หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

คืนสุดท้ายของเจ้าหญิงไดอาน่า เมื่อปริศนาลอบสังหารถูกตรวจซ้ำ

เขียนโดย evileyes

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ราว 00.20 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม 1997 เจ้าหญิงไดอานาและโดดี อัล ฟาเยด ออกจากโรงแรมริทซ์ในกรุงปารีสผ่านทางออกด้านหลัง ทั้งคู่โดยสารอยู่เบาะหลังของรถ Mercedes S280 โดยมีอ็องรี ปอลเป็นผู้ขับ และเทรเวอร์ รีส์-โจนส์ องครักษ์ของโดดีนั่งอยู่ด้านหน้า จุดหมายคืออพาร์ตเมนต์ที่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม

ไม่กี่นาทีต่อมา รถพุ่งชนเสากลางต้นที่ 13 ในทางลอดปงต์เดอลัลมา โดดีและคนขับเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนไดอานายังมีชีวิตและถูกนำส่งโรงพยาบาล ก่อนสิ้นพระชนม์ราว 04.00 น. ขณะที่รีส์-โจนส์เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว แม้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์ชุดนี้เป็น ข้อเท็จจริงพื้นฐาน ที่ไม่ค่อยมีใครโต้แย้ง แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องไม่จบลงง่าย ๆ คือคำถามที่ห้อมล้อมมัน ทั้งช่างภาพที่ติดตาม แสงแฟลช รถเฟียตสีขาว และข่าวลือเรื่องการลอบสังหาร

คืนที่การหลบช่างภาพกลายเป็นการขับรถแข่งกับเวลา

ก่อนออกจากริทซ์ มีการใช้ทางออกด้านหลังเพื่อหลีกเลี่ยงกลุ่มปาปารัสซีที่รออยู่ด้านหน้า รายงาน Operation Paget ระบุว่ารถถูกติดตามโดยช่างภาพและยานพาหนะหลายคันระหว่างมุ่งหน้าไปยังทางลอด เหตุการณ์จึงมีองค์ประกอบที่ทำให้ภาพในคืนนั้นดูเหมือนฉากในหนังโดยไม่ต้องแต่งเติม ทั้งโรงแรมหรู ถนนเปียก แสงแฟลช และรถสีดำที่เร่งออกไปในความมืด

พยานบางรายประเมินว่ารถวิ่งด้วยความเร็วสูงมาก บางคำให้การอยู่แถว 120–150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ตัวเลขเหล่านี้เป็นการกะจากสายตา ไม่ใช่ค่าความเร็วเดียวที่พิสูจน์ได้อย่างเด็ดขาด สิ่งที่หลักฐานหลายส่วนสอดคล้องกันมากกว่าคือ รถกำลังเดินทางเร็วเกินกว่าจะควบคุมได้อย่างปลอดภัย ขณะคนขับพยายามผ่านเส้นทางที่มีทางโค้งและทางลอดอยู่ข้างหน้า

ประเด็นแสงสีขาวหรือแฟลชในอุโมงค์จึงกลายเป็นหนึ่งในจุดที่ถูกหยิบมาสร้างทฤษฎีสมคบคิด บางคนมองว่าอาจมีใครตั้งใจทำให้คนขับตาพร่าแล้วเสียการควบคุม แต่การวิเคราะห์การชนของ Operation Paget ชี้ว่าปฏิกิริยาหลบหลีกเริ่มต้นขึ้นก่อนรถเข้าทางลอดหลายสิบเมตร และถ้ามีแสงสว่างเกิดขึ้นใกล้เสาด้านในจริง แสงนั้นก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้รถชน

หลักฐานแอลกอฮอล์ที่ถูกตรวจซ้ำหลายตัวอย่าง

อีกแกนหนึ่งของผลสอบอยู่ที่สภาพของอ็องรี ปอล รายงานไม่ได้อาศัยเพียงเลือดจากจุดเดียว แต่ใช้ ผลตรวจหลายตัวอย่าง จากเลือด ของเหลวในดวงตา ปัสสาวะ และสารในกระเพาะมาพิจารณาร่วมกัน รวมถึงเปรียบเทียบความสอดคล้องของสารที่พบในตัวอย่างต่าง ๆ ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาที่ให้ความเห็นต่อ Operation Paget ประเมินว่าระดับแอลกอฮอล์ในเลือดขณะเสียชีวิตอยู่ราว 175 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร และมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการควบคุมรถอย่างปลอดภัย

มีผู้โต้แย้งว่าตัวอย่างเลือดจากช่องอกอาจปนเปื้อนหรือเปลี่ยนแปลงหลังเสียชีวิตได้ ประเด็นนี้จึงไม่ถูกตัดทิ้ง แต่ถูกนำไปเทียบกับตัวอย่างชนิดอื่นและกระบวนการตรวจทั้งหมด ผู้เชี่ยวชาญของ Operation Paget เห็นว่าความสอดคล้องของผลตรวจทำให้คำอธิบายเรื่องแอลกอฮอล์ที่เกิดขึ้นภายหลังมีน้ำหนักน้อย และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนว่าคนขับมีความบกพร่องจากแอลกอฮอล์จริง

จุดสำคัญคือ ผลตรวจนี้ไม่ได้ตอบทุกคำถามของคดี มันอธิบายปัจจัยด้านการขับรถ แต่ไม่ได้ทำให้ความผิดพลาดของระบบรักษาความปลอดภัย การไล่ติดตามของช่างภาพ หรือรายละเอียดอื่น ๆ หายไปทันที การสืบสวนที่ดีจึงต้องแยกคำถามว่าอะไรทำให้รถชน ออกจากคำถามว่าใครตั้งใจวางแผนให้รถชน

เข็มขัดนิรภัย รายละเอียดเล็กที่มีผลใหญ่

รายงาน Operation Paget ระบุว่าไม่มีผู้โดยสารคนใดในรถคาดเข็มขัดนิรภัยขณะเกิดการชน แม้ช่วงแรกจะมีข่าวบางกระแสเข้าใจว่ารีส์-โจนส์รอดเพราะคาดเข็มขัด แต่การตรวจสอบภายหลังไม่สนับสนุนข้อสรุปนั้น

ในการไต่สวนของอังกฤษ คณะลูกขุนระบุว่าการไม่คาดเข็มขัดอาจเป็นเหตุหรือมีส่วนทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิต ประเด็นนี้ไม่ใช่การโยนความผิดให้ผู้เสียชีวิต แต่เป็นการอธิบายว่าผลลัพธ์ของอุบัติเหตุรุนแรงไม่ได้ขึ้นกับแรงชนเพียงอย่างเดียว ยังมีปัจจัยด้านความปลอดภัยในห้องโดยสารเข้ามาซ้อนกันด้วย

รถเฟียตสีขาวมีอยู่จริง แต่ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นคันไหน

เศษวัสดุและร่องรอยสีทำให้การสอบสวนสนใจรถ Fiat Uno สีขาวที่อาจเฉี่ยวชนกับ Mercedes ก่อนเข้าทางลอด พยานบางคนบอกว่าเห็นรถลักษณะนี้อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ และเรื่องก็ยิ่งน่าสงสัยเมื่อมีช่างภาพชื่อเจมส์ อ็องด็องซงเป็นเจ้าของ Fiat Uno สีขาวอยู่จริง

แต่การมีรถรุ่นเดียวกันไม่ได้แปลว่าเป็นหลักฐานชี้ตัว Operation Paget ระบุว่าตำรวจฝรั่งเศสตรวจสอบรถมากกว่า 4,668 คันแต่ไม่สามารถระบุรถที่เกี่ยวข้องได้อย่างแน่นอน สำหรับรถของอ็องด็องซงนั้นไม่มีหลักฐานว่าถูกนำไปอยู่ในปารีสคืนเกิดเหตุ น้ำหนักหลักฐานชี้ว่ารถอยู่ที่บ้านของเขาซึ่งห่างจากปารีสราว 170 ไมล์ และการตรวจสอบสีบริเวณที่คาดว่าจะเกิดการชนก็ไม่สอดคล้องกับร่องรอยบน Mercedes นอกจากนี้ยังไม่พบหลักฐานว่าอ็องด็องซงทำงานให้หน่วยงานความมั่นคงฝรั่งเศส

ทำไมผลสอบจึงไม่ทำให้ปริศนาหายไป

ความสับสนส่วนหนึ่งเกิดจากการนำข้อเท็จจริงหลายชิ้นมาวางต่อกัน แฟลชมีพยานพูดถึงจริง รถเฟียตสีขาวมีอยู่จริง คนขับมีแอลกอฮอล์ในเลือดจริง และปาปารัสซีติดตามรถจริง แต่การที่แต่ละชิ้นมีอยู่ ไม่ได้แปลว่าทุกชิ้นเป็นส่วนหนึ่งของแผนเดียวกัน หลักฐานต้องตอบให้ได้ทั้งเรื่องเวลา สถานที่ กลไก และเจตนา ไม่ใช่เพียงมีความผิดปกติให้สงสัย

การสอบสวนของฝรั่งเศสในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลจากข้อหาที่เกี่ยวกับการทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยประมาท ส่วน Operation Paget ซึ่งเริ่มขึ้นในปี 2004 มีเป้าหมายสำคัญเพื่อตรวจสอบว่าข้อกล่าวหาเรื่องแผนลอบสังหารมีหลักฐานน่าเชื่อถือหรือไม่ ผลรายงานไม่พบหลักฐานว่า MI6 ราชวงศ์อังกฤษ หรือเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอยู่เบื้องหลังการชน

ต่อมาในปี 2008 คณะลูกขุนในการไต่สวนของอังกฤษมีคำวินิจฉัยว่าไดอานาและโดดีเสียชีวิตโดยมิชอบจากการขับรถโดยประมาทอย่างร้ายแรงของอ็องรี ปอลและรถของปาปารัสซีที่ติดตาม คำว่า “เสียชีวิตโดยมิชอบ” ในบริบทนี้เป็นข้อสรุปทางกฎหมายเรื่องความรับผิดจากการขับรถ ไม่ใช่คำตัดสินว่ามีการวางแผนลอบสังหารจากราชวงศ์หรือหน่วยข่าวกรอง

สิ่งที่หลักฐานรองรับได้มากที่สุดคืออุบัติเหตุที่เกิดจากหลายปัจจัยซ้อนกัน ทั้งความเร็ว สภาพคนขับ การถูกติดตาม และการไม่คาดเข็มขัด ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการจัดฉากยังคงเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงได้ในฐานะทฤษฎี แต่จนถึงผลสอบที่มีการเผยแพร่ ยังไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือพอจะยกระดับให้เป็นข้อเท็จจริง

ท้ายที่สุด ความทรงจำของผู้คนอาจยังรู้สึกว่าเรื่องนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เพราะผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลที่คนทั่วโลกติดตาม และคืนสุดท้ายเต็มไปด้วยภาพที่ชวนให้ตีความ แต่การรักษาความยุติธรรมให้กับผู้ตายอาจเริ่มจากการไม่เติมคำตอบลงในช่องว่างที่หลักฐานยังเติมไม่ได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 68 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 1 พฤศจิกายน 69ประวัติศาสตร์ของเบริลเลียม โลหะรสหวานซ่อนพิษร้ายจากมรกตโบราณสู่หัวใจเทคโนโลยีสมัยใหม่จังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?เปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569"ซูเนโอะ" ไม่ใช่ตัวละครที่รวยที่สุด ในเรื่องโดราเอมอนเเนวทางเลขเด่น 4 จตุรเทพ จัดให้ 1 พ.ย. 69 (อ.น๊อตตี้, ดุ่ย ภรัณฯ, อ.ไม้เอก และอ.ต้น)เปิดพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงส่องหน้าต่าง สัญญาณบอกอะไรเรากันแน่!เรื่องราวน่ารู้ของ Himiko ราชินีต้องคำสาปจากหนังเรื่อง Tomb Raiderเปิดโพยเอี่ยมหลี สลากพารวย งวด 1 พ.ย. 69 รวมเลขขายดี 10 ชุด จับตา 9-2-6 เน้น 89ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้ชี้ขาดล่าง Sompong Saiboumthree งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวิ่ง 0 เน้นเลข 50ไขข้อสงสัยทำไมใบเสร็จรับเงินถึงห้ามวางใกล้ความร้อน!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดโพยเอี่ยมหลี สลากพารวย งวด 1 พ.ย. 69 รวมเลขขายดี 10 ชุด จับตา 9-2-6 เน้น 89น้ำมันมะกอกเอามาทอดอาหารไทยได้ไหม? อย่าดูแค่จุดควันเจดีย์ทรายสงกรานต์มาจากการคืนทรายที่ติดเท้ากลับวัดจริงไหม?ประวัติศาสตร์ของเบริลเลียม โลหะรสหวานซ่อนพิษร้ายจากมรกตโบราณสู่หัวใจเทคโนโลยีสมัยใหม่เทน้ำร้อนลงแก้วเย็นแล้วร้าว ทำไมแก้วทนช็อกความร้อนไม่เท่ากัน?แนวทางเลขเด็ด "คำชะโนด" งวด 1 พฤศจิกายน 69..เลขเด่น 4 มาแรงสุดๆ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อภัยทานหมายถึงอะไร? ปล่อยสัตว์อย่างเดียวหรือเปล่าหนวดเหนือดวงตาแมวไว้ทำอะไร? ทำไมไม่ควรตัดอานันซีจับเสือดาว แตน และงู เพื่อแลกเรื่องเล่าจากเทพแห่งฟ้าสนามแบดเดี่ยวกับแบดคู่ กว้างต่างกันแค่ไหน? เส้นข้างที่เพิ่มมาใช้ตอนไหน
ตั้งกระทู้ใหม่