หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“ดวงตาพญานาคา” ส่องประกายกลางภูลังกา ทำไมหลุมหินธรรมชาติถึงดูเหมือนมี “ดวงตา” จริง ๆ?

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ภาพที่กำลังได้รับความสนใจจาก ถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา จังหวัดบึงกาฬ ดูเผิน ๆ ราวกับมี “ดวงตาขนาดยักษ์” ปรากฏอยู่บนลานหิน

แต่สิ่งที่เห็นไม่ใช่ดวงตาของสิ่งมีชีวิต และไม่ได้มีใครนำวัตถุมาตกแต่งเอาไว้

นี่คือหลุมหินธรรมชาติที่มีน้ำขังอยู่ภายใน เมื่อระดับน้ำ สภาพแสง และมุมมองลงตัว ผิวน้ำและหินโดยรอบจึงเกิดภาพที่ชวนให้นึกถึง “ดวงตา” จนได้รับการเรียกว่า “ดวงตาพญานาคา”

ภาพ “ดวงตาพญานาคา” บริเวณถ้ำนาคา — ภาพจากอุทยานแห่งชาติภูลังกา / อ้างอิงภาพผ่านสื่อที่เผยแพร่ข่าว

ก่อนจะเป็น “ดวงตา” ตรงนี้คือหลุมหินที่ธรรมชาติสร้างขึ้น

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า บริเวณลานหินของถ้ำนาคามีหลุมหินธรรมชาติซึ่งเกิดจากกระบวนการกัดเซาะของน้ำบนชั้นหินทราย โดยข่าวของกรมอุทยานฯ ใช้คำว่า “กุมภบก” สำหรับลักษณะหลุมหินบริเวณนี้

หากมองในภาพกว้าง กระบวนการที่น้ำพัดพากรวด หิน หรือเม็ดทรายให้เคลื่อนที่และค่อย ๆ กัดเซาะแอ่งหิน เป็นหนึ่งในกลไกที่สามารถสร้างหลุมหินตามธรรมชาติได้

กรมทรัพยากรธรณีอธิบายลักษณะ pothole หรือ “กุมภลักษณ์” ว่า สามารถเกิดจากกรวด ก้อนหิน และเม็ดทรายที่ถูกกระแสน้ำพัดให้หมุนวนอยู่ในแอ่ง ก่อนจะค่อย ๆ กัดเซาะจนแอ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในบทความนี้จะใช้คำกลางว่า “หลุมหินธรรมชาติ” เพื่อไม่ให้สับสนระหว่างศัพท์ที่แต่ละแหล่งข้อมูลเลือกใช้

แอ่งนี้ลึกกว่าที่ภาพถ่ายทำให้เรารู้สึก

นายอักษร มานะวงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูลังกา ให้ข้อมูลว่า จุดที่เรียกว่า “ดวงตาพญานาคา” เป็นแอ่งที่มีความลึกประมาณ 1.5–2 เมตร

ความลึกดังกล่าวทำให้มีน้ำขังอยู่เกือบตลอดปี ก่อนที่ระดับน้ำจะค่อย ๆ ลดลงในช่วงฤดูแล้ง

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ปริมาณน้ำในแอ่งเพิ่มขึ้น ผิวน้ำจึงสามารถสะท้อนแสงและสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ได้เด่นขึ้น

แล้วอะไรทำให้มันดูเหมือน “ดวงตา”?

จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่องค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง แต่เกิดจากหลายอย่างมารวมกัน

เมื่อแอ่งมีน้ำ ผิวน้ำสามารถสะท้อนแสงจากท้องฟ้า ดวงอาทิตย์ ต้นไม้ และสภาพแวดล้อมโดยรอบ ขณะที่สีและความมืดของส่วนต่าง ๆ ในแอ่งไม่เท่ากัน

เมื่อมองจากมุมที่เหมาะสม ส่วนมืดบริเวณกลางแอ่งอาจชวนให้นึกถึง รูม่านตา ส่วนวงหินและสีสะท้อนรอบ ๆ ให้ความรู้สึกคล้าย ม่านตา

หากมีจุดแสงสะท้อนบนผิวน้ำพอดี ภาพก็ยิ่งดูคล้ายประกายที่ปรากฏบนดวงตาจริง

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าหลุมหินมีโครงสร้างเป็นดวงตาจริง ๆ

รูปร่างของแอ่ง + น้ำ + แสง + เงา + สีของหิน + มุมมอง ต่างหากที่ทำให้สมองของเราเชื่อมโยงภาพตรงหน้าเข้ากับสิ่งที่คุ้นเคยอย่าง “ดวงตา”

ทำไมหน้าฝนถึงเป็นช่วงที่สวยที่สุด?

กรมอุทยานฯ ระบุว่า ช่วงที่เหมาะกับการชมปรากฏการณ์นี้คือประมาณ เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม

ช่วงฤดูฝนมีน้ำอยู่ในแอ่งมาก เมื่อระดับน้ำและมุมตกกระทบของแสงอาทิตย์เหมาะสม ภาพสะท้อนจึงปรากฏได้สวยและเด่นกว่าช่วงน้ำลด

หลังเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ระดับน้ำจะเริ่มลดลง และอาจมีเศษใบไม้สะสมในแอ่งมากขึ้น ซึ่งสามารถลดทอนความชัดเจนและความสวยงามของภาพสะท้อนได้

ดังนั้น “ดวงตาพญานาคา” ที่นักท่องเที่ยวเห็นจึงไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาเหมือนเดิมทุกครั้ง

ปริมาณน้ำ เมฆ แสงอาทิตย์ และตำแหน่งที่เรายืนมอง ล้วนเปลี่ยนภาพที่ปรากฏตรงหน้าได้

ภาพประกอบเชิงอธิบายสร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพถ่ายหรือแผนผังทางธรณีวิทยาของจุดจริง และไม่ได้จัดทำตามสเกล คำเปรียบเทียบเกี่ยวกับลักษณะการสะท้อนในภาพมีไว้ช่วยให้เข้าใจแนวคิดเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าผิวน้ำทำหน้าที่เป็น “กระจกโค้ง” ตามกลไกทางทัศนศาสตร์โดยตรง

ชื่อ “ดวงตาพญานาคา” กับคำอธิบายทางธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องหักล้างกัน

ถ้ำนาคาเป็นสถานที่ที่มีทั้งมิติด้านธรรมชาติ ธรณีวิทยา การท่องเที่ยว และความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคอยู่ร่วมกัน

ชื่อ “ดวงตาพญานาคา” จึงเป็นชื่อที่ช่วยถ่ายทอดรูปลักษณ์ของสิ่งที่ผู้มาเยือนมองเห็น และเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของพื้นที่ได้อย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน เราก็สามารถอธิบายกระบวนการทางธรรมชาติได้ว่า เหตุใดพื้นหินจึงเกิดเป็นแอ่ง เหตุใดจึงมีน้ำสะสม และเหตุใดแสงสะท้อนบนผิวน้ำจึงทำให้ภาพที่เห็นเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม

สองมุมนี้จึงสามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องนำความเชื่อมาใช้แทนคำอธิบายทางธรณีวิทยา และไม่จำเป็นต้องใช้วิทยาศาสตร์ไปตัดสินคุณค่าของความเชื่อหรือวัฒนธรรมของผู้มาเยือน

ถ้าจะไปชม สิ่งสำคัญกว่าการได้ภาพสวยคือการรักษาสถานที่

กรมอุทยานฯ ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าชมพื้นที่ให้เที่ยวชมด้วยความสำรวม และ ไม่สัมผัส ขีดเขียน หรือทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

เพราะหลุมหินและลักษณะภูมิประเทศที่เห็นไม่ได้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วัน แต่เป็นผลจากกระบวนการธรรมชาติที่สะสมต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน

ภาพหนึ่งภาพอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการถ่าย แต่ร่องรอยที่มนุษย์ทิ้งไว้บนหินอาจอยู่กับสถานที่ไปอีกนาน

สุดท้าย “ดวงตา” นี้อาจเกิดจากธรรมชาติ และอีกส่วนเกิดจากวิธีที่สมองเรามองโลก

สิ่งที่ทำให้ “ดวงตาพญานาคา” น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงรูปร่างของหลุมหิน

แต่มันคือจังหวะที่ธรรมชาตินำ หิน น้ำ แสง เงา และสี มาอยู่ในตำแหน่งที่พอดี จนสมองของเราสามารถเชื่อมโยงภาพตรงหน้าเข้ากับสิ่งที่คุ้นเคยอย่างมาก...

“ดวงตา”

เมื่อภาพลักษณะนี้ปรากฏอยู่บนเส้นทางถ้ำนาคา ชื่อ “ดวงตาพญานาคา” จึงกลายเป็นชื่อที่ทั้งจำง่ายและเข้ากับบรรยากาศของสถานที่อย่างลงตัว

ครั้งหน้าหากเห็นภาพนี้แล้วรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลัง “มองกลับมา” ก็ไม่ต้องแปลกใจครับ

เพราะบางครั้งธรรมชาติไม่จำเป็นต้องสร้างดวงตาขึ้นมาจริง ๆ

เพียงแค่จัดวางหิน น้ำ และแสงให้ลงตัว ก็เพียงพอที่จะทำให้เรามองเห็น “ดวงตา” ขึ้นมาได้แล้ว

หมายเหตุ: ภาพที่ 1 เป็นภาพจากสถานที่จริง ส่วนภาพที่ 2 เป็นภาพประกอบเชิงอธิบายที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่ภาพถ่ายหรือแบบจำลองทางธรณีวิทยาตามสเกล ผู้ที่จะเดินทางควรตรวจสอบข้อมูลการเปิดพื้นที่ สภาพอากาศ และข้อกำหนดล่าสุดจากอุทยานแห่งชาติภูลังกาก่อนเดินทาง

แหล่งข้อมูล:

1. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช — ชวนสัมผัสความอัศจรรย์ “ดวงตาพญานาคา” หลุมหินธรรมชาติต้องแสงช่วงฤดูฝน ณ อุทยานแห่งชาติภูลังกา, 17 สิงหาคม 2569
https://news.dnp.go.th/news/48258

2. กรมทรัพยากรธรณี — pot hole เป็นอย่างไร ลักษณะแบบใด
กรมทรัพยากรธรณี : pot hole เป็นอย่างไร ลักษณะแบบใด
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 388 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนเรื่องใกล้ตัวและมุมที่คนมักมองข้าม
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้เปิดสถิติหวยย้อนหลัง 20 ปี งวด 16 กันยายน 69ส่องสถิติ & ความน่าจะเป็น “เลขท้าย 2 ตัวล่าง” งวด 16 กันยายน 2569... งวดนี้ตัวไหนมีแววมาวิน?รวมให้แล้ว! 10 อาจารย์ดังหวยลาววันนี้ 9 ก.ย. 69 ส่องเลขชนสำนักใหญ่ ตรงกันแบบไม่ได้นัดหมาย!ยิ่งย้อนดูโพสต์ ยิ่งใจหาย “ครูเปิ้ล” เพิ่งร่วมงานแต่งลูกชายได้ไม่กี่วัน ก่อนโพสต์ภาพแห่งความสุขครั้งสุดท้าย แล้วชีวิตกลับจบลงอย่างไม่มีใครคาดคิดเปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69เปิดคลังตัวเลขและเหตุการณ์สำคัญ งวดวันที่ 16 กันยายน 2569เปิดตัวเลขปี 2568 กรมไหนเก็บภาษีได้มากที่สุด เทียบ 3 กรมหลัก กรมสรรพากร สรรพสามิต และศุลกากรโรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทยเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกรีวิวหนังดัง NO TIME TO DIE 007 พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ5 มหาวิทยาลัยที่ค่าเรียนแพทย์แพงที่สุดในไทย อันดับ 1 หลายล้านบาทแม่ฮ่องสอนคือจังหวัดที่เกิดคดีน้อยที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด Review, HowTo, ท่องเที่ยว
รีวิวหนังสือ วิถีปลาเป็น5 จังหวัดภาคเหนือที่มีดอยมากที่สุดวัดหลวงพ่อสมปราถนา จ. กาฬสินธุ์จัดการสนิมให้ถูกวิธี ของเก่ากลับมาใช้งานได้และไม่ผุเร็ว
ตั้งกระทู้ใหม่