หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ข้อมูลสหรัฐฯ ชี้วัย 18-24 ปีมีเพศสัมพันธ์ลดลงจากอดีต

เขียนโดย nattawat25800

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ตัวเลข 38 ครั้งยังไม่ใช่ตัวเลขจาก NSSHB ที่ตรวจสอบได้

ข้อความที่ว่า คนอเมริกันวัย 18-25 ปีมีเพศสัมพันธ์เฉลี่ย 38 ครั้งต่อปี และลดลงครึ่งหนึ่งจากปี 1990 ฟังดูสอดคล้องกับกระแสที่เรียกว่า Sex Recession แต่รายละเอียดสำคัญยังต้องแยกตรวจสอบ เพราะตัวเลขดังกล่าวมักถูกอ้างรวมกับชื่อสถาบันอินเดียนาและการสำรวจ NSSHB โดยไม่มีตารางต้นฉบับหรือรายงานวิชาการที่แสดงตัวเลขเดียวกันอย่างชัดเจน

หน้าเผยแพร่ข้อมูลของ Indiana University ระบุผลสำรวจ NSSHB หลายด้าน เช่น พฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาหนึ่ง และการใช้ถุงยางอนามัย แต่ไม่พบค่าเฉลี่ย 38 ครั้งต่อปีสำหรับกลุ่มอายุ 18-25 ปีในหน้าข้อมูลหลัก การนำตัวเลขจากแหล่งอื่นมาใส่ชื่อ NSSHB จึงทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่ามีหลักฐานตรงจากสถาบัน ทั้งที่ยังตรวจสอบเส้นทางของข้อมูลไม่ได้

งานวิจัยที่ยืนยันแนวโน้มใช้ข้อมูลคนละชุด

งานวิจัยในวารสาร JAMA Network Open ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจ General Social Survey ของสหรัฐฯ ระหว่างปี 2000 ถึง 2018 พบแนวโน้มว่าความถี่ทางเพศลดลงในคนวัยหนุ่มสาวบางกลุ่ม งานวิจัยนี้ไม่ได้ใช้ NSSHB และไม่ได้จัดกลุ่มอายุเป็น 18-25 ปี แต่แบ่งเป็นช่วง 18-24 ปี 25-34 ปี และ 35-44 ปี ความแตกต่างด้านแหล่งข้อมูลและช่วงอายุมีผลต่อการตีความอย่างมาก

ในกลุ่มผู้ชายอายุ 18-24 ปี สัดส่วนผู้ที่รายงานว่าไม่มีเพศสัมพันธ์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มจาก 18.9 เปอร์เซ็นต์ในช่วงปี 2000-2002 เป็น 30.9 เปอร์เซ็นต์ในช่วงปี 2016-2018 ขณะเดียวกัน สัดส่วนผู้ที่มีเพศสัมพันธ์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งลดจาก 51.8 เปอร์เซ็นต์เหลือ 37.4 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้สะท้อนการลดลงอย่างชัดเจน แต่ยังไม่ใช่ค่าเฉลี่ยว่าทุกคนมีเพศสัมพันธ์กี่ครั้งต่อปี

สถิติไม่ได้หมายความว่าวัยรุ่นทุกคนมีพฤติกรรมเหมือนกัน

ข้อมูลสำรวจวัดพฤติกรรมจากคำตอบของกลุ่มตัวอย่าง ไม่ใช่การนับจำนวนครั้งของทุกคนในประเทศ คนที่ไม่มีเพศสัมพันธ์เลยจะอยู่ในฐานข้อมูลเดียวกับคนที่มีเพศสัมพันธ์บ่อย เมื่อคำนวณค่าเฉลี่ยรวม ตัวเลขจึงได้รับอิทธิพลจากจำนวนคนที่ไม่มีเพศสัมพันธ์ จำนวนคนที่มีคู่ และรูปแบบการตอบแบบสอบถาม

นักวิจัยยังพบว่าความเปลี่ยนแปลงเกิดเด่นชัดในกลุ่มคนที่ไม่ได้แต่งงาน โดยเฉพาะผู้ชายวัย 18-24 ปี สัดส่วนผู้ชายกลุ่มนี้ที่ไม่มีเพศสัมพันธ์ในช่วงหนึ่งปีเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มผู้ชายที่แต่งงานแล้ว ส่วนผู้หญิงวัยเดียวกันมีการเปลี่ยนแปลงบางด้าน แต่แนวโน้มไม่ได้มีรูปแบบเดียวกับผู้ชายทุกตัวชี้วัด

การแยกข้อมูลตามเพศ สถานะความสัมพันธ์ รายได้ การทำงาน และการเป็นนักศึกษาช่วยให้เห็นภาพละเอียดขึ้น เพราะวัย 18-24 ปีไม่ได้มีวิถีชีวิตแบบเดียวกัน นักศึกษาที่อาศัยอยู่กับครอบครัว คนทำงานเต็มเวลา คนที่ยังไม่มีคู่ และคนที่อยู่ในความสัมพันธ์จริงจัง ล้วนมีโอกาสพบปะและจัดสรรเวลาแตกต่างกัน

ตัวเลขปี 1990 ต้องเทียบกับตัวชี้วัดเดียวกัน

ข้อมูลที่เผยแพร่โดย Institute for Family Studies จากการวิเคราะห์ General Social Survey ระบุว่า ในปี 1990 ผู้ใหญ่สหรัฐฯ อายุ 18-64 ปีประมาณ 55 เปอร์เซ็นต์รายงานว่ามีเพศสัมพันธ์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ข้อมูลช่วงปี 2024 เหลือประมาณ 37 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้แสดงการลดลงของสัดส่วนผู้ที่มีเพศสัมพันธ์รายสัปดาห์ในประชากรอายุ 18-64 ปี ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย 38 ครั้งต่อปีของคนอายุ 18-25 ปี

สองประโยคนี้จึงไม่ควรถูกนำมารวมเป็นหลักฐานเดียวกัน เพราะประโยคหนึ่งพูดถึงสัดส่วนคนที่มีเพศสัมพันธ์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งในช่วงอายุ 18-64 ปี อีกประโยคพูดถึงจำนวนครั้งเฉลี่ยต่อปีในช่วงอายุ 18-25 ปี หากไม่มีตารางข้อมูลที่ใช้กลุ่มอายุ วิธีคำนวณ และคำถามเดียวกัน การบอกว่าคนวัย 18-25 ปีมีเพศสัมพันธ์ลดลงครึ่งหนึ่งจากปี 1990 จึงยังเป็นข้อสรุปที่แรงเกินหลักฐาน

สาเหตุไม่ได้มีเพียงเรื่องเทคโนโลยี

นักวิจัยและนักวิเคราะห์เสนอปัจจัยหลายด้านที่อาจเชื่อมโยงกับแนวโน้มนี้ เช่น คนวัยหนุ่มสาวมีคู่รักประจำลดลง แต่งงานช้าลง ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนน้อยลง และเผชิญแรงกดดันจากการเรียน งาน และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้อาจลดโอกาสการเริ่มต้นหรือรักษาความสัมพันธ์ แต่ข้อมูลสำรวจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันว่าเหตุใดเหตุหนึ่งเป็นสาเหตุโดยตรง

เทคโนโลยีมีส่วนเปลี่ยนวิธีทำความรู้จักและสื่อสาร แต่การมีสมาร์ตโฟนไม่ได้แปลว่าคนหนึ่งคนจะมีเพศสัมพันธ์น้อยลงเสมอไป บางคนใช้แอปเพื่อสร้างความสัมพันธ์ บางคนใช้เพื่อความบันเทิง ขณะที่บางคนเลือกพักจากการเดต ความแตกต่างของเป้าหมายและประสบการณ์ส่วนตัวจึงมีความสำคัญกว่าการสรุปจากอุปกรณ์ที่ใช้

ข้อมูลอีกส่วนชี้ว่า คนวัย 18-29 ปีในสหรัฐฯ มีสัดส่วนการใช้ชีวิตร่วมกับคู่รักลดลงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อจำนวนคนที่มีคู่ประจำลดลง ค่าเฉลี่ยความถี่ทางเพศของคนทั้งกลุ่มย่อมมีโอกาสลดลงตามกลไกทางประชากร โดยไม่จำเป็นต้องหมายความว่าคนที่มีความสัมพันธ์อยู่แล้วทุกคู่มีปัญหาเรื่องความใกล้ชิด

การมีเพศสัมพันธ์น้อยไม่ใช่ปัญหาสุขภาพโดยอัตโนมัติ

ไม่มีจำนวนครั้งมาตรฐานที่ใช้ตัดสินว่าคนวัยหนุ่มสาวควรมีเพศสัมพันธ์เท่าไร บางคนมีความต้องการสูง บางคนมีความต้องการต่ำ บางคนเลือกไม่มีเพศสัมพันธ์ และบางคนอยู่ในช่วงพักจากความสัมพันธ์ ทุกแบบสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ใช่โรคหรือความผิดปกติ หากมีความยินยอม ความปลอดภัย และไม่มีความทุกข์ใจจากสถานการณ์นั้น

สิ่งที่ควรใส่ใจมากกว่าจำนวนครั้งคือความสมัครใจ การสื่อสารระหว่างคู่ ความเสี่ยงจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การคุมกำเนิด อาการเจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และความรู้สึกกดดันจากคู่หรือสังคม หากความต้องการลดลงอย่างรวดเร็วร่วมกับอาการซึมเศร้า ความเครียดเรื้อรัง ผลข้างเคียงจากยา หรือปัญหาความสัมพันธ์ การพูดคุยกับแพทย์หรือนักสุขภาพจิตอาจช่วยหาสาเหตุที่เหมาะสมได้

สรุปหลักฐานที่ควรใช้สื่อสาร

แนวโน้มที่คนวัยหนุ่มสาวในสหรัฐฯ มีเพศสัมพันธ์น้อยลงจากอดีตมีข้อมูลสนับสนุน โดยเฉพาะจากการวัดสัดส่วนผู้ที่ไม่มีเพศสัมพันธ์ตลอดปีและผู้ที่มีเพศสัมพันธ์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง แต่ตัวเลข 38 ครั้งต่อปีและคำกล่าวว่าลดลงครึ่งหนึ่งจากปี 1990 ยังไม่ควรระบุว่าเป็นผลโดยตรงจาก NSSHB จนกว่าจะมีรายงานต้นฉบับที่แสดงวิธีคำนวณและกลุ่มตัวอย่างอย่างชัดเจน

การรายงานที่แม่นยำกว่าคือ ข้อมูลสหรัฐฯ พบการลดลงของกิจกรรมทางเพศในคนวัย 18-24 ปีในช่วงปี 2000-2018 ขณะที่ข้อมูลปี 1990 ถึง 2024 แสดงการลดลงของสัดส่วนผู้ใหญ่ 18-64 ปีที่มีเพศสัมพันธ์รายสัปดาห์ ทั้งสองแนวโน้มสะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าคนวัย 18-25 ปีทุกคนมีเพศสัมพันธ์ลดลงครึ่งหนึ่ง และสถิติสหรัฐฯ ไม่ควรนำไปแทนสถิติของวัยรุ่นไทยโดยตรง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 76 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: nattawat25800, paktronghie
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวNetflix กำลังจะปลดพนักงานจำนวนมาก! อาจมีการประกาศอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า โดยจะลดจำนวนพนักงานลง 5% และส่งผลกระทบต่อพนักงานประมาณ 800 คนร้านอาหารชื่อดังก่อให้เกิดข้อถกเถียงด้านมนุษยธรรมเนื่องจากวิธีการเสิร์ฟกุ้งล็อบสเตอร์ที่ยังดิ้นอยู่ตอนที่เสิร์ฟเปิดชื่อ 7 จังหวัดของไทยที่มีพื้นที่เล็กที่สุด บางจังหวัดมีขนาดไม่ถึง 500 ตารางกิโลเมตรเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!เลขแปดทิศ งวด 16 ตุลาคม 2569จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?งานวิจัย AMPK ยืดอายุสัตว์ทดลองได้ไกลแค่ไหนรั้วอยู่ตรงนี้ แต่โฉนดชี้อีกทาง ใครควรเป็นคนเริ่มตรวจสอบเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยเปิดพิกัด 5 จังหวัดของไทย ที่ไกลจากกรุงเทพฯมากที่สุด เดินทางข้ามวัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมงานวิจัย AMPK ยืดอายุสัตว์ทดลองได้ไกลแค่ไหนรั้วอยู่ตรงนี้ แต่โฉนดชี้อีกทาง ใครควรเป็นคนเริ่มตรวจสอบEchoNext ช่วยคัดกรองโรคโครงสร้างหัวใจจาก ECG อย่างไรเบคอนนิ่มเกี่ยวข้องกับพยาธิในสมองได้อย่างไรนกพิราบที่ถูกสงสัยเป็นสายลับจีนในมุมไบถูกขังนานแค่ไหน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
งานวิจัย AMPK ยืดอายุสัตว์ทดลองได้ไกลแค่ไหนEchoNext ช่วยคัดกรองโรคโครงสร้างหัวใจจาก ECG อย่างไรเบคอนนิ่มเกี่ยวข้องกับพยาธิในสมองได้อย่างไรทำไมมนุษย์ยังมีอวัยวะที่ดูเหมือนไม่จำเป็นหลงเหลืออยู่ในร่างกาย ?
ตั้งกระทู้ใหม่