หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมผู้สูงอายุบางคนจึงโมโหง่ายและทะเลาะรุนแรง งานวิจัยอธิบายไว้อย่างไร

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

เวลาเห็นคลิปผู้สูงอายุสองคนยืนเถียงกันหน้าบ้าน ทะเลาะกันในตลาด หรือถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน หลายคนมักพูดติดปากว่า คนแก่สมัยนี้ใจร้อน ทำไมอายุมากแล้วกลับยิ่งโมโหง่ายกว่าเดิม คำถามนี้น่าสนใจตรงที่ภาพซึ่งเห็นในสังคมอาจทำให้รู้สึกเหมือนผู้สูงอายุจำนวนมากเป็นแบบนั้น ทั้งที่ในความจริง ผู้สูงวัยอีกจำนวนมากใช้ชีวิตสงบ ใจเย็น และไม่เคยก่อเหตุรุนแรงเลย

จุดแรกที่ต้องแยกให้ออกคือ อายุไม่ได้ทำให้คนกลายเป็นคนก้าวร้าวโดยอัตโนมัติ การแก่ตามธรรมชาติไม่ใช่โรค และไม่ได้หมายความว่าความสามารถในการควบคุมอารมณ์จะหายไปทุกคน หากมีพฤติกรรมเปลี่ยนจากเดิมชัดเจน หงุดหงิดรุนแรงขึ้น ทะเลาะบ่อยขึ้น หรือใช้กำลัง ทั้งนักวิจัยและแพทย์มักมองว่าควรค้นหาสาเหตุเบื้องหลัง ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพราะนิสัยคนแก่เพียงอย่างเดียว

พฤติกรรมก้าวร้าวในผู้สูงอายุบางครั้งไม่ใช่ความตั้งใจจะทำร้ายใคร แต่อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกาย สมอง หรือสภาพแวดล้อมกำลังมีปัญหา

สาเหตุสำคัญอันดับต้นๆ คือการเปลี่ยนแปลงของสมอง โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ หรือความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง เมื่อความจำ การตีความสถานการณ์ และการยับยั้งอารมณ์ลดลง เรื่องเล็กๆ ที่คนทั่วไปมองข้ามอาจถูกแปลความว่าเป็นการดูถูก การขโมยของ หรือการจงใจกลั่นแกล้งได้

ผู้สูงอายุที่จำไม่ได้ว่ามีคนมาช่วยอาบน้ำ อาจรู้สึกว่ากำลังถูกคนแปลกหน้าบังคับ ผู้สูงอายุที่ลืมวางของไว้ตรงไหน อาจคิดว่าญาติขโมยไป เมื่ออธิบายแล้วจำไม่ได้ ก็ยิ่งรู้สึกว่าคนรอบข้างไม่ยอมรับฟัง ความกลัวและความสับสนจึงเปลี่ยนเป็นการตะโกน ผลัก ตี หรือปัดสิ่งของออกไป องค์การอนามัยโลกระบุว่าภาวะสมองเสื่อมไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการสูงวัยตามปกติ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ บุคลิกภาพ การควบคุมพฤติกรรม รวมถึงความก้าวร้าวร่วมด้วย

อีกอย่างที่ต้องระวังคือ ภาวะสับสนเฉียบพลัน หรือภาวะที่พฤติกรรมเปลี่ยนในเวลาไม่นาน เช่น จากพูดคุยปกติกลายเป็นโวยวาย ระแวง หรือจำคนไม่ได้ภายในวันเดียว สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ ขาดน้ำ ไข้สูง ปวดมาก ท้องผูก ปัสสาวะคั่ง ผลข้างเคียงจากยา การหยุดยาบางชนิด นอนไม่หลับ หรือระดับน้ำตาลผิดปกติ ภาวะลักษณะนี้ควรให้แพทย์ตรวจ เพราะการดุด่าหรือบังคับให้สงบอาจทำให้อาการหนักขึ้น

ประสาทสัมผัสที่เสื่อมลงก็ทำให้ทะเลาะกันง่ายขึ้น โดยเฉพาะการได้ยิน เมื่อฟังไม่ชัด ผู้สูงอายุอาจได้ยินคำพูดไม่ครบ จับน้ำเสียงผิด หรือไม่รู้ว่าคนอื่นกำลังพูดอะไร ยิ่งอีกฝ่ายพูดดังขึ้นเพื่อให้ได้ยิน ก็อาจถูกตีความว่าใช้อารมณ์ใส่ ภายในไม่กี่นาทีความเข้าใจผิดก็กลายเป็นการโต้เถียงได้

เรื่องสายตาก็คล้ายกัน หากมองไม่เห็นสีหน้า ท่าทาง หรือสิ่งของที่อยู่ไกล การเคลื่อนไหวของคนรอบข้างอาจดูเป็นภัยคุกคามมากกว่าความเป็นจริง พื้นที่เสียงดัง ตลาดแออัด แสงจ้า คนพูดพร้อมกันหลายคน และการถูกเร่งให้ตัดสินใจ ล้วนเพิ่มภาระให้สมองของผู้สูงอายุ ยิ่งมีความจำลดลงหรือเหนื่อยง่าย ก็ยิ่งควบคุมอารมณ์ได้ยาก

ความเจ็บปวดเป็นอีกสาเหตุที่มักถูกมองข้าม ปวดข้อ ปวดหลัง ปวดฟัน แผลกดทับ ปัสสาวะแสบขัด หรืออาการหายใจไม่สะดวก อาจทำให้หงุดหงิดและตอบโต้แรงขึ้น คนที่พูดอธิบายความเจ็บไม่ได้ชัดเจนอาจแสดงออกด้วยการปัดมือ ตะคอก หรือผลักคนที่เข้ามาใกล้ พฤติกรรมจึงเป็นเหมือนภาษาชนิดหนึ่งที่กำลังบอกว่าไม่สบายตัว

แล้วฮอร์โมนเกี่ยวข้องไหม คำตอบคือเกี่ยวข้องได้บางส่วน แต่ยังไม่มีหลักฐานให้สรุปว่าอายุเพิ่มแล้วฮอร์โมนทำให้ผู้สูงอายุชอบทะเลาะกัน ผู้ชายสูงวัยมักมีระดับเทสโทสเตอโรนลดลงตามวัย ส่วนฮอร์โมนเพศชนิดอื่นก็เปลี่ยนแปลงเช่นกัน งานศึกษาขนาดเล็กในผู้ชายอายุเฉลี่ยประมาณ 80 ปีที่มีความบกพร่องด้านความคิดและมีเทสโทสเตอโรนต่ำ เมื่อให้ฮอร์โมนทดแทนเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ไม่พบว่าพฤติกรรมก้าวร้าวหรืออารมณ์เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ

งานวิจัยบางชิ้นพบความสัมพันธ์ระหว่างระดับฮอร์โมนกับพฤติกรรมในผู้ชายที่มีความบกพร่องทางสมอง แต่ความสัมพันธ์ไม่ได้แปลว่าฮอร์โมนเป็นสาเหตุเดียว พฤติกรรมก้าวร้าวเกิดจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งสมองเดิม บุคลิกภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ ความเครียด และเหตุการณ์ตรงหน้า จึงไม่ควรซื้อฮอร์โมนหรือหยุดยาเองเพื่อแก้ปัญหาอารมณ์

บุคลิกภาพเดิมและบริบททางสังคมก็มีส่วน ผู้สูงอายุบางคนเคยใช้การตะคอกหรือการข่มเพื่อแก้ปัญหามาตลอดชีวิต เมื่ออายุมากขึ้นแล้วรู้สึกว่าควบคุมเงิน ทรัพย์สิน บ้าน หรือการตัดสินใจของตัวเองได้น้อยลง อาจยิ่งตอบโต้เพื่อรักษาอำนาจเดิม ความขัดแย้งเรื่องที่ดิน ค่าใช้จ่าย การดูแลหลาน มรดก หรือการถูกพูดเหมือนเป็นเด็ก ล้วนกลายเป็นชนวนได้

ในสังคมไทยยังมีครอบครัวหลายวัยอาศัยอยู่ใกล้กัน ผู้สูงอายุจึงต้องอยู่ท่ามกลางเสียงดัง ความเห็นต่าง และกติกาที่เปลี่ยนเร็ว ขณะเดียวกันคนวัยหนุ่มสาวอาจรู้สึกว่าผู้สูงวัยดื้อหรือหัวโบราณ ส่วนผู้สูงวัยอาจรู้สึกว่าความเห็นของตัวเองไม่มีใครฟัง เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างปกป้องศักดิ์ศรี การพูดคุยเรื่องเล็กก็อาจขยายเป็นเรื่องใหญ่

ส่วนความรู้สึกว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยทะเลาะกันบ่อย อาจได้รับอิทธิพลจากคลิปข่าวและโซเชียลมีเดียด้วย เหตุการณ์ธรรมดาที่ไม่มีใครถ่ายมักไม่ถูกพูดถึง แต่เหตุการณ์ที่มีเสียงดังหรือมีการทำร้ายกันจะถูกแชร์ซ้ำหลายรอบ จึงทำให้ภาพบางกลุ่มดูใหญ่กว่าความเป็นจริง ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าผู้สูงอายุไทยโดยทั่วไปก้าวร้าวกว่าสังคมอื่นหรือก้าวร้าวกว่าคนวัยอื่น

สิ่งที่ครอบครัวควรสังเกตไม่ใช่แค่คำถามว่าคนนี้นิสัยเสียหรือไม่ แต่ควรถามต่อว่า พฤติกรรมเปลี่ยนจากเดิมหรือเปล่า เกิดช่วงเวลาไหน มีอาการปวด ไข้ นอนไม่หลับ หูตึง หลงลืม หรือหวาดระแวงร่วมไหม หากมีการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน ควรพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุทางกายและสมอง

เวลาสถานการณ์กำลังร้อน ไม่ควรยืนล้อมหลายคน ไม่ควรตะโกนแข่ง ไม่ควรพูดประชด และไม่ควรบังคับให้ยอมรับว่าตัวเองผิดทันที วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือเว้นระยะ ลดเสียงรบกวน พูดทีละประโยค ใช้น้ำเสียงช้าและชัด ถามว่าปวดตรงไหน หิว กระหายน้ำ หรือได้ยินชัดไหม หากมีอาวุธ มีการทำร้ายร่างกาย หมดสติ สับสนหนัก มีไข้สูง หรือเสี่ยงทำร้ายตัวเองและคนอื่น ควรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

สรุปแล้ว ผู้สูงอายุบางคนอาจทะเลาะหรือใช้ความรุนแรงได้จริง แต่คำอธิบายไม่ได้อยู่ที่อายุหรือฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว หลายครั้งเบื้องหลังคือสมองที่กำลังเปลี่ยน ความเจ็บปวด การได้ยินที่ลดลง ความสับสน ยา ความเหงา ความเครียด หรือความรู้สึกว่าสูญเสียการควบคุมชีวิต การเข้าใจสาเหตุไม่ได้แปลว่าต้องยอมรับความรุนแรง แต่ช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่าเดิม และอาจทำให้เห็นสัญญาณเจ็บป่วยที่ครอบครัวไม่ควรมองข้าม

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไม่ใช่ภาคเหนือ! จังหวัดนี้เคยหนาวจัดจนตัวเลขทำเอาคนไทยต้องตะลึงเมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญAI วิเคราะห์สถิติ 16 สิงหาคม 69 เปิด 2 ตัวซ้ำบ่อยสุด ย้อนหลัง 36 ปีมาครงผลักดันร่างกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์! สภาที่ปรึกษารัฐธรรมนูญของฝรั่งเศสปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออก10 ที่เที่ยวหนองบัวลำภู ที่อยากให้คนไทยลองไปเห็นสักครั้งเลข 7 กับ 8 ทำไมถูกพูดถึงพร้อมกัน? แกะรอย 4 ที่มาก่อนหวยออก 16 ส.ค. 69ทำไมประตูห้องน้ำสาธารณะไม่ติดพื้น? ช่องว่างที่หลายคนเกลียด ไม่ได้มีไว้ให้แอบมอง7 อำเภอธรรมชาติสวยที่สุดในไทย ป่าเขา ทะเล และสายหมอก สวยจนเหมือนอยู่ต่างประเทศ7 ผลไม้ที่คนไทยกินเป็นเรื่องปกติ แต่พอไปต่างประเทศกลับกลายเป็น “ของพรีเมียม” ราคาแพงขึ้นหลายเท่าเส้นทแยงมุมสีขาวบนพื้นถนน มีไว้ทำไม?โรงภาพยนตร์ไม่ได้รับโปสเตอร์สไปเดอร์แมนอย่างเป็นทางการ! แต่โปสเตอร์มีมที่วาดด้วยมือของพนักงานวัย 19 ปีคนหนึ่งช่วยกอบกู้สถานการณ์และกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกเหรียญสะสม10บาท พ.ศ.2533 หายาก เปิดประมูลที่ 3 แสน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 ที่เที่ยวหนองบัวลำภู ที่อยากให้คนไทยลองไปเห็นสักครั้งมาครงผลักดันร่างกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์! สภาที่ปรึกษารัฐธรรมนูญของฝรั่งเศสปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกเส้นทแยงมุมสีขาวบนพื้นถนน มีไว้ทำไม?ก่อนที่จะมี 67 รู้หรือไม่ 69 ก็เป็นเลขไวรัลมาก่อนเคล็ดลับการทำข้าวเหนียวทุเรียน ให้อร่อย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ผักที่ควรกินเป็นประจำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งและได้สารอาหารหลากหลายเป็นเบาหวานห้ามกินน้ำตาล จริงหรือ? คำตอบไม่ใช่แค่ “งดหวาน”ทำไมติดลิฟต์คนเดียวถึงทำให้แพนิคหัวใจมนุษย์สามารถเต้นนอกร่างกายได้เพราะสร้างสัญญาณไฟฟ้าของตัวเอง
ตั้งกระทู้ใหม่