เสียงที่โทรมาหาเรา อาจไม่ใช่เสียงของคนที่เรารู้จัก
เคยไหม โทรศัพท์ดังขึ้น เห็นชื่อคนคุ้นเคยบนหน้าจอ พอรับสายก็ได้ยินเสียงที่คุ้นจนแทบไม่ต้องถามว่า “ใครโทรมา”
แต่วันนี้เรื่องง่ายๆ แบบนั้นอาจต้องคิดเพิ่มอีกนิด
เพราะเทคโนโลยี AI สามารถนำเสียงของคนจริงมาเลียนแบบ เพื่อสร้างเสียงที่ใช้ในสายโทรศัพท์หรือข้อความเสียงได้ และมิจฉาชีพกำลังนำวิธีนี้มาใช้ร่วมกับกลโกงแบบเดิมๆ โดยเฉพาะการสร้างสถานการณ์เร่งด่วนเพื่อให้เหยื่อตกใจแล้วโอนเงิน
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย รวมถึง ETDA ต่างมีคำเตือนเกี่ยวกับการใช้ AI Voice เลียนเสียงญาติ เพื่อน หรือคนรู้จักเพื่อหลอกขอยืมเงินหรือขอความช่วยเหลือด่วน
เมื่อ “เสียงที่คุ้น” ไม่ได้แปลว่า “คนที่คุ้น”
หลักการของ Voice Cloning ไม่ได้ซับซ้อนในแง่ของแนวคิด AI จะเรียนรู้ลักษณะของเสียง เช่น น้ำเสียง จังหวะ และรูปแบบการพูด ก่อนสร้างเสียงสังเคราะห์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเจ้าของเสียง
สิ่งที่น่ากังวลจึงไม่ใช่แค่การทำเสียงให้เหมือนคนดัง แต่รวมถึง เสียงของคนธรรมดาที่มีตัวอย่างเสียงเผยแพร่อยู่บนโลกออนไลน์ ด้วย
หน่วยงานไทยเตือนว่ามิจฉาชีพอาจนำเสียงที่เลียนแบบคนใกล้ตัวมาใช้ประกอบเรื่องราว เช่น อ้างว่าเกิดอุบัติเหตุ โทรศัพท์หาย มีปัญหาทางกฎหมาย หรือกำลังเดือดร้อนและต้องใช้เงินทันที
ตรงนี้เองที่กลโกงมีประสิทธิภาพ เพราะคนไม่ได้ตัดสินใจจาก “เสียง” เพียงอย่างเดียว แต่ตัดสินใจจาก ความสัมพันธ์และความห่วงใย ที่มีต่อคนในสาย
ถ้าเสียงนั้นเหมือนลูก เหมือนพ่อแม่ หรือเหมือนเพื่อนสนิท สมองของเราย่อมมีแนวโน้มที่จะเชื่อก่อนตั้งคำถาม
กลโกงมักไม่ได้เริ่มจากการขอเงินทันที
อีกจุดที่น่าสนใจคือ มิจฉาชีพอาจไม่ได้โทรมาแล้วพูดว่า “โอนเงินให้หน่อย” ตั้งแต่ประโยคแรก
ข้อมูลจาก Thai PBS Verify ที่เผยแพร่ในปี 2569 ระบุถึงรูปแบบหนึ่งที่คนร้ายอาจเริ่มจากการอ้างว่าเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ จากนั้นพูดคุยแบบธรรมดา แล้วค่อยกลับมาติดต่ออีกครั้งเพื่อสร้างเรื่องและหลอกลวงในขั้นต่อไป
นี่ทำให้เรื่องน่ากลัวขึ้นอีกระดับ เพราะ การสนทนาช่วงแรกอาจไม่ได้มีอะไรผิดปกติเลย
เมื่ออีกฝ่ายค่อยๆ สร้างความคุ้นเคยและความน่าเชื่อถือ เหยื่ออาจลดการระวังตัวลงโดยไม่รู้ตัว
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเสียงจริงหรือเสียง AI?
คำตอบที่สำคัญที่สุดคือ อย่าพยายามตัดสินจากเสียงอย่างเดียว
FBI เตือนว่าเสียงที่สร้างด้วย AI สามารถเลียนแบบบุคคลที่รู้จักได้ใกล้เคียงมาก และการฟังน้ำเสียงหรือคำพูดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการยืนยันตัวตน
ดังนั้น หากมีสายที่ผิดปกติ สิ่งที่ควรสังเกตไม่ใช่แค่ “เสียงเหมือนหรือไม่เหมือน” แต่ให้ดูพฤติกรรมของสายด้วย
มีการเร่งให้ตัดสินใจหรือไม่?
มีการขอเงินหรือข้อมูลสำคัญหรือไม่?
อ้างเหตุฉุกเฉินจนไม่เปิดโอกาสให้เราตรวจสอบหรือไม่?
ขอให้เปลี่ยนไปคุยอีกช่องทางหรือใช้หมายเลขใหม่หรือไม่?
ถ้ามีหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ควรถือเป็นสัญญาณให้หยุดก่อน ไม่ใช่สัญญาณให้รีบช่วย
วิธีที่ง่ายที่สุด อาจไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ “โทรกลับ”
สมมติว่ามีคนโทรมาและเสียงเหมือนคนในครอบครัวมาก พร้อมบอกว่ากำลังเดือดร้อนและต้องใช้เงิน
สิ่งที่ควรทำไม่ใช่ถามต่อไปเรื่อยๆ จนตัวเองมั่นใจว่าเสียงเหมือนจริง
แต่ให้ วางสาย แล้วโทรกลับไปยังหมายเลขที่เรามีอยู่เดิม
นี่เป็นวิธีที่หลายหน่วยงานแนะนำ เพราะการตรวจสอบผ่านช่องทางอื่นทำให้มิจฉาชีพไม่สามารถควบคุมเรื่องราวทั้งหมดได้จากสายเดียว
ถ้าคนในสายเป็นตัวจริง เรื่องที่พูดมาก็ควรตรวจสอบได้
แต่ถ้าเป็นมิจฉาชีพ การโทรกลับไปหาตัวจริงมักทำให้เรื่องทั้งหมดถูกเปิดเผยทันที
ครอบครัวสามารถตั้ง “คำยืนยัน” กันไว้ได้
อีกวิธีที่น่าสนใจคือการกำหนดคำหรือประโยคลับที่รู้กันเฉพาะในครอบครัว
ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน อาจเป็นคำถามหรือคำตอบที่คนภายนอกเดาได้ยาก
เมื่อมีสายฉุกเฉินที่อ้างว่าเป็นคนในครอบครัว ก็สามารถใช้คำนี้เป็นหนึ่งในขั้นตอนตรวจสอบได้
แนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกัน AI ได้ทุกกรณี แต่ช่วยเพิ่ม “ขั้นตอนยืนยันตัวตน” ซึ่งสำคัญมากในสถานการณ์ที่อีกฝ่ายกำลังพยายามทำให้เราตกใจ
เพราะเป้าหมายของมิจฉาชีพไม่ได้มีแค่การทำเสียงให้เหมือน
แต่คือการทำให้เรา เชื่อเร็วพอที่จะลงมือทำก่อนตรวจสอบ
อย่าลืมว่าเบอร์โทรก็ปลอมได้
อีกเรื่องที่หลายคนอาจเข้าใจผิดคือ เห็นหมายเลขโทรศัพท์คุ้นๆ แล้วคิดว่าปลอดภัย
จริงๆ แล้วมิจฉาชีพสามารถใช้เทคนิคปลอมแปลงหมายเลขที่แสดงบนหน้าจอได้ กระทรวงดีอีเองเคยเตือนถึงการใช้ VoIP และการปลอมหมายเลขโทรศัพท์เพื่อทำให้สายดูเหมือนมาจากหมายเลขที่น่าเชื่อถือ
ดังนั้น ชื่อผู้โทร + เบอร์โทร + เสียงที่คุ้นเคย ก็ยังไม่ควรถือเป็นการยืนยันตัวตนแบบสมบูรณ์ หากสายดังกล่าวกำลังนำไปสู่การโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลสำคัญ
สิ่งที่ควรจำเมื่อเจอสายแบบนี้
ถ้ามีคนโทรมาโดยใช้เสียงของคนที่เรารู้จักและขอให้ช่วยเรื่องเงิน สิ่งที่ทำได้ทันทีมีไม่กี่ข้อ
หยุดก่อน อย่ารีบโอน
วางสาย แล้วติดต่อคนตัวจริงผ่านหมายเลขเดิม
อย่าให้รหัสผ่าน รหัส OTP หรือข้อมูลทางการเงิน
หากอ้างเป็นธนาคารหรือหน่วยงานรัฐ ให้ติดต่อหน่วยงานผ่านช่องทางทางการด้วยตัวเอง
และที่สำคัญ อย่ารู้สึกผิดที่เลือกตรวจสอบก่อนช่วยเหลือ
เพราะในยุคที่ AI สามารถเลียนแบบเสียงคนได้ การตรวจสอบตัวตนไม่ใช่การไม่ไว้ใจกัน แต่เป็นการป้องกันไม่ให้ความไว้ใจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ
เสียงที่เราได้ยินอาจเหมือนคนที่เรารักมากที่สุดก็จริง
แต่ถ้าสายนั้นกำลังขอให้เรา “รีบโอนเงิน” สิ่งที่ควรเชื่อก่อนเสียง คือ ขั้นตอนการตรวจสอบ
เพราะบางครั้ง คนที่เรารู้จักจริงๆ อาจไม่ได้อยู่ปลายสายเลยก็ได้
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม — แนวโน้มกลโกงปี 2569 และ Deepfake Call อ่านข้อมูล AOC 1441
ETDA 1212 — คนสนิทขอยืมเงิน เอ๊ะ! ตัวจริงหรือเสียงปลอม อ่านข้อมูล ETDA 1212
รัฐบาลไทย — AOC เตือน 7 จุดสังเกต AI ปลอมตัว อ่านข้อมูลรัฐบาลไทย
Thai PBS Verify — ข้อมูลรูปแบบ AI Voice Impersonation ในปี 2568–2569 อ่านข้อมูล Thai PBS Verify
FBI — คำเตือนเรื่อง AI-generated voice และการยืนยันตัวตนผ่านช่องทางอื่น อ่านคำเตือน FBI
FTC — ข้อมูลความเสี่ยงและแนวทางรับมือ AI-enabled Voice Cloning อ่านข้อมูล FTC
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!
5 เรื่องการเงินที่ไม่มีใครสอนตอนเรียน
“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน
ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด
“ชายหาดไวท์เฮเวน” สวรรค์แห่งทะเลออสเตรเลีย กับหาดทรายขาวราวหิมะและผืนน้ำสีเทอร์ควอยซ์
"ปลาเส้น" ไม่ได้ทำจากเนื้อปลา 100% แล้วมันทำจากอะไร?
หนี้ 62% ของคนไทยแล้วหนี้ของเรามาจากอะไรกัน
จังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุด
10อันดับมอเตอร์ไซค์รุ่นที่ได้รับความ นิยมและเป็นที่จดจำในไทยยุค 80
รูปเดียวที่โพสต์ อาจบอกที่อยู่ของเราได้มากกว่าที่คิด
แนวทางเลขเด็ด "หวยไทยรัฐ" งวด 16 สิงหาคม 2569 รวมเลข 2 ตัว 3 ตัว ไว้เพียบ!
หนี้ 62% ของคนไทยแล้วหนี้ของเรามาจากอะไรกัน
5 เรื่องการเงินที่ไม่มีใครสอนตอนเรียน
7-Eleven ไทยมีอะไรต่าง? ทำไมนักท่องเที่ยวมาไทยแล้วต้องแวะ
“ชายหาดไวท์เฮเวน” สวรรค์แห่งทะเลออสเตรเลีย กับหาดทรายขาวราวหิมะและผืนน้ำสีเทอร์ควอยซ์






