หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ภูเขาทองไม่ใช่ภูเขาจริง กว่าจะเป็นสัญลักษณ์กลางกรุงเทพฯ ต้องผ่านอะไรบ้าง

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ถ้ามองจากถนนรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ภูเขาทองดูเหมือนเนินเขาสีเขียวที่มีเจดีย์สีทองตั้งอยู่บนยอด แต่ความจริงแล้วสิ่งที่เห็นทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ภูเขาลูกนี้เป็นงานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ผ่านทั้งความล้มเหลว การทรุดตัว และการเปลี่ยนแบบหลายครั้งกว่าจะกลายเป็นภาพคุ้นตาของกรุงเทพฯ

ชื่อทางการขององค์เจดีย์คือ พระบรมบรรพต ตั้งอยู่ภายในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือวัดภูเขาทอง จุดเด่นของสถานที่ไม่ได้มีเพียงสีทองที่สะท้อนแสง แต่คือเรื่องราวของเมืองที่ถูกบันทึกไว้ในเนินดิน อิฐเก่า บันได และลานรอบเจดีย์

เริ่มต้นจากวัดเก่า ไม่ใช่ภูเขา

วัดสระเกศเป็นวัดโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมเรียกกันว่าวัดสะแก ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้รับการปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ ปัจจุบันวัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมคลองมหานาคในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

ความคิดที่จะสร้างเจดีย์ขนาดใหญ่ในบริเวณวัดเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พระราชประสงค์คือสร้างปูชนียสถานสำคัญขึ้นในพระนคร โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเจดีย์ภูเขาทองที่กรุงศรีอยุธยา ซึ่งเคยเป็นสถานที่สำคัญของผู้คนในเมืองเก่า

พระเจดีย์องค์แรกไปต่อไม่ได้

การก่อสร้างระยะแรกไม่ได้เริ่มจากภูเขาจำลอง แต่เป็นการก่อพระเจดีย์ทรงปรางค์ขนาดใหญ่ ฐานถูกเตรียมด้วยการถมพื้นที่ วางไม้เป็นแนวตาราง แล้วก่อด้วยศิลาแลงและอิฐตามลำดับ วิธีนี้สะท้อนความพยายามของช่างในยุคนั้นที่จะสร้างสถาปัตยกรรมขนาดมหึมาบนพื้นที่ลุ่มของกรุงเทพฯ

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อน้ำหนักของโครงสร้างกดลงบนชั้นดินจนเกิดการทรุดตัว การก่อสร้างจึงต้องหยุดลงและทิ้งโครงสร้างที่ยังไม่เสร็จไว้เป็นเวลาหนึ่ง เหตุการณ์นี้ทำให้ภูเขาทองมีจุดเริ่มต้นจากความผิดพลาดทางวิศวกรรม ไม่ใช่ภาพสำเร็จรูปของเจดีย์บนยอดเขาอย่างที่หลายคนจินตนาการ

จากเจดีย์ทรงปรางค์ สู่ภูเขาจำลอง

เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 4 แนวคิดการก่อสร้างถูกปรับใหม่ แทนที่จะฝืนสร้างเจดีย์ขนาดใหญ่บนฐานเดิม จึงเปลี่ยนให้เป็นเนินภูเขาจำลอง แล้วสร้างเจดีย์ทรงระฆังไว้ด้านบน วิธีนี้ช่วยกระจายน้ำหนักของสิ่งก่อสร้าง และทำให้รูปแบบโดยรวมมีลักษณะใกล้เคียงภูเขาศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น

มีบันทึกว่ารัชกาลที่ 4 เสด็จฯ มาวางศิลาฤกษ์ใน พ.ศ. 2407 และพระราชทานนามว่า พระบรมบรรพต การก่อสร้างยังดำเนินต่อจนแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5 ดังนั้นภูเขาทองที่เราเห็นจึงเป็นผลงานต่อเนื่องจากหลายรัชกาล ไม่ใช่สิ่งที่สร้างเสร็จภายในช่วงเวลาเดียว

สิ่งที่อยู่บนยอดสำคัญกว่าคำว่า ทอง

ความสำคัญของพระบรมบรรพตไม่ได้อยู่แค่การเป็นจุดสูงกลางเมือง บริเวณยอดเจดีย์ยังใช้เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์ พ.ศ. 2422 รัฐบาลอินเดียได้ถวายพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดพบจากเนินพระเจดีย์เก่าในเมืองกบิลพัสดุ์ และรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาบรรจุไว้ภายในองค์พระเจดีย์

ด้วยเหตุนี้ การขึ้นไปถึงยอดภูเขาทองจึงมีความหมายมากกว่าการชมวิว ผู้คนจำนวนไม่น้อยเดินขึ้นไปเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่บางคนสนใจรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมและประวัติของสถานที่ ทั้งสองมุมมองอยู่ร่วมกันได้ เพราะภูเขาทองเป็นทั้งโบราณสถานและพื้นที่ศรัทธาของคนกรุงเทพฯ

บันไดที่ค่อย ๆ เปิดเมืองให้เห็น

ลักษณะที่ทำให้ภูเขาทองต่างจากเจดีย์ทั่วไปคือเส้นทางขึ้นที่ค่อย ๆ วนรอบเนิน บันไดและทางเดินถูกโอบไว้ด้วยต้นไม้ ระฆัง และกำแพงสีขาว ระหว่างทางจะไม่ได้เห็นกรุงเทพฯ ทั้งหมดในครั้งเดียว แต่ภาพของเมืองจะค่อย ๆ ปรากฏผ่านช่องว่างของใบไม้และแนวอาคาร

เมื่อเดินสูงขึ้น เสียงรถจากถนนด้านล่างจะเบาลง ผู้มาเยือนเริ่มมองเห็นหลังคาบ้านเก่า วัดใกล้เคียง และกลุ่มอาคารของเมืองในมุมที่หาไม่ได้จากระดับถนน การออกแบบเช่นนี้ทำให้การเดินขึ้นไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนระดับ แต่เป็นการพาผู้คนออกจากความวุ่นวายทีละน้อย

ภูเขาทองกับความทรงจำของกรุงเทพฯ

ในช่วงเทศกาลลอยกระทง วัดสระเกศมีงานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุและประเพณีห่มผ้าแดงองค์พระบรมบรรพตที่สืบต่อกันมา ภาพผืนผ้าสีแดงบนเจดีย์สีทองทำให้ภูเขาทองมีบรรยากาศแตกต่างจากวันปกติ และย้ำว่าสถานที่แห่งนี้ยังมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของผู้คน ไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานที่ตั้งอยู่เฉย ๆ

ภูเขาทองจึงเป็นเรื่องของความพยายามมากพอ ๆ กับเรื่องของศรัทธา จากวัดเก่าในกรุงศรีอยุธยา สู่ความคิดสร้างเจดีย์ขนาดใหญ่ จากโครงสร้างที่ทรุดพัง สู่ภูเขาจำลองที่แก้ปัญหาด้วยรูปแบบใหม่ และจากเจดีย์บนยอดเนิน สู่สัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ ที่ผู้คนยังเดินขึ้นไปหาอยู่เสมอ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 100 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?Meta เผชิญค่าปรับประวัติศาสตร์ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ปมปัญหาความเป็นส่วนตัวผู้ใช้ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้รู้ไว้ก่อนจอง! นโยบายใหม่ Airbnb เคลียร์ชัดเรื่องงานบ้านหลังเช็คเอาท์ปั่นจักรยาน 30 นาทีเผาผลาญกี่แคล? ความเร็วกับน้ำหนักตัวทำให้ต่างกันเท่าไรเเนวทางเลขเด่น 4 จตุรเทพ จัดให้ 1 พ.ย. 69 (อ.น๊อตตี้, ดุ่ย ภรัณฯ, อ.ไม้เอก และอ.ต้น)ทำไมชาวเพชรบูรณ์ต้องอุ้มพระลงแม่น้ำ? ตำนานที่อยู่เบื้องหลังพิธีเลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 1 พฤศจิกายน 69เปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569แนวทางเลข นายชินจัง จอมแก่น สลากกินแบ่งรัฐบาลไทย วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/11/69เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Meta เผชิญค่าปรับประวัติศาสตร์ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ปมปัญหาความเป็นส่วนตัวผู้ใช้ปั่นจักรยาน 30 นาทีเผาผลาญกี่แคล? ความเร็วกับน้ำหนักตัวทำให้ต่างกันเท่าไรปลาหมึกเปลี่ยนสีได้ในพริบตา เพราะมีถุงสีเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังทำไมชาวเพชรบูรณ์ต้องอุ้มพระลงแม่น้ำ? ตำนานที่อยู่เบื้องหลังพิธีแนวทางเลข นายชินจัง จอมแก่น สลากกินแบ่งรัฐบาลไทย วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569ไข่แดงสีเข้มไม่ได้แปลว่าไข่คุณภาพดีกว่าเสมอ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ปั่นจักรยาน 30 นาทีเผาผลาญกี่แคล? ความเร็วกับน้ำหนักตัวทำให้ต่างกันเท่าไรปลาหมึกเปลี่ยนสีได้ในพริบตา เพราะมีถุงสีเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังทำไมชาวเพชรบูรณ์ต้องอุ้มพระลงแม่น้ำ? ตำนานที่อยู่เบื้องหลังพิธีไข่แดงสีเข้มไม่ได้แปลว่าไข่คุณภาพดีกว่าเสมอ
ตั้งกระทู้ใหม่