หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ย่านเฉลิมกรุงจากโรงหนังหลวง สู่ชุมชนเก่าที่กรุงเทพยังมีชีวิต

เขียนโดย evileyes

ถ้าเดินผ่านถนนเจริญกรุงตรงแยกตรีเพชรในวันที่แดดกำลังอ่อน อาคารหลังหนึ่งจะทำให้รู้สึกเหมือนเวลาเดินช้าลงทันที นั่นคือ “ศาลาเฉลิมกรุง” โรงมหรสพหลวงที่อยู่คู่พระนครมานานกว่าเก้าทศวรรษ รอบๆ อาคารไม่ได้มีแค่โรงละครเก่า แต่ยังมีดิโอลด์สยาม พาหุรัด วังบูรพา ร้านผ้า ร้านทอง ร้านขนม และตรอกเล็กๆ ที่สะสมร่องรอยของกรุงเทพหลายยุคไว้ใกล้กันจนแทบแยกไม่ออก

ชื่อ “ย่านเฉลิมกรุง” จึงไม่ได้หมายถึงตัวโรงละครเพียงหลังเดียว หากเป็นภาพรวมของพื้นที่รอบๆ โรงมหรสพแห่งนี้ ซึ่งเชื่อมถนนเจริญกรุง ถนนตรีเพชร ถนนพาหุรัด และย่านวังบูรพาเข้าด้วยกัน เป็นย่านที่เดินไม่กี่ร้อยเมตรก็เปลี่ยนบรรยากาศจากแหล่งค้าขายเก่า ไปเป็นตลาดผ้า ชุมชนวัฒนธรรมอินเดีย ศูนย์รวมของกิน หรือสถานที่ชมศิลปะการแสดงได้แล้ว

จุดเริ่มต้นไม่ได้เกิดจากโรงหนังธรรมดา

ศาลาเฉลิมกรุงเกิดขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวาระกรุงเทพมหานครครบรอบ 150 ปี พ.ศ. 2475 แนวคิดในเวลานั้นคือการสร้างโรงมหรสพที่มีความสง่างาม ทันสมัย และเหมาะกับการฉายภาพยนตร์เสียง ซึ่งกำลังเป็นความบันเทิงรูปแบบใหม่ของโลก พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์กว่า 9 ล้านบาทถูกใช้ในการก่อสร้าง ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ของพระนครในยุคนั้น

การก่อสร้างเริ่มขึ้นวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2473 โดยมีพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ทรงวางศิลาฤกษ์ หม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากร เป็นผู้ออกแบบและควบคุมงาน ส่วนชื่อ “ศาลาเฉลิมกรุง” สื่อถึงทั้งการเฉลิมฉลองเมืองหลวงและการให้เกียรติผู้ออกแบบ อาคารเปิดฉายภาพยนตร์ครั้งแรกวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2476 หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเพียงปีเดียว จึงเป็นสถานที่ที่ยืนอยู่ตรงรอยต่อสำคัญของประวัติศาสตร์ไทยพอดี

โรงหนังติดเครื่องปรับอากาศที่ทำให้คนยุคนั้นตื่นตา

ความพิเศษของเฉลิมกรุงไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตเท่านั้น แต่คือการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาอยู่ในอาคารสาธารณะของไทย มีระบบเสียง ระบบไฟ และเครื่องปรับอากาศที่ล้ำสมัยสำหรับเวลานั้น จนมักได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นโรงมหรสพแห่งแรกของไทยและเอเชียที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ผู้ชมในยุคนั้นไม่ได้เพียงมาดูหนัง แต่กำลังเข้ามาสัมผัสประสบการณ์แบบใหม่ ทั้งการแต่งตัว การนัดพบ การนั่งในห้องโถงใหญ่ และการได้อยู่ในสถานที่ที่ให้ความรู้สึกทันสมัยกว่าพื้นที่ทั่วไปของเมือง

ภาพยนตร์ปฐมฤกษ์คือ “มหาภัยใต้ทะเล” ภาพยนตร์ฝรั่งเสียงในฟิล์ม ซึ่งสะท้อนว่าศาลาเฉลิมกรุงถูกวางบทบาทให้เป็นศูนย์กลางความบันเทิงสมัยใหม่อย่างชัดเจน ต่อมาโรงแห่งนี้เคยรองรับทั้งภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ การแสดงหน้าม่าน ละคร ดนตรี และมหรสพหลายแขนง ช่วงหนึ่งบริเวณรอบโรงยังเต็มไปด้วยผู้สร้าง นักแสดง ตัวประกอบ และบริษัทซื้อขายหรือให้เช่าภาพยนตร์ จนมีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า “มะขามสแควร์” ตามแนวต้นมะขามที่เคยอยู่รอบพื้นที่

เฉลิมกรุงกับยุคโก๋หลังวัง

ถ้าพูดถึงความทรงจำของคนกรุงเทพรุ่นก่อน ย่านเฉลิมกรุงมักเดินคู่มากับคำว่า “วังบูรพา” เดิมบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งวังบูรพาภิรมย์ วังที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมาเมื่อวังเสื่อมบทบาทและถูกขายให้เอกชนใน พ.ศ. 2495 พื้นที่ก็ถูกพัฒนาเป็นศูนย์การค้าและโรงภาพยนตร์หลายแห่ง เช่น คิงส์ ควีนส์ และแกรนด์

เมื่อรวมกับตลาดมิ่งเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ดิโอลด์สยามตั้งอยู่ในเวลาต่อมา รวมทั้งศาลาเฉลิมกรุง วังบูรพาจึงกลายเป็นย่านการค้าและความบันเทิงขนาดใหญ่ของยุค พ.ศ. 2490–2500 คนหนุ่มสาวแต่งตัวตามแฟชั่น นัดพบกันหลังวัง ฟังเพลง เต้นรำ ดูหนัง และเดินเลือกซื้อของ จนเกิดภาพจำของ “โก๋หลังวัง” ขึ้นมา ย่านนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของโรงหนัง แต่เป็นพื้นที่ที่วัฒนธรรมวัยรุ่นเมืองกรุงเคยก่อตัวขึ้นจริง

เดินต่อออกไปจะเจอกรุงเทพหลายวัฒนธรรม

เสน่ห์ของย่านเฉลิมกรุงอยู่ตรงที่ประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์อย่างเดียว เดินจากโรงละครไปทางพาหุรัดจะพบร้านผ้าหลากสี ร้านเครื่องแต่งกาย ร้านอุปกรณ์ตัดเย็บ และกลิ่นอาหารที่สะท้อนชุมชนไทยเชื้อสายอินเดีย พาหุรัดจึงเป็นทั้งตลาดการค้าและพื้นที่ที่วัฒนธรรมไทย จีน และอินเดียอยู่ร่วมกันมานาน

ฝั่งดิโอลด์สยามก็มีบรรยากาศอีกแบบ อาคารปัจจุบันตั้งอยู่บนพื้นที่ตลาดมิ่งเมืองเดิม และกลายเป็นแหล่งซื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ของใช้ รวมถึงขนมไทยและอาหารแบบดั้งเดิม การเดินในย่านนี้จึงเหมือนเปิดลิ้นชักความทรงจำทีละช่อง ตั้งแต่ผ้าลูกไม้และผ้าไหม ไปจนถึงขนมที่ไม่ค่อยเห็นในห้างสมัยใหม่ ใกล้กันยังเชื่อมต่อไปบ้านหม้อ สำเพ็ง ปากคลองตลาด และเยาวราชได้ ทำให้พื้นที่รอบเฉลิมกรุงมีความหลากหลายทางการค้าและผู้คนสูงมาก

จากโรงภาพยนตร์สู่บ้านของโขนและศิลปะการแสดง

เมื่อพฤติกรรมการดูหนังเปลี่ยนไป โรงภาพยนตร์เก่าแก่หลายแห่งทยอยปิดตัวหรือถูกรื้อถอน ศาลาเฉลิมกรุงเองก็เคยผ่านช่วงซบเซา ก่อนจะได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในช่วงต้นทศวรรษ 2530 โดยปรับเวทีให้เหมาะกับการแสดงสด เพิ่มระบบเวที และลดจำนวนที่นั่งให้สอดคล้องกับการใช้งานรูปแบบใหม่

บทบาทในปัจจุบันจึงเอนมาทางโรงมหรสพและศูนย์ศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะการแสดงโขนที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เว็บไซต์ของพระบรมมหาราชวังระบุว่ามีรอบสำหรับนักท่องเที่ยววันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 13.00 น. 14.30 น. และ 16.00 น. รอบละประมาณ 25 นาที และมีการจำหน่ายบัตรเข้าชมเฉพาะการแสดงที่ศาลาเฉลิมกรุง นอกจากโขนแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังรองรับคอนเสิร์ต เพลงไทยเก่า การแสดงลิเก และกิจกรรมทางวัฒนธรรมอื่นๆ ตามช่วงเวลา

ปัจจุบันยังมีชีวิต แต่ไม่ได้มีชีวิตแบบเดิม

ภาพของย่านเฉลิมกรุงวันนี้ไม่เหมือนยุคโก๋หลังวังอีกแล้ว โรงภาพยนตร์เก่าหลายแห่งหายไป ห้างสรรพสินค้าแบบศูนย์กลางของเมืองย้ายไปอยู่ย่านใหม่ และคนจำนวนมากเดินทางผ่านพื้นที่นี้เพื่อซื้อของเฉพาะทางมากกว่ามาใช้เวลาทั้งวันเหมือนในอดีต ถึงอย่างนั้นย่านก็ไม่ได้กลายเป็นพื้นที่ร้าง เพราะยังมีร้านค้าที่ทำธุรกิจต่อเนื่อง ตลาดผ้า ร้านอาหาร ร้านขนม โรงละคร และผู้คนจากหลายชุมชนหมุนเวียนอยู่ตลอด

การมีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสามยอดอยู่ไม่ไกลยังทำให้การเดินทางมาย่านนี้ง่ายขึ้นสำหรับคนรุ่นใหม่ นักท่องเที่ยวสามารถวางเส้นทางเดินจากสามยอดผ่านวังบูรพา ดิโอลด์สยาม พาหุรัด ไปจนถึงศาลาเฉลิมกรุงและพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ได้ในทริปเดียว จุดน่าสนใจคือย่านนี้ไม่ได้พยายามทำตัวเป็นเมืองเก่าแบบฉากถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการค้าจริงและชุมชนจริงปะปนอยู่ในทุกตรอก

สิ่งที่ยังควรค่าแก่การไปเห็นด้วยตาตัวเอง

สิ่งที่ทำให้เฉลิมกรุงน่าสนใจไม่ใช่แค่คำว่าเก่าแก่ แต่คือการได้เห็นอาคารหนึ่งหลังเปลี่ยนบทบาทตามสังคม จากโรงหนังที่นำความทันสมัยมาสู่พระนคร กลายเป็นพื้นที่ความทรงจำของคนดูหนัง เป็นจุดนัดพบของวัยรุ่นยุคโก๋หลังวัง และวันนี้กลายเป็นเวทีที่ช่วยประคองโขน ดนตรี ลิเก และศิลปะการแสดงให้ยังมีพื้นที่พบผู้ชม

ถ้ามีเวลา ลองเริ่มจากมองด้านหน้าอาคารศาลาเฉลิมกรุง แล้วเดินช้าๆ ไปตามถนนเจริญกรุง แวะดิโอลด์สยาม ดูผ้าและขนม เดินต่อไปพาหุรัด สังเกตภาษา กลิ่นอาหาร สีของผ้า และวิธีที่ร้านค้าแต่ละแห่งยังทำงานอยู่ในอาคารเก่า จากนั้นค่อยกลับมาชมการแสดงหรือแวะดูข้อมูลในหอประวัติศาลาเฉลิมกรุง การเดินแบบนี้จะทำให้เห็นว่าย่านเก่าไม่ได้มีคุณค่าเพราะมันหยุดนิ่ง แต่มีคุณค่าเพราะยังปรับตัวและเล่าเรื่องของเมืองต่อไปได้

ย่านเฉลิมกรุงอาจไม่ใช่สถานที่ที่ส่งเสียงดังที่สุดของกรุงเทพ แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ได้ยินเสียงของหลายยุคพร้อมกัน ทั้งเสียงเครื่องฉายหนังในความทรงจำ เสียงเพลงจากยุคโก๋หลังวัง เสียงระนาดบนเวทีโขน และเสียงพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังเปิดร้านในเช้าวันใหม่
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมแป้นพิมพ์สุดรักจึงช่วย BlackBerry ไม่ได้ บทเรียนจากวันที่ผู้นำมองตลาดช้ากว่าผู้ใช้เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญเปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยากเปิด 5 สถานที่จัดกิจกรรมสุดแปลกในโลก ที่เห็นแล้วต้องอยากไปสักครั้ง4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุดทำไมหนังผีไทยจึงหลอนคนดูต่างชาติ ทั้งที่ความเชื่อในเรื่องผีไม่เหมือนกันกรมธนารักษ์เปิดประมูล เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 10 บาท พ.ศ. 2533 ราคาเริ่มต้นประมูล 300,000 บาทเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันขุนพันธ์ มือปราบดาบแดง กับเส้นทางที่ไสยเวทย์ต้องเดินคู่กฎหมาย"Dameisha" ชายหาดที่คนแน่นที่สุดในโลก จนแทบไม่เห็นผืนทราย!108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงเลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ก.ย. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อีสานมี 20 จังหวัด แต่ Central มาเปิดแค่ 4 จังหวัด! ที่ไหนบ้าง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดสถิติอาชญากรรมโลก ประเทศไหนติดสิบอันดับ และไทยอยู่ตรงไหนอาสาสมัครทำงานฟรีไปทำไม เบื้องหลังน้ำใจ มูลนิธิ และพลังเล็กๆ ที่เปลี่ยนชีวิตคนถ้ามิติที่ 4 มีอยู่จริง เราจะมองเห็นโลกและเวลาเปลี่ยนไปอย่างไรวันที่การ์ดยูกิรุ่นพิเศษพาคนหลายหมื่นไปจนงานแข่งโตเกียวโดมล่ม
ตั้งกระทู้ใหม่