Gasohol 95 กับ E20 วันนี้ต่างกัน 5 บาทต่อลิตร ถ้าเติมเต็มถังจริง ๆ ประหยัดได้เท่าไร?
เวลาขับรถเข้าปั๊มแล้วเห็นราคาน้ำมันหลายชนิดเรียงกัน สิ่งที่สะดุดตาที่สุดมักเป็น “ราคาต่อลิตร” เพราะบางวันต่างกันเพียงไม่กี่สิบสตางค์ แต่บางคู่กลับห่างกันหลายบาท
วันที่ 1 กันยายน 2569 กระทรวงพลังงานแสดงราคาขายปลีก Gasohol 95 ของหลายสถานีหลักอยู่ที่ประมาณ 37.69 บาทต่อลิตร ขณะที่ Gasohol E20 อยู่ที่ประมาณ 32.69 บาทต่อลิตร เท่ากับต่างกันประมาณ 5 บาทต่อลิตร ในหลายแบรนด์ที่อยู่ในตารางเดียวกัน
พอเห็นตัวเลข “5 บาท” อาจดูเหมือนไม่มาก แต่ถ้าเปลี่ยนจากราคาต่อลิตรมาเป็นยอดที่เราจ่ายจริงตอนเติมเต็มถัง ภาพจะชัดขึ้นทันที
ถ้าต่างกัน 5 บาทต่อลิตร ส่วนต่างต่อการเติมหนึ่งครั้งเป็นเท่าไร?
วิธีคิดตรงมาก:
จำนวนลิตรที่เติม × ส่วนต่างราคาต่อลิตร = เงินที่ต่างกัน ณ หน้าปั๊ม
ดังนั้น หากเปรียบเทียบ Gasohol 95 ราคา 37.69 บาท กับ E20 ราคา 32.69 บาท และสมมติว่ารถคันเดียวกันรองรับเชื้อเพลิงทั้งสองชนิดตามที่ผู้ผลิตกำหนด:
เติม 20 ลิตร — ต่างกันประมาณ 100 บาท
เติม 30 ลิตร — ต่างกันประมาณ 150 บาท
เติม 40 ลิตร — ต่างกันประมาณ 200 บาท
เติม 50 ลิตร — ต่างกันประมาณ 250 บาท
ตัวเลขในภาพคำนวณจากส่วนต่างราคา 5 บาทต่อลิตร ณ วันที่อ้างอิง ไม่ใช่การรับรองว่าจะประหยัดค่าเดินทางจริงเท่ากันในรถทุกคัน
ถ้ารถคันหนึ่งเติมครั้งละประมาณ 40 ลิตร ภาพจากคำว่า “ต่างกัน 5 บาทต่อลิตร” จึงกลายเป็นเงินประมาณ 200 บาทต่อการเติมหนึ่งครั้ง
และถ้าเติมในระดับใกล้เคียงกันเดือนละ 3 ครั้ง ส่วนต่างที่หน้าปั๊มก็อาจแตะประมาณ 600 บาทต่อเดือน ได้
แต่ตรงนี้ต้องขีดเส้นใต้ว่า ตัวเลขทั้งหมดเป็นเพียง การคำนวณจากราคาขายปลีกและปริมาณลิตร ไม่ใช่การรับรองว่าจะประหยัดเงินจริงเท่ากันทุกคัน เพราะเรื่องยังมีอีกชั้นหนึ่ง
ถูกกว่าต่อลิตร ไม่ได้แปลว่าค่าเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรจะถูกกว่าตามสัดส่วนเดียวกัน
นี่เป็นจุดที่เวลามองป้ายราคาหน้าปั๊มอย่างเดียวอาจทำให้เรารีบสรุปเร็วเกินไป
ราคาต่อลิตรบอกเพียงว่า ตอนซื้อเชื้อเพลิงจำนวนเท่ากัน เราจ่ายต่างกันเท่าไร
แต่สิ่งที่คนใช้รถต้องการจริง ๆ คือ “วิ่งระยะทางเท่ากันแล้วเสียเงินเท่าไร” ซึ่งขึ้นอยู่กับอัตราสิ้นเปลืองของรถด้วย
รถแต่ละรุ่น เครื่องยนต์แต่ละแบบ สภาพการจราจร น้ำหนักบรรทุก แรงดันลมยาง วิธีเร่งและเบรก ไปจนถึงเส้นทางที่ใช้ ล้วนทำให้อัตราสิ้นเปลืองจริงเปลี่ยนได้
ดังนั้นถ้าต้องการเปรียบเทียบให้ใกล้ชีวิตจริงกว่าเดิม วิธีที่ดีกว่าคือดู:
ค่าเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตร = ราคาต่อลิตร ÷ จำนวนกิโลเมตรที่รถวิ่งได้ต่อลิตร
ตัวเลขนี้ต่างหากที่จะบอกได้ว่ารถของเราใช้เงินกับการเดินทางจริงต่างกันแค่ไหน
แล้ว Gasohol 95 กับ E20 ต่างกันตรงไหน?
Gasohol เป็นน้ำมันเบนซินที่ผสมเอทานอล โดย Gasohol 91 และ Gasohol 95 ในกลุ่ม E10 มีเอทานอลผสมประมาณ 10% ขณะที่ E20 มีเอทานอลประมาณ 20% และควรใช้เฉพาะกับรถที่ผู้ผลิตระบุว่ารองรับเชื้อเพลิงชนิดนี้
จุดที่ควรจำจึงไม่ใช่ว่า “E20 ถูกกว่า = เติมได้ทุกคัน”
แต่คือ:
รถต้องได้รับการออกแบบหรือรับรองให้ใช้ E20 ก่อน
คู่มือรถ ฝาถังน้ำมัน หรือข้อมูลจากผู้ผลิตรถยนต์เป็นจุดที่ควรตรวจสอบก่อนเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง เพราะรถที่ไม่ได้รองรับเอทานอลในสัดส่วนดังกล่าว ไม่ควรทดลองเติมเองเพียงเพราะเห็นว่าราคาถูกกว่า
ถ้ารถรองรับทั้งคู่ ควรเลือกตัวที่ถูกที่สุดเลยไหม?
คำตอบที่แม่นกว่าคือ อย่าตัดสินจากราคาอย่างเดียว
ถ้ารถรองรับ E20 จริง การเห็นราคาต่อลิตรต่ำกว่าก็เป็นข้อได้เปรียบด้านต้นทุนหน้าปั๊ม แต่ถ้าจะรู้ว่า “คุ้มกว่าสำหรับรถเราไหม” วิธีที่ดีกว่าคือเก็บข้อมูลจากรถคันจริง
เช่น เติมเชื้อเพลิงชนิดเดิมต่อเนื่องหลายถัง บันทึกจำนวนลิตรและระยะทาง แล้วคำนวณค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร ก่อนทดลองอีกชนิดในสภาพการใช้งานใกล้เคียงกัน
อย่าเทียบจากถังเดียว เพราะรถติดหนักกว่าวันก่อน เดินทางคนละเส้นทาง หรือใช้แอร์มากกว่า ก็ทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนได้ง่าย
ความคุ้มจริงต้องดูทั้งราคาต่อลิตร รถรองรับเชื้อเพลิงหรือไม่ และค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรจากการใช้งานจริง
ตัวอย่างง่าย ๆ ว่าทำไม “ต่อลิตร” กับ “ต่อกิโลเมตร” เป็นคนละเรื่อง
สมมติอย่างง่ายเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ตัวเลขประสิทธิภาพของรถรุ่นใดจริง:
เชื้อเพลิง A ราคา 37.69 บาท/ลิตร และรถวิ่งได้ 14 กม./ลิตร
ค่าเชื้อเพลิงจะอยู่ประมาณ 2.69 บาท/กม.
เชื้อเพลิง B ราคา 32.69 บาท/ลิตร แต่ถ้าสมมติรถในสถานการณ์หนึ่งวิ่งได้ 12.5 กม./ลิตร
ค่าเชื้อเพลิงจะอยู่ประมาณ 2.62 บาท/กม.
ตัวอย่างนี้ทำให้เห็นว่า แม้ราคาต่อลิตรต่างกัน 5 บาท แต่ส่วนต่างของต้นทุนต่อกิโลเมตรอาจไม่ได้ลดลงเป็นเปอร์เซ็นต์เดียวกับราคาหน้าปั๊ม
หมายเหตุ: ตัวเลข 14 และ 12.5 กม./ลิตรในตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายสูตรเท่านั้น ไม่ใช่ค่าประสิทธิภาพของ Gasohol 95 หรือ E20 ที่ใช้ได้กับรถทุกคัน
ถ้าอยากรู้ว่าอะไรประหยัดกว่าสำหรับรถตัวเอง ให้ดู 3 อย่างนี้
1. รถรองรับหรือไม่
นี่เป็น Gate แรก ถ้าผู้ผลิตไม่อนุญาตให้ใช้ E20 ก็ไม่ต้องคำนวณเรื่องความคุ้มต่อ
2. ราคาจริงวันที่เติม
ราคาน้ำมันเปลี่ยนได้ และบางแบรนด์หรือบางพื้นที่อาจมีราคาแตกต่างกัน จึงไม่ควรจำตัวเลขหนึ่งชุดไปใช้ถาวร
3. ค่าใช้จ่ายต่อระยะทางของรถจริง
ถ้าต้องการคำตอบที่ใช้กับรถของตัวเอง ให้เก็บข้อมูลจำนวนลิตร ระยะทาง และราคาที่จ่าย แล้วเทียบหลายถังในสภาพการขับใกล้เคียงกัน
แล้ววันนี้ส่วนต่าง 5 บาทต่อลิตรบอกอะไรเราได้แน่นอน?
มันบอกได้แน่นอนเรื่องหนึ่ง:
ถ้าซื้อน้ำมันจำนวนลิตรเท่ากัน Gasohol 95 กับ E20 ในหลายสถานีที่อยู่ในข้อมูลกระทรวงพลังงานวันนี้ มีต้นทุนหน้าปั๊มต่างกันประมาณ 5 บาทต่อลิตร
ดังนั้นเติม 40 ลิตร ส่วนต่างก็คือประมาณ 200 บาท เติม 50 ลิตรก็ประมาณ 250 บาท นี่เป็นเลขคำนวณตรง ๆ
สิ่งที่เลขนี้ ยังตอบไม่ได้ คือเมื่อเอาไปใช้กับรถของแต่ละคนแล้ว จะประหยัดค่าเดินทางจริงเท่าไร เพราะต้องเอาอัตราสิ้นเปลืองและเงื่อนไขของรถเข้ามาคิดด้วย
ความต่างระหว่างสองคำถามนี้เล็กมาก แต่สำคัญ:
“น้ำมันไหนถูกกว่าต่อลิตร?” ดูที่ป้ายราคาได้เลย
“น้ำมันไหนคุ้มกว่าสำหรับรถฉัน?” ต้องดูทั้งราคา ความเข้ากันได้กับเครื่องยนต์ และต้นทุนต่อกิโลเมตร
ครั้งหน้าที่เห็นน้ำมันสองชนิดห่างกันหลายบาท ลองเปลี่ยนจาก “กี่บาทต่อลิตร” เป็น “กี่บาทต่อถัง” ก่อน แล้วถ้าจะเอาให้ตรงกับรถตัวเองมากขึ้น ก็เปลี่ยนต่อเป็น “กี่บาทต่อกิโลเมตร” ภาพของคำว่าคุ้มจะชัดกว่าเดิมมาก
หมายเหตุ: ราคาที่ใช้ในบทความเป็นข้อมูลวันที่ 1 กันยายน 2569 และอาจเปลี่ยนแปลงภายหลัง ราคาจริงอาจแตกต่างกันตามสถานี พื้นที่ และชนิดผลิตภัณฑ์ ก่อนเลือกใช้เชื้อเพลิงควรตรวจสอบชนิดที่รถรองรับจากคู่มือหรือผู้ผลิตรถยนต์โดยตรง ตัวอย่างอัตราสิ้นเปลืองในบทความเป็นเพียงตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ ไม่ใช่ค่าประสิทธิภาพมาตรฐานของเชื้อเพลิงแต่ละชนิด
อ้างอิง: https://www.energy.go.th/th/home
แหล่งที่มา: กรมธุรกิจพลังงาน — สำนักคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง
อ้างอิง: https://o.doeb.go.th/webboard/viewtopic.php?f=2&t=1064
แหล่งที่มา: PTTOR
อ้างอิง: https://www.pttor.com/
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
หนุ่มแกร็บขับกลับกว่า 30 กม. คืนกระเป๋าทหารสหรัฐฯ ที่แหลมฉบัง
วัยรุ่นญี่ปุ่นใช้เวลาใน SNS น้อยที่สุดในบรรดา 24 ประเทศ
สัญญาณเตือนจากหลังคาโลก เมื่อหิมาลัยเปลี่ยนไป ชีวิตเบื้องล่างจะอยู่อย่างไร
เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาท
ปิดตำนานพระราม 2 M82 เปิดแล้ว หลังรอคอยกว่า 50 ปี
จังหวัดไหนมีธุรกิจจีนมากที่สุดในไทย กรุงเทพฯ ครองอันดับ 1 แต่เงินลงทุนสูงสุดอยู่ที่ระยอง
โค้งสุดท้ายหวยลาว 8 กันยายน 2569 ส่องเลขเด่นก่อนลุ้นคืนนี้ มีเลขไหนน่าจับตา?
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบ
ส่องสถิติหวยงวด "16 กันยายน" ย้อนหลัง 10 ปี (2558–2567) สรุปเลขไหนออกบ่อยสุด!
ความหมายของคำว่า"บ่วง"





