กลีบกุหลาบถล่มแขกจนตาย?
กลีบกุหลาบถล่มแขกจนตาย?
ลองนึกภาพงานเลี้ยงในพระราชวังโรมัน แขกผู้มีเกียรตินอนเอนกายบนตั่งหรู มือหนึ่งถือถ้วยไวน์ อีกมือหยิบอาหารจากโต๊ะยาว ขณะดนตรีบรรเลงอยู่ใกล้เสาหินอ่อน ทุกคนคิดว่าค่ำคืนนี้กำลังดำเนินไปอย่างฟุ่มเฟือยและสนุกสนาน จนกระทั่งเพดานเหนือศีรษะเปิดออก
สิ่งที่ไหลลงมาไม่ใช่น้ำหรือควัน แต่เป็นดอกไม้จำนวนมหาศาล กลีบดอกสีแดง ชมพู และม่วงร่วงลงราวกับพายุ แขกบางคนหัวเราะในตอนแรก เพราะเข้าใจว่าเป็นการแสดงสุดอลังการของเจ้าภาพ ทว่าเมื่อกองดอกไม้สูงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงหัวเราะก็เปลี่ยนเป็นเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือ
เรื่องเล่าที่โด่งดังนี้มักถูกผูกเข้ากับจักรพรรดิเอลากาบาลุส ผู้ครองบัลลังก์โรมันช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 3 และขึ้นเป็นจักรพรรดิตั้งแต่อายุประมาณสิบสี่ปี พระองค์มีชื่อเสียงด้านพิธีกรรมแปลกประหลาด ความฟุ่มเฟือย และพฤติกรรมที่ขัดกับขนบของชนชั้นปกครองโรมัน
ตามบันทึกโบราณชิ้นหนึ่ง พระองค์เคยจัดห้องจัดเลี้ยงที่มีเพดานกลไก สามารถเปิดหรือปิดได้ แล้วสั่งให้เทดอกไม้ลงมาทับแขกจนบางคนไม่สามารถคลานขึ้นมาด้านบนได้ เรื่องเล่าระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากการถูกดอกไม้กลบจนหายใจไม่ออก
แต่รายละเอียดสำคัญอย่างหนึ่งมักถูกเล่าผิด บันทึกดั้งเดิมไม่ได้ระบุชัดว่าเป็นกลีบกุหลาบทั้งหมด หากกล่าวถึงไวโอเลตและดอกไม้อื่น ๆ ภาพจำเรื่องกุหลาบสีแดงจำนวนมหาศาลเกิดขึ้นภายหลัง โดยเฉพาะจากงานศิลปะและการเล่าซ้ำในยุคใหม่
จักรพรรดิหนุ่มกับงานเลี้ยงที่เกินขอบเขต
การจัดงานเลี้ยงหรูไม่ใช่เรื่องผิดปกติในสังคมโรมัน เจ้าภาพใช้ทั้งอาหารราคาแพง ไวน์ เครื่องหอม ดนตรี และดอกไม้ เพื่อแสดงฐานะ ผู้มีอำนาจไม่ได้เลี้ยงแขกเพียงเพื่อให้อิ่มท้อง แต่กำลังประกาศให้ทุกคนเห็นว่าเขาสามารถใช้ทรัพย์สินและแรงงานของผู้อื่นได้มากเพียงใด
ดอกไม้จึงมีความหมายมากกว่าความสวยงาม กลีบกุหลาบและไวโอเลตถูกใช้ประดับห้อง ทำพวงมาลัย และสร้างบรรยากาศแห่งความรัก ความหรูหรา หรือพิธีกรรม การนำดอกไม้มาโปรยใส่แขกจำนวนหนึ่งอาจเริ่มจากการแสดงความใจกว้าง แต่ในเรื่องของเอลากาบาลุส มันถูกผลักให้กลายเป็นการทดลองอำนาจที่น่ากลัว
แขกที่นอนอยู่บนตั่งมีพื้นที่ขยับตัวจำกัดอยู่แล้ว หากดอกไม้ถูกปล่อยลงมาจากเพดานอย่างต่อเนื่อง พวกเขาอาจลุกหนีได้ยาก โดยเฉพาะคนที่เมาสุรา สวมเสื้อผ้าหนัก หรือไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์กำลังเปลี่ยนจากความสนุกเป็นอันตราย
ถึงกระนั้น การทำให้คนขาดอากาศหายใจด้วยกลีบดอกไม้ต้องใช้ปริมาณมหาศาลและสภาพห้องที่เอื้ออย่างมาก กลีบดอกไม้แต่ละกลีบเบาเกินกว่าจะกดทับร่างคนได้ง่าย นักประวัติศาสตร์จำนวนมากจึงมองเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวัง มันอาจเกิดขึ้นจริงในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง หรืออาจถูกขยายให้รุนแรงขึ้นจนกลายเป็นเรื่องสยองเพื่อทำลายชื่อเสียงของจักรพรรดิ
เอกสารโบราณไม่ได้เท่ากับหลักฐานที่สมบูรณ์
ปัญหาคือเรื่องนี้ไม่ได้มาจากพยานที่อยู่ในงานเลี้ยง หรือจากบันทึกทางราชการที่เขียนในวันเกิดเหตุ เอกสารที่เล่าเรื่องดังกล่าวถูกเขียนขึ้นหลังยุคของเอลากาบาลุสผ่านไปแล้วหลายชั่วอายุคน และเต็มไปด้วยเรื่องเล่าชวนตกใจเกี่ยวกับจักรพรรดิผู้ถูกมองว่าเลวทราม
งานเขียนประเภทชีวประวัติจักรพรรดิในโลกโบราณมักไม่ได้มุ่งบันทึกข้อเท็จจริงแบบรายงานสมัยใหม่ ผู้เขียนอาจเลือกเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวละครดูดีหรือเลวร้าย เพื่อสร้างบทเรียนทางศีลธรรม เมื่อผู้นำคนหนึ่งถูกจดจำในฐานะทรราช เรื่องแปลกทุกเรื่องก็มีโอกาสถูกนำมาเรียงต่อกันจนดูเหมือนเป็นหลักฐานของความวิปริต
นั่นไม่ได้แปลว่าเอลากาบาลุสเป็นผู้บริสุทธิ์ในทุกเรื่อง พระองค์ครองราชย์ท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรง และถูกสังหารเมื่อมีพระชนมายุยังน้อย สิ่งที่ควรระวังคือการแยก พฤติกรรมที่มีหลักฐานรองรับ ออกจากเกร็ดอื้อฉาวที่อาจถูกเล่าเติมเพื่อให้เรื่องสนุกและสะใจมากขึ้น
ทำไมคนจึงจำว่าเป็นกุหลาบ
ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 จิตรกรชาวดัตช์-อังกฤษ ลอว์เรนซ์ อัลมา-ทาเดมา สร้างภาพชื่อ The Roses of Heliogabalus ขึ้นจากเรื่องเล่านี้ ภาพดังกล่าวทำให้เหตุการณ์ถูกจดจำในรูปของกลีบกุหลาบสีชมพูแดงที่ไหลลงมาท่วมแขกในงานเลี้ยง
ภาพวาดมีพลังมากกว่าข้อความหลายหน้า เพราะผู้ชมมองเห็นความขัดแย้งในฉากเดียว ด้านบนคือจักรพรรดิหนุ่มและโลกของผู้มีอำนาจ ด้านล่างคือแขกที่เริ่มสูญเสียการควบคุม ท่ามกลางความงามของดอกไม้ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเครื่องมือแห่งความตาย
จากนั้นคำว่าโรสหรือกุหลาบก็เข้ามาแทนที่ดอกไม้ชนิดอื่นในความทรงจำของสาธารณชน เรื่องเล่าที่เดิมอาจคลุมเครือจึงมีภาพจำชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนหลายคนเชื่อว่ามีการปล่อยกลีบกุหลาบลงมาจนแขกตายจริงโดยไม่มีข้อสงสัย
ความโหดร้ายที่ซ่อนอยู่ในงานเลี้ยง
ไม่ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นจริงทั้งหมดหรือไม่ แก่นของเรื่องไม่ได้อยู่ที่น้ำหนักของกลีบดอกไม้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าภาพกับแขก เจ้าภาพเป็นคนควบคุมห้อง อาหาร เครื่องดื่ม และกลไกบนเพดาน ส่วนแขกต้องเชื่อว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความบันเทิงที่ปลอดภัย
เมื่อผู้มีอำนาจเปลี่ยนความประหลาดให้กลายเป็นการแสดง คนที่อยู่รอบตัวอาจไม่กล้าขัดขวาง แม้จะเริ่มเห็นอันตรายแล้วก็ตาม ยิ่งเป็นงานเลี้ยงของจักรพรรดิ การหัวเราะตามอาจง่ายกว่าการลุกขึ้นบอกว่าเพดานกำลังเทดอกไม้มากเกินไป
เรื่องนี้จึงน่ากลัวตรงที่ความตายไม่ได้เริ่มด้วยอาวุธหรือเสียงกรีดร้อง แต่มาในรูปของสิ่งสวยงาม กลิ่นหอม และความฟุ่มเฟือย แขกอาจถูกทำให้เชื่อว่ากำลังได้รับเกียรติ ทั้งที่กำลังถูกขังอยู่ใต้การตัดสินใจของคนคนเดียว
สุดท้ายแล้ว เราอาจไม่มีทางรู้แน่ชัดว่ามีแขกเสียชีวิตจากกลีบดอกไม้ในงานเลี้ยงของเอลากาบาลุสจริงหรือไม่ สิ่งที่มีอยู่คือเรื่องเล่าจากเอกสารที่เขียนภายหลัง ภาพวาดที่ทำให้เหตุการณ์มีรูปร่าง และความทรงจำของผู้คนที่ชอบเรื่องราวซึ่งความงามกับความตายอยู่ในฉากเดียวกัน
บางครั้งประวัติศาสตร์ไม่ได้ส่งคำตอบมาให้ครบทุกช่องว่าง หน้าที่ของคนอ่านจึงไม่ใช่รีบเชื่อหรือรีบปฏิเสธ แต่ต้องมองให้เห็นทั้งความเป็นไปได้ อคติของผู้บันทึก และพลังของภาพที่ทำให้เรื่องเล่าหนึ่งเรื่องดูเหมือนข้อเท็จจริงตลอดกาล
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
คุณนุชออกโรงชี้แจง ปมมีภาพถ่ายร่วมสัมภาษณ์ “หนุ่ม กรรชัย” ยอมรับผิด พร้อมขอโทษทุกฝ่าย
ถ้าฝาท่อกลมมีข้อดี แล้วทำไมเรายังเจอฝาสี่เหลี่ยมอยู่บนถนน?
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
แทสเมเนีย: ถอดรหัสเกาะปริศนาที่แผนที่โลกมักลืมเขียน
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/10/69
“หลุมยักษ์แห่งไซบีเรีย” หน้าต่างสู่น้ำแข็งอายุ 650,000 ปี ที่กำลังเปิดประวัติศาสตร์โลกออกมาทีละชั้น
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
สถิติย้อนหลัง 10 ปี ออกเลขไหนบ้างมาดูกัน
แปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
AI กำลังเปลี่ยนตลาดงาน เปิด 5 สาขามหาวิทยาลัยที่ไทยต้องการบุคลากรในอีก 5 ปี
ถ้าฝาท่อกลมมีข้อดี แล้วทำไมเรายังเจอฝาสี่เหลี่ยมอยู่บนถนน?
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/10/69
Phnom Penh Post ยกประวัติศาสตร์ขอมตอบโต้ข่าวภาพหญิง ร.5 แต่ปมสำคัญยังอยู่ที่หลักฐานของภาพ
แทสเมเนีย: ถอดรหัสเกาะปริศนาที่แผนที่โลกมักลืมเขียน









