบายความร้อนผิดปกติ อุณหภูมิภายในอาจสูงขึ้น หากระบบควบคุมอากาศขัดข้อง คาร์บอนไดออกไซด์อาจสะสมจนเป็นอันตราย และถ้าเกิดรอยรั่ว ลูกเรือจะมีเวลาแก้ไขจำกัดมาก นี่เป็นเหตุผลที่ยานอวกาศต้องมีระบบสำรอง เครื่องมือฉุกเฉิน และขั้นตอนรับมือความผิดพลาดแทบทุกแบบที่พอคาดการณ์ได้

ร่างกายมนุษย์เองก็ไม่ได้ถูกสร้างมาให้ใช้ชีวิตในภาวะไร้น้ำหนักเป็นเวลานาน เมื่อไม่มีแรงโน้มถ่วงดึงเลือดและของเหลวลงสู่ช่วงล่าง ของเหลวในร่างกายจะกระจายตัวขึ้นด้านบน กล้ามเนื้อและกระดูกที่ไม่ต้องรับน้ำหนักจะอ่อนกำลังลง ระบบทรงตัวของหูชั้นในต้องปรับตัว และเมื่อกลับมายังโลก ร่างกายก็ต้องเรียนรู้การรับน้ำหนักอีกครั้ง นักบินอวกาศจึงต้องออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ ไม่ใช่กิจกรรมยามว่าง

นอกเหนือจากแรงโน้มถ่วง ยังมีรังสีอวกาศที่ตามองไม่เห็น สนามแม่เหล็กและบรรยากาศโลกช่วยป้องกันรังสีส่วนใหญ่ แต่เมื่อยานเดินทางไกลออกไป การป้องกันจะยากขึ้น โดยเฉพาะอนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์และรังสีคอสมิกจากนอกระบบสุริยะ วัสดุที่ใช้บังรังสีจึงต้องพิจารณาทั้งน้ำหนัก พื้นที่ และระดับความเสี่ยงต่อสุขภาพ

ยิ่งไกล ยิ่งต้องพึ่งตัวเอง

การอยู่ในวงโคจรใกล้โลกยังมีทีมภาคพื้นดินคอยสนับสนุนและมีโอกาสส่งเสบียงหรือช่วยเหลือได้ง่ายกว่า แต่เมื่อภารกิจเดินทางไปยังดวงจันทร์หรือไกลกว่านั้น คำสั่งใหม่ อุปกรณ์สำรอง และการรักษาพยาบาลจะไม่สามารถมาถึงได้ทันที ลูกเรือต้องผ่านการฝึกให้ตรวจสอบอาการเสีย ซ่อมระบบ และตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่มีคำตอบจากพื้นโลกในทันที

เส้นทางเองก็ต้องคำนวณอย่างละเอียด การเดินทางไปยังวัตถุอื่นไม่ใช่การหันยานไปทางเป้าหมายแล้วเร่งเครื่องตรง ๆ แต่ต้องอาศัยจังหวะของวงโคจร การจุดเครื่องยนต์หลายครั้ง และการควบคุมความเร็วให้พอดี ความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยในช่วงหนึ่งอาจทำให้ต้องใช้เชื้อเพลิงเพิ่ม หรือเปลี่ยนตำแหน่งที่จะกลับเข้าสู่โลก

ด่านสุดท้ายคือการกลับบ้าน

การกลับสู่โลกไม่ใช่การหยุดเครื่องยนต์แล้วปล่อยให้ยานตกลงมา ยานต้องเข้าสู่ชั้นบรรยากาศด้วยมุมและความเร็วที่เหมาะสม อากาศด้านหน้าจะถูกบีบอัดจนเกิดความร้อนสูงมาก สำหรับยาน Orion ที่ออกแบบเพื่อเดินทางกลับจากบริเวณดวงจันทร์ NASA ระบุว่ายานจะเข้าสู่บรรยากาศด้วยความเร็วประมาณ 25,000 ไมล์ต่อชั่วโมง และแผ่นป้องกันความร้อนต้องรับอุณหภูมิภายนอกเกือบ 5,000 องศาฟาเรนไฮต์

แผ่นป้องกันความร้อนจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสะท้อนความร้อน แต่บางส่วนจะสึกกร่อนหรือเผาไหม้อย่างควบคุมได้เพื่อพาความร้อนออกจากยาน หลังจากผ่านช่วงรุนแรงที่สุด ยานยังต้องกางร่มชูชีพ ลดความเร็ว และลงสู่พื้นที่ที่วางแผนไว้ หากมุมตื้นเกินไปยานอาจเด้งกลับออกไป หากชันเกินไปความร้อนและแรงหน่วงจะเพิ่มขึ้นอย่างอันตราย

ความยากของการไปอวกาศจึงไม่ได้อยู่ที่ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่อยู่ที่การทำให้ทุกระบบทำงานต่อเนื่องตั้งแต่การยกตัว ความเร็ว วงโคจร อากาศภายใน สุขภาพลูกเรือ การเดินทางไกล ไปจนถึงการกลับบ้านอย่างปลอดภัย มนุษย์ไม่ได้แค่สร้างจรวดเพื่อขึ้นไปข้างบน แต่ต้องสร้างเครื่องจักรที่พาโลกใบเล็กทั้งใบเดินทางไปกับเรา

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 49 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้ทำไมจังหวะผูกเนคไทให้แฟนถึงทำให้ใจเต้นแรง6 โรงพยาบาลในดูไบ ที่อยู่ในระบบส่งต่อผู้ป่วยสุดไฮเทค ทั้งรถสปอร์ตและเฮลิคอปเตอร์ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกเปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนความศรัทธาที่ซ่อนเร้นปริศนา 3,000 ปี อียิปต์โบราณกับเครื่องราง "ด้วงสคารับ" ผู้กุมความลับแห่งการเกิดใหม่และทางช้างเผือกลองวัดความยาวของชีวิตกับเวลาของโลกเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69จังหวัดไหน EQ สูงสุดในไทย เปิดข้อมูลกรมสุขภาพจิต พร้อมแยกให้ชัดว่า 96.33% หมายถึงอะไร และทำไมยังฟันธงอันดับ 1 ไม่ได้โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมสายเดี่ยวหลุดไหล่จึงดูมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจเสื้อคอเต่าแขนกุดดูแพงได้อย่างไรทำไมสายตาใต้ปีกหมวกแก๊ปจึงดูน่าค้นหา7 สายพันธุ์แมวไทยโบราณ ที่ต่างชาตินิยมเลี้ยงจนราคาพุ่งสูง 
ตั้งกระทู้ใหม่