หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

โอเอดิปุสคอมเพล็กซ์คืออะไรและทำไมแนวคิดของฟรอยด์จึงโยงครอบครัวเข้ากับจิตใต้สำนึก

เขียนโดย ตัวซีเคร็ท

คำว่า Oedipus Complex ฟังครั้งแรกอาจชวนให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องตัณหาระหว่างคนในครอบครัวแบบตรงตัว แต่ในทฤษฎีของซิกมันด์ ฟรอยด์ มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ

ฟรอยด์หยิบชื่อของ โอเอดิปุส ตัวละครจากตำนานกรีกมาใช้ตั้งชื่อแนวคิดทางจิตวิเคราะห์ เพราะเรื่องของโอเอดิปุสมีแกนสำคัญคือการฆ่าบิดาและแต่งงานกับมารดาโดยไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับสายเลือดของตัวเอง จุดที่ต้องเน้นมากๆ คือ โอเอดิปุสไม่ได้รู้ว่าคนที่ตนฆ่าคือพ่อ และไม่ได้รู้ว่าหญิงที่แต่งงานด้วยคือแม่ เพราะฉะนั้นตำนานดั้งเดิมไม่ใช่เรื่องของคนที่ตั้งใจมีความสัมพันธ์กับแม่ตามความหมายที่คนยุคนี้มักนึกถึงเมื่อได้ยินคำว่า Oedipus Complex

แล้วฟรอยด์เอาตำนานนี้มาเกี่ยวกับเด็กได้ยังไง?

ในกรอบจิตวิเคราะห์แบบคลาสสิก ฟรอยด์เสนอว่าเด็กช่วงประมาณ 3–6 ปี ซึ่งอยู่ในระยะที่เขาเรียกว่า phallic stage อาจเกิดความผูกพันและความปรารถนาที่มุ่งไปยังพ่อหรือแม่ พร้อมกับความรู้สึกแข่งขันกับผู้ปกครองอีกคน เด็กชายในคำอธิบายดั้งเดิมของฟรอยด์จึงถูกอธิบายว่ามีความปรารถนาต่อแม่และมองพ่อเป็นคู่แข่ง

แต่ถ้าอ่านคำว่า ความปรารถนา แล้วจินตนาการเป็นพฤติกรรมทางเพศแบบผู้ใหญ่ทันที จะทำให้ทฤษฎีผิดรูปไปพอสมควร เพราะฟรอยด์กำลังอธิบายแรงขับ ความรัก ความหวง ความต้องการครอบครอง และจินตนาการในระดับจิตไร้สำนึกผ่านภาษาของทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ไม่ได้บอกว่าเด็กกำลังวางแผนมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้ปกครองจริงๆ

หัวใจของเรื่องอยู่ที่ความขัดแย้งในจิตใจ


เด็กต้องการความรักและความสนใจ แต่ในเวลาเดียวกันก็เริ่มเรียนรู้ว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวมีขอบเขต มีบทบาท และไม่ได้หมุนรอบความต้องการของตัวเองทั้งหมด ฟรอยด์มองว่าการคลี่คลายความขัดแย้งนี้เกี่ยวข้องกับการที่เด็กค่อยๆ ระบุตัวตนกับผู้ปกครอง และมีส่วนต่อพัฒนาการของโครงสร้างบุคลิกภาพที่เขาเรียกว่า superego

ส่วนหนึ่งที่โด่งดังและถูกวิจารณ์หนักคือแนวคิด castration anxiety หรือความวิตกกังวลเกี่ยวกับการถูกตอน ซึ่งฟรอยด์ใช้เป็นองค์ประกอบในการอธิบายการคลี่คลาย Oedipus Complex ในเด็กชาย ฟังจากมุมปัจจุบันอาจรู้สึกประหลาด และนี่ก็เป็นหนึ่งในหลายจุดที่ทำให้ทฤษฎีพัฒนาการทางเพศของฟรอยด์ถูกตั้งคำถามอย่างต่อเนื่อง

เรื่องนี้เป็นความจริงทางวิทยาศาสตร์หรือเปล่า?

ตรงนี้สำคัญมาก เพราะ Oedipus Complex ไม่ควรถูกนำเสนอเหมือนเป็นข้อเท็จจริงทางชีววิทยาที่พิสูจน์แล้ว

แนวคิดนี้มีอิทธิพลมหาศาลต่อประวัติศาสตร์จิตวิทยา จิตวิเคราะห์ วรรณกรรม ศิลปะ และการศึกษาวัฒนธรรม แต่สถานะของมันในจิตวิทยาสมัยใหม่แตกต่างจากทฤษฎีที่มีหลักฐานเชิงทดลองรองรับอย่างเข้มแข็ง หลายองค์ประกอบของทฤษฎีฟรอยด์ตรวจสอบเชิงประจักษ์ได้ยาก และนักจิตวิทยาพัฒนาการสมัยใหม่มีกรอบอื่นสำหรับอธิบายความผูกพัน การสร้างอัตลักษณ์ การเรียนรู้บทบาท และความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้ดูแล

• Oedipus Complex ไม่ใช่ชื่อโรคทางจิตเวช

• ไม่ควรวินิจฉัยใครจากการสนิทกับพ่อหรือแม่ว่าเป็น Oedipus Complex

• ความหวงผู้ปกครองของเด็กไม่ได้แปลว่ามีแรงปรารถนาทางเพศแบบผู้ใหญ่

• การมีความคิดที่ไม่ต้องการหรือความคิดแวบเข้ามาในหัว ไม่ได้เท่ากับความตั้งใจจะลงมือทำ


แล้วทำไมเรื่อง ตัณหาในครอบครัว ถึงกลายเป็นสิ่งที่มนุษย์ทั้งหวาดกลัวและเอาไปสร้างตำนานซ้ำๆ?

เพราะข้อห้ามเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างญาติใกล้ชิดปรากฏในสังคมมนุษย์อย่างกว้างขวาง แม้รายละเอียดว่าใครถูกนับเป็นญาติที่ห้ามแต่งงานจะแตกต่างกันตามวัฒนธรรม นักวิชาการจึงศึกษาประเด็นนี้ผ่านหลายมุม ตั้งแต่ชีววิทยาวิวัฒนาการ มานุษยวิทยา ไปจนถึงโครงสร้างครอบครัว ไม่จำเป็นต้องอาศัย Oedipus Complex เพียงคำอธิบายเดียว

มีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ Westermarck effect แนวคิดนี้เสนอว่าคนที่เติบโตใกล้ชิดกันมากตั้งแต่วัยเด็กตอนต้นมีแนวโน้มเกิดการยับยั้งความดึงดูดทางเพศต่อกันในภายหลัง หลักฐานจากการศึกษาสังคมบางรูปแบบถูกนำมาอภิปรายสนับสนุนแนวคิดนี้ แม้รายละเอียดและกลไกยังเป็นหัวข้อที่นักวิชาการถกเถียงกันอยู่

ตรงนี้กลับด้านกับภาพแบบง่ายๆ ของ Oedipus Complex อย่างน่าสนใจ เพราะแทนที่จะถามเพียงว่า มนุษย์แอบอยากละเมิดข้อห้ามหรือไม่ นักวิจัยสามารถถามอีกแบบว่า มนุษย์มีกลไกอะไรที่ช่วยลดโอกาสเกิดความสัมพันธ์ระหว่างคนที่เติบโตเสมือนญาติใกล้ชิดกันหรือเปล่า

และนี่ทำให้ตำนานโอเอดิปุสยังทรงพลังแม้ผ่านมาหลายพันปี

ความสยองของเรื่องไม่ได้อยู่แค่การแต่งงานกับแม่ แต่คือมนุษย์คนหนึ่งพยายามหนีคำพยากรณ์เต็มกำลัง กลับเดินเข้าสู่เหตุการณ์นั้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อความจริงเปิดออก ทุกสิ่งที่เคยเข้าใจเกี่ยวกับตัวเองและครอบครัวพังพร้อมกัน

ฟรอยด์จึงไม่ได้เลือกชื่อโอเอดิปุสเพราะตำนานมีเรื่องเพศต้องห้ามอย่างเดียว สิ่งที่เข้ากับโลกของจิตวิเคราะห์อย่างแรงคือภาพของ มนุษย์ที่ไม่รู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับตัวเอง แต่สิ่งที่ไม่รู้นั้นกลับกำหนดชีวิตของตัวเองอยู่

จะเห็นด้วยกับฟรอยด์หรือไม่ก็ได้ เพราะหลายส่วนของทฤษฎีถูกวิพากษ์อย่างจริงจังในวงการสมัยใหม่ แต่คำถามที่เขาทิ้งไว้ยังน่าสนใจมากว่า ความรู้สึกในครอบครัว ความหึงหวง ความรัก ความกลัว การแข่งขัน และข้อห้ามที่ถูกปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก มีส่วนประกอบตัวตนเมื่อโตขึ้นแค่ไหน และมีอะไรบ้างในใจที่มนุษย์สามารถอธิบายตัวเองได้ไม่หมด

เนื้อหาโดย: ตัวซีเคร็ท
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ตัวซีเคร็ท's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 56 ครั้ง
เขียนโดย ตัวซีเคร็ท
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งทำไมเทพไทร์จึงยอมเสียมือให้หมาป่าเฟนรีร์?ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่นช็อกโกแลตมีฝ้าขาวทั้งที่ยังไม่หมดอายุ กินได้ไหม?“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”ปฐมเทศนาเริ่มจากทางสายกลาง ก่อนแจกแจงอริยสัจ 4 อย่างไร?เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรูเปิด 8 วรรณกรรมไทยที่เดินทางข้ามภาษา สู่ชั้นหนังสือในยุโรปพระพุทธรูปปางมารวิชัยเอื้อมมือแตะพื้นหมายถึงอะไร?ประวัติศาสตร์อบเชย เรื่องราวของเครื่องเทศล้ำค่าที่เคยถูกเผาทิ้งเพื่อรักษาตลาดเปิด 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีนักศึกษามากที่สุดในปี 2569 อันดับเปลี่ยนจากปีก่อนหรือไม่?เจาะโพยเจ๊เขียว งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลข 130 พร้อมเลข 2 ตัว 13-10-30 แยกจุดเด่นและความเชื่อมโยง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ฟ้าแลบสีแดงโผล่เหนือพายุ: แสงวาบที่เกิดสูงกว่าเมฆหลายสิบกิโลเมตรกบแก้วตัวใสซ่อนเลือดไว้ไหน? นักวิจัยเห็นเม็ดเลือดไปรวมในตับขันธบรรพ (The Five Aggregates) (สร้างกับ เอไอ)หินก้อนใหญ่ทิ้งรอยยาวในทะเลสาบแห้งได้ยังไง? นักวิจัยเห็นจังหวะมันขยับ
ตั้งกระทู้ใหม่