ไกลแค่ไหนก็ยังคิดถึงบ้าน…เรื่องธรรมดาของคนลาวที่จากบ้านไปทำงาน
ไกลแค่ไหนก็ยังคิดถึงบ้าน…เรื่องธรรมดาของคนลาวที่จากบ้านไปทำงาน
มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องออกจากบ้านตั้งแต่อายุยังไม่มาก
บางคนออกไปทำงานในเมือง
บางคนเดินทางไปทำงานต่างแขวง
และบางคนต้องไปทำงานต่างประเทศ เพราะอยากมีรายได้มากขึ้น อยากช่วยครอบครัว หรืออยากสร้างอนาคตให้ตัวเอง
ตอนออกจากบ้านใหม่ ๆ หลายคนอาจรู้สึกตื่นเต้น
คิดว่าการได้ออกไปเจอโลกกว้างเป็นเรื่องดี
มีเงินเดือน
มีงานทำ
ได้เจอผู้คนใหม่ ๆ
ได้ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง
แต่พอเวลาผ่านไป สิ่งที่คิดถึงกลับไม่ใช่ของแพงหรือสถานที่สวย ๆ
กลับเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ตอนอยู่บ้านเราแทบไม่เคยสนใจ
คิดถึงข้าวที่แม่ทำ
คิดถึงเสียงคนในบ้านตอนเช้า
คิดถึงเพื่อนบ้านที่เคยเดินผ่านแล้วทักกัน
คิดถึงถนนเส้นเดิมที่เราเคยเดินจนจำได้แทบทุกมุม
คิดถึงฝนที่ตกลงมาบนหลังคาบ้าน
และบางครั้งก็คิดถึงแม้กระทั่งอาหารธรรมดา ๆ ที่เคยกินทุกวัน
ตอนอยู่บ้าน เราอาจรู้สึกว่าอาหารมื้อนั้นธรรมดามาก
แต่พอไปอยู่ไกล กลับรู้สึกว่าไม่มีที่ไหนทำเหมือนที่บ้านได้
นี่อาจเป็นเรื่องแปลกอย่างหนึ่งของคำว่า “บ้าน”
บ้านไม่ได้จำเป็นต้องใหญ่
ไม่ได้ต้องสวย
ไม่ได้ต้องมีของราคาแพง
แต่บ้านคือสถานที่ที่เรารู้สึกว่าไม่ต้องพยายามเป็นคนอื่น
กลับไปถึงก็สามารถนั่งลง กินข้าว และพูดคุยเรื่องเดิม ๆ ได้
สำหรับคนที่ต้องออกไปทำงานไกลบ้าน ความเหนื่อยจึงไม่ได้มีแค่เรื่องงาน
บางวันทำงานเหนื่อยมาก แต่ยังต้องเก็บความรู้สึกไว้ เพราะไม่อยากให้คนที่บ้านเป็นห่วง
เวลาคุยโทรศัพท์กับพ่อแม่ บางคนก็พูดเพียงว่า
“สบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง”
ทั้งที่ความจริงอาจเหนื่อยจนอยากกลับบ้านเต็มที
แต่ก็ยังต้องสู้ต่อ
เพราะรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเพียงคนเดียว
เงินที่หามาได้อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายของคนในครอบครัว
อาจเป็นค่าเรียนของน้อง
อาจเป็นค่าซ่อมบ้าน
หรืออาจเป็นเงินเก็บเล็ก ๆ ที่หวังว่าสักวันหนึ่งจะทำให้ครอบครัวมีชีวิตที่สบายขึ้นกว่าเดิม
บางคนจึงใช้เวลาหลายปีอยู่ไกลบ้าน
จนวันหนึ่งกลับมาอีกครั้ง แล้วพบว่าหมู่บ้านเปลี่ยนไป
ร้านที่เคยอยู่ตรงนั้นหายไปแล้ว
ต้นไม้บางต้นถูกตัด
ถนนบางเส้นเปลี่ยนไป
เด็ก ๆ ที่เคยวิ่งเล่นด้วยกันโตเป็นผู้ใหญ่
และคนบางคนที่เราเคยคิดว่าจะได้เจอกันตลอดชีวิต กลับไม่ได้อยู่รอเราอีกแล้ว
ช่วงเวลานั้นเองที่หลายคนเริ่มเข้าใจว่า
สิ่งที่น่ากลัวกว่าการอยู่ไกลบ้าน คือการกลับมาแล้วพบว่าบ้านไม่เหมือนเดิม
เวลาเดินไปข้างหน้าเสมอ
ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน
เพราะฉะนั้น หากมีโอกาสกลับบ้าน อย่ารอจนมีเวลาว่างมากพอ
ถ้าคิดถึงพ่อแม่ก็โทรหา
ถ้ามีโอกาสกลับไปกินข้าวด้วยกันก็กลับ
เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าอาหารมื้อธรรมดาที่เราเคยนั่งกินด้วยกันนั้น จะมีโอกาสเกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง
ประเทศลาวกำลังเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ
คนรุ่นใหม่มีความฝันมากขึ้น
เมืองต่าง ๆ เติบโตขึ้น
เทคโนโลยีเข้ามาในชีวิตมากขึ้น
แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ผมเชื่อว่าความรู้สึกอย่างหนึ่งจะยังอยู่เหมือนเดิม
นั่นคือความรู้สึกของคนที่จากบ้านไป
ไม่ว่าเราจะเดินทางไปไกลแค่ไหน
วันหนึ่งเมื่อเหนื่อยมาก ๆ เราก็มักจะคิดถึงสถานที่เดิม
สถานที่ที่เราเรียกว่า “บ้าน”
และบางที สิ่งที่คนทำงานไกลบ้านต้องการมากที่สุดอาจไม่ใช่คำพูดสวย ๆ
แต่อาจเป็นเพียงประโยคสั้น ๆ จากคนที่บ้านว่า
“กลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ บ้านยังรออยู่”
สำหรับคุณแล้ว มีอะไรจากบ้านเกิดที่คุณคิดถึงมากที่สุด?
อาหาร บ้าน คนในครอบครัว เพื่อน หรือสถานที่บางแห่งที่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว?
ลองเล่าให้ฟังหน่อยครับ เพราะเรื่องของคุณอาจทำให้คนอีกคนที่กำลังคิดถึงบ้านรู้ว่า เขาไม่ได้รู้สึกแบบนี้อยู่คนเดียว
เขียนโดย เรื่องนี้ เขาไม่ให้พูด
นำเรื่องรอบตัวและเหตุการณ์ในโลกมาเล่าในมุมที่ชวนคิดและกระทบความรู้สึก
เปิดพิกัดทางหลวง 117 ถนนสายยาวผ่านพิจิตร กับปริศนาทางตรงเกือบ 100 กิโลเมตร
อินโทรเวิร์ตกับขี้เกียจต่างกันอย่างไร
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
เสือตกถัง อ.พล ขอนแก่น ชูเลขเด่นวงกลม พร้อมชุดสองตัวบน-ล่างและ 3 ตัวทอง งวด 16 พฤศจิกายน 2569
กัดเล็บจนกุดจะแก้นิสัยนี้อย่างไร
เหงื่อมีกลิ่นหรือกลิ่นตัวเกิดจากอะไรกันแน่
เลขวิ่ง V.I.P. อ.รันพนมไพร เปิดเลขเด่น 0-7 พร้อมแนวทางวิ่งบน-ล่าง งวด 16 พฤศจิกายน 2569
5 อันดับ อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1.1 พันล้านบาท
อะไรบ้างที่ไม่ควรกินพร้อมกาแฟ
ไม่มีสมาธิกับโรคสมาธิสั้นต่างกันอย่างไร
แม่ทำเนียมลอตเตอรี่เปิด 10 อันดับเลขขายดี! เสริมเลขมงคลจากประวัติศาสตร์และงานสำคัญ งวด 16 พ.ย. 2569
ทำไมน้ำตาของเราถึงมีรสเค็ม
เมืองที่มีหนุ่มหล่อหน้าตาดีมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย



