หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กลิ่นเหงื่อกับแรงดึงดูด ทำไมบางคนไม่ใช่สเปก แต่กลับรู้สึกมีเคมีด้วยอย่างประหลาด

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

เรื่องนี้ต้องแก้ความเข้าใจเรื่องฟีโรโมนก่อนนิดหนึ่ง


เวลารู้สึกว่าใครบางคนมีกลิ่นตัวที่ชวนเข้าใกล้ ทั้งที่หน้าตาไม่ได้ตรงกับสเปก หลายคนจะสรุปทันทีว่าเป็นเพราะฟีโรโมน แต่ในทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีสารชนิดใดที่ได้รับการยืนยันชัดเจนว่าเป็นฟีโรโมนทางเพศของมนุษย์แบบเดียวกับที่พบในสัตว์บางชนิดนะ สารที่เคยถูกเสนอชื่อ เช่น แอนโดรสตาไดอีโนน ถูกทดลองมานานหลายปี แต่ผลการศึกษายังไม่สม่ำเสมอจนใช้คำว่าเป็นฟีโรโมนมนุษย์แบบฟันธงไม่ได้

แต่ประเด็นสนุกอยู่ตรงนี้ ถึงฟีโรโมนมนุษย์ยังไม่ชัด กลิ่นร่างกายกลับส่งข้อมูลทางชีวภาพได้จริงบางส่วน

กลิ่นที่เรียกกันว่ากลิ่นเหงื่อไม่ได้มาจากเหงื่อล้วนๆ ด้วยซ้ำ สารคัดหลั่งจากต่อมบริเวณรักแร้ตอนออกมาใหม่แทบไม่มีกลิ่น สิ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นคือจุลินทรีย์บนผิวหนังนำสารเหล่านั้นไปเปลี่ยนเป็นโมเลกุลระเหยขนาดเล็ก เพราะแต่ละคนมีองค์ประกอบของสารคัดหลั่งและชุมชนจุลินทรีย์บนผิวไม่เหมือนกัน กลิ่นประจำตัวจึงมีรายละเอียดเฉพาะมาก คล้ายลายเซ็นทางเคมีแบบหนึ่ง

จมูกไม่ได้แค่ดมกลิ่น แต่มันช่วยประเมินคนตรงหน้า


ระบบรับกลิ่นเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสมองส่วนที่เกี่ยวกับอารมณ์ ความทรงจำ และการประเมินคุณค่าของสิ่งที่กำลังรับรู้ จึงเกิดปรากฏการณ์แปลกๆ ได้ เช่น คนหนึ่งหน้าตาธรรมดามากในสายตา แต่พออยู่ใกล้แล้วกลิ่นผิว กลิ่นผม หรือกลิ่นบริเวณคอกลับให้ความรู้สึกสบาย ดึงดูด หรืออยากเข้าใกล้โดยอธิบายเหตุผลไม่ค่อยถูก ในอีกทาง กลิ่นบางแบบทำให้ความรู้สึกดีต่อหน้าตาลดลงได้เหมือนกัน

แล้วเรื่องยีนเลือกคู่จากกลิ่นล่ะ?


มีสมมติฐานดังมานานเกี่ยวกับกลุ่มยีนที่ควบคุมการนำเสนอแอนติเจนของระบบภูมิคุ้มกัน หรือที่มักเรียกย่อๆ ว่าเอ็มเอชซีและเอชแอลเอ งานทดลองบางชุดพบว่ากลิ่นร่างกายอาจสัมพันธ์กับความแตกต่างทางพันธุกรรมกลุ่มนี้ จนเกิดแนวคิดว่ามนุษย์อาจชอบกลิ่นของคนที่มียีนภูมิคุ้มกันแตกต่างจากตัวเอง เพราะในเชิงวิวัฒนาการอาจเพิ่มความหลากหลายของระบบภูมิคุ้มกันในลูกหลาน

ฟังดูเหมือนธรรมชาติติดตั้งเครื่องสแกนคู่ครองไว้ในจมูก แต่หลักฐานจริงไม่ได้สวยขนาดนั้น งานทบทวนพบผลที่หลากหลาย บางการทดลองเจอความสัมพันธ์ บางการทดลองไม่เจอ และการศึกษาที่ควบคุมตัวแปรอย่างเข้มงวดบางงานก็ไม่พบว่าคนจะชอบกลิ่นของผู้ที่มียีนภูมิคุ้มกันแตกต่างกันเสมอ ดังนั้นประโยคประเภท ได้กลิ่นแล้วร่างกายรู้ทันทีว่าใครเหมาะมีลูกด้วย ยังไกลเกินหลักฐานที่มีอยู่มาก

สิ่งที่มีข้อมูลน่าสนใจกว่าคือกลิ่นร่างกายสามารถเปลี่ยนตามสภาวะทางอารมณ์และสรีรวิทยา งานทดลองเกี่ยวกับสัญญาณเคมีจากเหงื่อพบว่าเหงื่อที่เก็บในช่วงความกลัว ความเครียด หรือสภาวะอารมณ์บางอย่างสามารถทำให้ผู้รับกลิ่นเกิดการตอบสนองแตกต่างจากกลิ่นควบคุม แม้เจ้าตัวจะบอกไม่ได้อย่างชัดเจนว่าดมอะไรอยู่ มีงานทดลองด้านความเร้าอารมณ์ทางเพศพบสัญญาณคล้ายกัน แต่ยังเป็นพื้นที่วิจัยที่ต้องทำซ้ำและหากลไกทางเคมีให้ชัดอีกมาก

ทำไมบางคนถึงหอมสำหรับคนหนึ่ง แต่เหม็นสำหรับอีกคน?

 

• ตัวรับกลิ่นของแต่ละคนไม่เหมือนกันทั้งหมด ความแตกต่างทางพันธุกรรมของระบบรับกลิ่นทำให้โมเลกุลเดียวกันถูกสัมผัสไม่เท่ากัน บางกลิ่นแรงสำหรับคนหนึ่ง แต่อีกคนแทบไม่รู้สึก

• สมองเอาความทรงจำมาปรุงกลิ่นด้วย กลิ่นที่คล้ายคนรักเก่า บ้านในวัยเด็ก หรือช่วงเวลาที่มีความสุข สามารถเพิ่มความรู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัยได้โดยไม่ต้องคิดเป็นคำ

• กลิ่นจริงเป็นส่วนผสมมหาศาล จุลินทรีย์บนผิว อาหาร ฮอร์โมน ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ เสื้อผ้า น้ำหอม และสภาพแวดล้อมล้วนผสมกัน จึงไม่มีสูตรกลิ่นดึงดูดที่ใช้ได้กับทุกคน

• สมองรวมกลิ่นกับข้อมูลช่องทางอื่นพร้อมกัน น้ำเสียง การสบตา ระยะห่าง บุคลิก ความคุ้นเคย และหน้าตาถูกประเมินไปพร้อมกัน กลิ่นจึงอาจดันคะแนนความน่าดึงดูดขึ้นได้ แม้ภาพที่เห็นจะไม่ตรงกับสเปกเดิม


ตรงนี้แหละที่ทำให้คำว่าไม่ใช่สเปกแต่มีเคมีด้วยเกิดขึ้นได้จริง สเปกที่พูดออกมาเป็นคำมักเน้นข้อมูลที่รู้ตัว เช่น รูปร่าง หน้าตา ทรงผม หรือบุคลิก แต่ระบบประสาทรับข้อมูลอีกกองหนึ่งโดยไม่จำเป็นต้องผ่านรายการคุณสมบัติที่ตั้งไว้ก่อน

และกลิ่นที่ดึงดูดไม่ได้แปลว่าต้องเป็นกลิ่นเหงื่อแรงๆ การปล่อยตัวไม่อาบน้ำเพื่อหวังเพิ่มฟีโรโมนจึงไม่มีหลักฐานรองรับ กลิ่นตัวรุนแรงจากการสะสมของเหงื่อและแบคทีเรียต่างจากกลิ่นผิวตามธรรมชาติที่ยังรับรู้ได้หลังดูแลความสะอาดตามปกติ บางครั้งสิ่งที่ชอบอาจเป็นกลิ่นผิวอ่อนๆ ซึ่งผสมกับแชมพู สบู่ น้ำยาซักผ้า หรือน้ำหอมจนกลายเป็นกลิ่นเฉพาะของคนนั้นไปแล้ว

เพราะงั้นเวลาเจอคนที่มองครั้งแรกแล้วเฉยมาก แต่พอเดินผ่านใกล้ๆ กลับรู้สึกสะดุดแบบไม่มีเหตุผล ภาพที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่เวทมนตร์จากฟีโรโมนตัวเดียว แต่น่าจะเป็นผลรวมของโมเลกุลกลิ่นหลายชนิด ระบบรับกลิ่น ความทรงจำ ประสบการณ์เดิม และสมองที่กำลังประเมินแรงดึงดูดหลายช่องทางพร้อมกันโดยเจ้าตัวไม่ทันรู้ตัวเสียด้วยซ้ำ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 47 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ตีเลขเด็ดจากฝันยอดฮิต ฝันเห็นน้ำ-เห็นปลา เลขไหนมาแรง?ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวตีเลขจาก "ทะเบียนรถ" เลขแบบไหนมักให้โชคใหญ่?เลขแปดทิศ งวด 16 ตุลาคม 2569ปฏิบัติการพิมพ์แบงก์ปลอมล่มเศรษฐกิจสงครามโลกของนาซีจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวการกีฬาไทยใจป๋า! คว้าเหรียญได้เมื่อไหร่..โอนเงินให้ทันทีเปิดพิกัด 5 จังหวัดของไทย ที่ไกลจากกรุงเทพฯมากที่สุด เดินทางข้ามวันเปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!กล่องสุ่มทำให้เราอยากเปิดต่อไปอีกเรื่อยๆตำรวจเมืองกระบี่จับชายวัย 43 ปี คาห้องเช่าไสไทย พร้อมยาบ้า 10 เม็ด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมตำรวจเมืองกระบี่จับชายวัย 43 ปี คาห้องเช่าไสไทย พร้อมยาบ้า 10 เม็ด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไขปริศนาความเชื่อโบราณ ทำไมห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน มีเหตุผลอะไรซ่อนอยู่?เคยเป็นไหม? อาการ "เปิดตู้เย็นแล้วลืมว่าจะมาหยิบอะไร" เกิดจากอะไรกันแน่?บทบาท บทเรียน และข้อท้าทายของกิจกรรมจิตอาสาภาคประชาชนในการส่งเสริมสังคมและสิ่งแวดล้อมเปิดความลับ ทำไมชาบูและหมูกระทะถึงเยียวยาจิตใจเราได้ดีที่สุดในวันเหนื่อยๆ?
ตั้งกระทู้ใหม่