หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมขลากับรามสูรคือเรื่องของการไล่ล่าสิ่งที่ไม่ได้เป็นของตัวเอง

เขียนโดย nattawat25800

รามสูรไม่ได้ไล่เมขลาเพราะความรักอย่างเดียว แต่สิ่งที่เด่นชัดในตำนานหลายสำนวนคืออยากได้ “ดวงแก้ว” ที่เมขลาถืออยู่



ภาพจำของคนไทยคุ้นมาก เมขลาเหาะอยู่บนฟ้า โยนแก้วมณีจนเกิดแสงวาบ รามสูรถือขวานเพชรไล่ตาม พอคว้าไม่ได้ก็ขว้างขวาน เสียงขวานกลายเป็นเสียงฟ้าร้อง ส่วนประกายจากแก้วถูกใช้เป็นคำอธิบายเชิงตำนานของฟ้าแลบ

แต่ถ้าถอดเรื่องเหนือธรรมชาติออกชั่วคราว เหตุการณ์นี้มีพฤติกรรมมนุษย์ซ่อนอยู่แบบเห็นภาพชัดมาก นั่นคือ ยิ่งของชิ้นหนึ่งอยู่ตรงหน้าแต่เอื้อมไม่ถึง ความอยากได้อาจยิ่งแรงขึ้น

ดวงแก้วมีค่าขึ้นทันทีเมื่อเจ้าของไม่ยอมให้

ในเรื่องเล่าที่แพร่หลายในไทย รามสูรเห็นเมขลาโยนแก้วมณีซึ่งเปล่งแสงสวยงาม จึงต้องการแก้วและขอจากเมขลา เมขลาไม่ยอมให้ แถมยังใช้แก้วล่อไปมา ความต้องการจึงไม่ได้รับการตอบสนอง และความโกรธก็ตามมา

ตรงนี้คล้ายปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เรียกว่า psychological reactance เมื่อรู้สึกว่าอิสระในการได้หรือทำบางอย่างถูกจำกัด คนบางคนจะยิ่งอยากได้สิ่งนั้นขึ้นมา ไม่ใช่เพราะตัวสิ่งของเปลี่ยนไป แต่เพราะเกิดแรงต่อต้านต่อข้อจำกัด

ลองนึกถึงของสะสมที่มีป้ายว่าเหลือชิ้นสุดท้าย รองเท้ารุ่นที่ซื้อไม่ได้ หรือของที่เจ้าของบอกชัดว่า “ไม่ขาย” ความรู้สึกต่อของชิ้นเดิมอาจเปลี่ยนทันที สิ่งที่เคยแค่น่าสนใจกลายเป็นของที่ต้องเอามาให้ได้

เมขลายิ่งหนี รามสูรยิ่งไล่ ดวงแก้วยิ่งคว้าไม่ได้ มันก็ยิ่งกลายเป็นเป้าหมาย

การไล่ล่าทำให้ต้นทุนที่ลงไปกลายเป็นกับดัก

มีอีกกลไกหนึ่งที่น่าสนใจ เมื่อทุ่มแรงกับเป้าหมายไปแล้ว มนุษย์มักถอนตัวยากขึ้น เพราะการเลิกทำให้รู้สึกว่าแรง เวลา หรือทรัพยากรที่เสียไปสูญเปล่า พฤติกรรมลักษณะนี้สัมพันธ์กับสิ่งที่เรียกว่า sunk cost effect

จึงเกิดเหตุการณ์ใกล้ตัวได้ง่ายมาก เช่น เล่นเกมแพ้แล้วเติมเงินเพิ่มเพราะอยากเอาคืน ประมูลของจนราคาสูงเกินมูลค่าที่ตั้งใจไว้ หรือพยายามเอาชนะใครบางคนทั้งที่เป้าหมายแรกแทบไม่สำคัญแล้ว

จาก “อยากได้แก้ว” จึงสามารถอ่านเชิงจิตวิทยาได้ว่า เมื่อการไล่ล่าดำเนินต่อ เป้าหมายอาจค่อยๆ เปลี่ยนเป็น ต้องชนะให้ได้

จุดสำคัญคือเมขลามีสิทธิ์ไม่ให้

ตรงนี้ทำให้ตำนานอ่านสนุกขึ้นเมื่อมองด้วยสายตาปัจจุบัน การที่คนหนึ่งอยากได้ของ ไม่ได้สร้างสิทธิ์เหนือของของอีกคน การปฏิเสธก็ไม่ได้เป็นการติดหนี้อะไร

รามสูรขอแก้ว เมขลาไม่ให้ เรื่องควรหยุดตรงนั้นได้ แต่ในตำนานกลับกลายเป็นการไล่ตามและใช้ความรุนแรงเมื่อไม่ได้สิ่งที่ต้องการ จึงสะท้อนความต่างระหว่าง ความปรารถนา กับ ความรู้สึกว่าตนมีสิทธิ์ครอบครอง ได้อย่างคมมาก แม้คนโบราณจะไม่ได้สร้างเรื่องนี้ขึ้นเพื่อสอนทฤษฎีจิตวิทยาสมัยใหม่ก็ตาม

ยิ่งควบคุมไม่ได้ ความโกรธยิ่งมีโอกาสเข้ามาแทนที่ความอยาก

งานวิจัยด้านความก้าวร้าวมีแนวคิดเรื่อง frustration-aggression มานาน โดยชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการถูกขัดขวางเป้าหมายกับความโกรธหรือแนวโน้มก้าวร้าว แม้ไม่ได้หมายความว่าคนผิดหวังทุกคนจะใช้ความรุนแรง แต่การถูกขวางจากสิ่งที่ต้องการสามารถเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นได้

รามสูรในตำนานจึงเป็นภาพสุดขั้วของวงจรนี้ เห็นสิ่งที่ต้องการ → ขอ → ไม่ได้ → ไล่ → ยังไม่ได้ → โกรธ → ใช้ขวาน

แล้วเมขลาล่อแก้วทำไม

ตำนานมีหลายสำนวน รายละเอียดไม่เหมือนกันทั้งหมด จึงไม่ควรจับทุกฉบับมารวมเป็นเรื่องเดียวแบบตายตัว บางสำนวนเน้นว่ารามสูรต้องการแก้ว บางเรื่องกล่าวถึงความงามของเมขลาด้วย ขณะที่วรรณคดีบางสายมีรายละเอียดเรื่องราหูและที่มาของแก้วแตกต่างออกไป

สิ่งที่ตรงกันในภาพจำสำคัญคือ เมขลามีแก้ว รามสูรไล่ตาม และขว้างขวานแต่ไม่ถูก แสงแก้วถูกอธิบายเป็นฟ้าแลบ ส่วนเสียงขวานเป็นฟ้าร้องหรือเชื่อมโยงกับฟ้าผ่า

• ฟ้าแลบ ถูกจินตนาการเป็นประกายจากแก้วมณี

• ฟ้าร้อง เชื่อมกับเสียงขวานของรามสูร

• การไล่ล่าไม่รู้จบ ทำให้ธรรมชาติที่เกิดซ้ำทุกฤดูฝนกลายเป็นเรื่องที่คนจำง่าย


นี่คือเสน่ห์ของตำนานแบบนี้ ธรรมชาติซึ่งครั้งหนึ่งมนุษย์ยังอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้ ถูกแปลงให้เป็นตัวละครที่มีความอยาก ความโกรธ การปฏิเสธ การหลบหนี และการแข่งขัน ซึ่งล้วนเป็นพฤติกรรมที่คนเข้าใจได้ทันที

พอฟ้าแลบก่อนแล้วเสียงฟ้าร้องตามมา ภาพเมขลาชูแก้วแล้วรามสูรขว้างขวานจึงทำหน้าที่เหมือนภาพเคลื่อนไหวบนท้องฟ้า ทุกครั้งที่พายุมา เรื่องเดิมก็เหมือนเริ่มเล่นใหม่อีกครั้ง เมขลายังรักษาดวงแก้วไว้ได้ ส่วนรามสูรก็ยังคงวิ่งตามสิ่งที่ไม่เคยเป็นของตนตั้งแต่แรก

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 77 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนทำไมแมลงเม่าถึงชอบบินเข้าหาหลอดไฟในคืนที่ฝนตก ? เผยเหตุผลที่หลายคนอาจไม่เคยรู้7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวเปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?เปิดรายชื่องูหายากของไทย แต่ละภาคมีชนิดไหนที่พบเฉพาะพื้นที่บ้างไขปริศนา “นกฮูก” นักล่าไร้เสียงแห่งราตรี! ทำไมปีกของมันถึงบินได้เงียบกริบจนเหยื่อไม่ทันรู้ตัว?เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จับคู่ให้ถูกจาน: อาหารบางอย่างกินด้วยกันแล้วร่างกายใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้นอำเภอที่คนจีนนิยมไปที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในไทย7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไรเบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการเปิดรายชื่องูหายากของไทย แต่ละภาคมีชนิดไหนที่พบเฉพาะพื้นที่บ้าง
ตั้งกระทู้ใหม่