หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมบางคนยิ่งพยายามหาเงิน ยิ่งรู้สึกว่าเงินไม่พอใช้

เขียนโดย เรื่องนี้ เขาไม่ให้พูด

‎

‎เคยสงสัยไหมว่า ทำไมตอนที่เรามีรายได้น้อย เราก็คิดอยู่เสมอว่า “ถ้ามีเงินมากกว่านี้ก็คงสบายขึ้น” แต่พอวันหนึ่งรายได้เพิ่มขึ้น กลับพบว่าเงินก็ยังไม่พอใช้อยู่ดี?

‎

‎บางคนเงินเดือนขึ้น มีรายได้เสริมมากขึ้น หรือเริ่มทำธุรกิจจนหาเงินได้มากกว่าเดิมหลายเท่า แต่ความรู้สึกกลับไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ยังคงรู้สึกว่ามีรายจ่ายรออยู่เต็มไปหมด และต้องพยายามหาเงินเพิ่มอยู่ตลอดเวลา

‎

‎ปัญหาจึงอาจไม่ได้อยู่ที่ “หาเงินได้น้อยเกินไป” เพียงอย่างเดียว แต่อาจอยู่ที่พฤติกรรมการใช้เงินของเราที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปพร้อมกับรายได้

‎

‎รายได้เพิ่ม แต่ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มตาม

‎

‎เมื่อก่อนเราอาจคิดว่า กินข้าวธรรมดาก็ได้ ใช้โทรศัพท์เครื่องเดิมก็ได้ เสื้อผ้าไม่ต้องซื้อบ่อย และวันหยุดก็อยู่บ้านได้

‎

‎แต่เมื่อมีรายได้มากขึ้น สิ่งที่เคยคิดว่า “ไม่จำเป็น” อาจกลายเป็น “ของที่ควรมี”

‎

‎จากเคยกินร้านธรรมดา กลายเป็นร้านที่แพงขึ้น จากเคยใช้ของเดิม กลายเป็นอยากเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ จากที่เคยเดินทางแบบประหยัด ก็เริ่มเลือกความสะดวกมากขึ้น

‎

‎สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ผิดเลย

‎

‎การมีเงินมากขึ้นแล้วนำเงินไปซื้อความสะดวกหรือความสุขให้ตัวเองเป็นเรื่องปกติ แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อรายได้เพิ่ม 20% แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่ม 30–40% โดยที่เราไม่ทันสังเกต

‎

‎สุดท้ายจึงเกิดสถานการณ์แปลก ๆ คือ “หาเงินได้มากกว่าเดิม แต่เหลือเงินเท่าเดิม”

‎

‎เงินเล็ก ๆ ที่เราไม่คิดว่าจะเป็นปัญหา

‎

‎อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ

‎

‎กาแฟแก้วหนึ่งอาจดูไม่แพง ค่าส่งอาหารครั้งหนึ่งก็ไม่ได้มาก ค่าสมาชิกแอปต่าง ๆ เดือนละไม่กี่สิบหรือไม่กี่ร้อยบาทก็เหมือนไม่มีอะไร

‎

‎แต่เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน มันสามารถกลายเป็นเงินจำนวนไม่น้อย

‎

‎สิ่งที่น่ากลัวกว่าจำนวนเงินคือ เรามักไม่รู้สึกว่า “กำลังเสียเงินก้อนใหญ่”

‎

‎การจ่ายเงิน 50 บาท 100 บาท หรือ 200 บาทต่อครั้งจึงเกิดขึ้นได้ง่ายมาก เพราะสมองไม่ได้รู้สึกเจ็บเท่ากับการหยิบเงินก้อนใหญ่ออกจากกระเป๋าในครั้งเดียว

‎

‎ดังนั้นบางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราใช้เงินกับของราคาแพง แต่อยู่ที่เราใช้เงินกับของเล็ก ๆ น้อย ๆ บ่อยเกินไป

‎

‎การใช้เงินเพื่อชดเชยความเหนื่อย

‎

‎อีกเหตุผลหนึ่งที่น่าสนใจคือ บางคนไม่ได้ใช้เงินเพราะต้องการสิ่งของ แต่ใช้เงินเพราะต้องการ “รางวัล”

‎

‎ทำงานเหนื่อย ก็อยากกินของอร่อย

‎

‎เครียด ก็อยากซื้อของ

‎

‎เจอเรื่องแย่ ๆ มา ก็อยากให้รางวัลตัวเอง

‎

‎ทำงานหนักมาทั้งเดือน ก็คิดว่า “เดือนนี้ซื้อให้ตัวเองสักหน่อยคงไม่เป็นไร”

‎

‎ความคิดแบบนี้ไม่ผิด เพราะเราทุกคนต้องการความสุข แต่ถ้าการซื้อของกลายเป็นวิธีหลักในการจัดการกับความเครียด เราอาจกำลังใช้เงินแก้ปัญหาที่จริง ๆ แล้วเงินไม่สามารถแก้ได้

‎

‎ซื้อของแล้วมีความสุขจริง แต่ความสุขนั้นอาจอยู่ไม่นาน และเมื่อหมดความสุข เราก็อาจกลับไปซื้ออะไรใหม่อีกครั้ง

‎

‎กลายเป็นวงจรที่ต้องหาเงินมากขึ้น เพื่อรักษาระดับความสุขแบบเดิม

‎

‎แล้วต้องหาเงินให้น้อยลงหรือ?

‎

‎ไม่ใช่เลย

‎

‎การหาเงินให้มากขึ้นเป็นเรื่องที่ดีมาก และการมีรายได้เพิ่มสามารถทำให้ชีวิตมีทางเลือกมากขึ้น

‎

‎แต่สิ่งสำคัญคือ เมื่อรายได้เพิ่ม เราควรเพิ่ม “เงินที่เหลือ” ไปพร้อมกันด้วย ไม่ใช่เพิ่มแต่ระดับการใช้ชีวิต

‎

‎ลองถามตัวเองง่าย ๆ ว่า

‎

‎“ถ้าวันนี้รายได้เพิ่มขึ้นอีก 10,000 บาท เราจะเอาเงินก้อนนั้นไปทำอะไร?”

‎

‎ถ้าคำตอบคือใช้หมดทั้งหมด นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า ต่อให้รายได้เพิ่มอีกเท่าไร เราก็อาจยังรู้สึกว่าเงินไม่พออยู่ดี

‎

‎ในทางกลับกัน ถ้าเราสามารถแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้เก็บออม ลงทุน หรือสร้างเงินสำรองก่อน แล้วจึงนำส่วนที่เหลือไปใช้กับความสุขของตัวเอง เราจะเริ่มรู้สึกถึงความแตกต่าง

‎

‎เพราะเป้าหมายของการหาเงินไม่ควรเป็นเพียง “หาให้ได้มากที่สุด”

‎

‎แต่ควรเป็น

‎

‎“หาให้พอ ใช้ให้เป็น และเหลือให้อนาคตด้วย”

‎

‎สุดท้ายแล้ว ความมั่นคงทางการเงินอาจไม่ได้เกิดจากการมีรายได้สูงที่สุด แต่เกิดจากการที่เราสามารถควบคุมช่องว่างระหว่าง “เงินที่หาได้” กับ “เงินที่ใช้ไป” ให้ดีพอ

‎

‎บางคนหาเงินได้เดือนละ 20,000 บาท แต่มีเงินเหลือทุกเดือน

‎

‎ขณะที่บางคนหาได้ 50,000 บาท แต่ต้องรอเงินเดือนออกใหม่ทุกครั้งเพื่อให้ชีวิตเดินต่อ

‎

‎ดังนั้นก่อนจะถามตัวเองว่า “ทำอย่างไรถึงจะหาเงินได้มากขึ้น?” บางทีเราอาจต้องลองถามอีกคำถามหนึ่งก่อนว่า

‎

‎“เงินที่เราหามาได้ตอนนี้ กำลังหายไปไหน?”

‎

‎เพราะบางครั้งสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่รายได้ที่มากขึ้นอีกเท่าตัว แต่อาจเป็นเพียงการมองเห็นว่า เงินของเรากำลังถูกใช้ไปกับอะไร และเลือกให้ได้ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญกับชีวิตเราจริง ๆ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องนี้ เขาไม่ให้พูด's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 64 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องนี้ เขาไม่ให้พูด
คนธรรมดาที่ชอบเล่าเรื่องจริงที่หลายคนไม่เคยรู้
นำเรื่องรอบตัวและเหตุการณ์ในโลกมาเล่าในมุมที่ชวนคิดและกระทบความรู้สึก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กระเป๋าตกค้างเป็นหมื่นไม่ได้เกิดจากจุดเดียว วิกฤตการบินไทยลามอย่างไร แล้วถ้ากระเป๋าไม่มาเราควรทำอะไร?ส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตกรู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบรู้หรือไม่? สมุดเล่มแรกของไทย หน้าตาไม่เหมือนสมุดที่เราใช้ทุกวันนี้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น! เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี กลุ่มฮูตีวางระเบิดโรงงานผลิตพลังงานกำเนิดสีกากี: บทเรียนเลือดที่เปลี่ยนเครื่องแบบทหารทั่วโลกทำไมประตูตู้เย็นถึงปิดแน่น ทั้งที่ไม่มีตัวล็อก? คำตอบซ่อนอยู่ในยางขอบประตูรู้หรือไม่? ทำไมเรียกว่า “ห้องสมุด” ทั้งที่ข้างในมีแต่หนังสือ?5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริงจังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียนทำไมทรายก่อสร้างจึงขาดแคลนทั้งที่โลกมีทะเลทราย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทยเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!กระเป๋าตกค้างเป็นหมื่นไม่ได้เกิดจากจุดเดียว วิกฤตการบินไทยลามอย่างไร แล้วถ้ากระเป๋าไม่มาเราควรทำอะไร?นกพิราบเมืองเคยเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์จริงหรือทำไมทรายก่อสร้างจึงขาดแคลนทั้งที่โลกมีทะเลทรายทำไมหนังสือ KDP จึงต้องออกแบบเพื่อการค้นหาและการตัดสินใจซื้อ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
4 สัตว์และแมลงที่ รักษาโรคได้ทุกอย่างทำไมขนมกรอบเปิดถุงแล้ว “เหนียว” แต่ขนมปังกลับ “แข็ง”? ทั้งที่โดนอากาศเหมือนกันทำไมประตูตู้เย็นถึงปิดแน่น ทั้งที่ไม่มีตัวล็อก? คำตอบซ่อนอยู่ในยางขอบประตูนกพิราบเมืองเคยเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์จริงหรือ
ตั้งกระทู้ใหม่