หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำนานไวเบรเตอร์รักษาฮิสทีเรีย เรื่องจริงครึ่งเดียวที่คนทั้งโลกเล่าต่อกัน

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

เรื่องเล่าที่ฟังแล้วชวนอึ้ง อาจไม่ใช่ประวัติศาสตร์จริงทั้งหมด

เราอาจเคยผ่านตาข้อความว่า “ไวเบรเตอร์ถูกหมอวิกตอเรียประดิษฐ์ขึ้น เพื่อช่วยผู้หญิงที่เป็นโรคฮิสทีเรียให้ถึงจุดสุดยอด” เรื่องนี้เล่ากันสนุกจนกลายเป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ยอดนิยม ทั้งในหนัง บทความ และโพสต์ตามโลกออนไลน์ แต่พอเปิดหลักฐานเก่าไล่ดูกันจริงๆ ภาพกลับไม่ตรงกับเรื่องเล่าที่คุ้นหูเสียทีเดียว

สิ่งที่มีอยู่จริงคือโรคที่เรียกว่า “ฮิสทีเรีย” แพทย์ในอดีตใช้คำนี้ครอบอาการสารพัด ตั้งแต่เหนื่อยง่าย ใจสั่น เป็นลม นอนไม่หลับ หงุดหงิด ปวดศีรษะ ไปจนถึงอาการทางประสาทที่หาสาเหตุไม่ได้ ผู้หญิงมักโดนวินิจฉัยมากกว่าผู้ชาย เพราะความรู้ด้านร่างกายและจิตใจยังจำกัด แถมสังคมยุคนั้นยังชอบโยงอารมณ์ของผู้หญิงเข้ากับมดลูก คำว่า hysteria เองก็มีรากจากภาษากรีกที่หมายถึงมดลูก จึงไม่น่าแปลกที่ป้ายโรคนี้เคยกลายเป็นถุงใบใหญ่สำหรับโยนอาการที่แพทย์อธิบายไม่ได้ลงไป

แล้วเครื่องสั่นยุคแรกเกิดมาเพื่ออะไรกันแน่?

ช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1880 นายแพทย์ชาวอังกฤษชื่อ โจเซฟ มอร์ติเมอร์ แกรนวิลล์ พัฒนาเครื่องกระแทกสั่นด้วยไฟฟ้าที่เรียกว่า percuteur ตัวเครื่องส่งแรงสั่นเป็นจังหวะ ใช้กับกล้ามเนื้อและเส้นประสาท เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยหรืออาการปวดเส้นประสาท รูปร่างห่างไกลจากอุปกรณ์ขนาดเล็กในปัจจุบันมาก บางชุดมาพร้อมกล่อง มอเตอร์ สาย และหัวต่อหลายแบบ ดูคล้ายเครื่องมือช่างผสมอุปกรณ์กายภาพบำบัดมากกว่าเซ็กส์ทอย

จุดที่ทำให้เรื่องพลิกคือ แกรนวิลล์เขียนไว้เองว่าเขาไม่ต้องการใช้เครื่องนี้กับผู้หญิง โดยเฉพาะกรณีที่เรียกกันว่าฮิสทีเรีย นั่นหมายความว่าอุปกรณ์ซึ่งมักถูกยกให้เป็น “ไวเบรเตอร์ไฟฟ้ารุ่นบุกเบิก” ไม่ได้มีหลักฐานจากผู้ประดิษฐ์ว่าทำขึ้นเพื่อกระตุ้นอวัยวะเพศหญิงเลย เป้าหมายเดิมอยู่ที่การนวด การกระตุ้นเส้นประสาท และการรักษาอาการปวดตามแนวคิดการแพทย์ในเวลานั้น

มีเครื่องสั่นจริง มีการวินิจฉัยฮิสทีเรียจริง
แต่การจับสองเรื่องมารวมกัน อาจเป็นประวัติศาสตร์ที่แต่งเติมภายหลัง

ต้นตอสำคัญของเรื่องเล่ายอดนิยมมาจากหนังสือ The Technology of Orgasm ของราเชล เมนส์ ซึ่งเสนอว่าแพทย์ตะวันตกใช้การนวดอวัยวะเพศหญิงเพื่อทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “hysterical paroxysm” แล้วเครื่องสั่นก็เข้ามาช่วยลดภาระมือของแพทย์ ข้อเสนอนี้โด่งดังมาก เพราะมันทั้งน่าตกใจ ตลกร้าย และเข้ากับภาพจำว่าสังคมวิกตอเรียเคร่งครัดเรื่องเพศจนต้องเรียกการถึงจุดสุดยอดด้วยศัพท์ทางการแพทย์

คำว่า “ไม่มีหลักฐาน” ไม่ได้แปลว่าไม่เคยมีใครนำไปใช้ในทางเพศเลยแม้แต่ครั้งเดียว อุปกรณ์นวดจำนวนมากสามารถถูกดัดแปลงได้ และโฆษณาช่วงต้นศตวรรษที่ 20 บางชิ้นก็ใช้ถ้อยคำกำกวมเรื่องสุขภาพ ความงาม และความกระปรี้กระเปร่า เพียงแต่เรายังพูดไม่ได้เต็มปากว่าเครื่องชิ้นแรกถูกประดิษฐ์มาเพื่อรักษาความกำหนัด หรือหมอทั่วอังกฤษนั่งใช้มันกับผู้ป่วยหญิงเป็นงานประจำ หลักฐานที่มีไม่พอรองรับภาพนั้น

ทำไมตำนานนี้ถึงติดหัวคนง่าย?

• มันเล่าได้จบในประโยคเดียว และมีจุดหักมุมแรง

• คำว่า “ฮิสทีเรีย” เคยใช้กับผู้หญิงจริง จึงทำให้ส่วนที่แต่งเติมดูน่าเชื่อ

• เครื่องสั่นยุคแรกเป็นอุปกรณ์แพทย์จริง เพียงแต่ใช้กับอาการคนละแบบ

• หนังและสื่อจำนวนมากนำเรื่องนี้ไปเล่าซ้ำ จนความคุ้นเคยกลายเป็นความจริงในความรู้สึก

เรื่องจริงที่น่าสนใจกว่ามุก “หมอเหนื่อยมือจึงสร้างไวเบรเตอร์” คือเส้นทางของเทคโนโลยีชิ้นหนึ่งที่เปลี่ยนความหมายไปเรื่อยๆ จากเครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อในคลินิก สู่เครื่องนวดไฟฟ้าที่ขายให้คนทั่วไป ก่อนจะค่อยๆ ถูกเชื่อมเข้ากับเรื่องสุขภาวะทางเพศและกลายเป็นเซ็กส์ทอยอย่างเปิดเผยในเวลาต่อมา

ดังนั้น หากจะเล่าให้ตรงหลักฐานที่สุด ควรพูดว่า เครื่องสั่นไฟฟ้ายุคบุกเบิกถูกพัฒนาขึ้นเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับการนวดและบรรเทาอาการปวด ไม่ได้มีหลักฐานหนักแน่นว่าถูกสร้างมาเพื่อรักษาผู้หญิงที่ “กำหนัด” หรือทำให้ผู้ป่วยฮิสทีเรียถึงจุดสุดยอด ส่วนเรื่องหมอวิกตอเรียใช้ไวเบรเตอร์แทนมือนั้น เป็นข้อเสนอที่เคยโด่งดัง แต่ปัจจุบันถูกนักประวัติศาสตร์ตั้งคำถามอย่างจริงจัง

บางครั้งเรื่องที่จำง่ายที่สุด ก็ไม่ใช่เรื่องที่หลักฐานแน่นที่สุด

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 42 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนรู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้งจาก “สยาม” สู่ “ประเทศไทย” เราเปลี่ยนชื่อประเทศมาแล้วกี่ครั้ง5 อันดับ อาหารไทยที่คนต่างชาติ "งง" มากที่สุด แต่คนไทยเลิฟสุดๆ5 อาชีพสุดแปลกแต่รายได้ดี ที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาทำ ในปี 25695 เมนูเซเว่นยามดึก ที่สายกินยกให้เป็น "ของดีราคาประหยัด"อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมทำไมเวลาที่เรา "หิวดจัดๆ" ถึงมักจะ "อารมณ์เสีย" ง่ายกว่าปกติ?ทำไมกินของอร่อยตอนดึกถึงฟินกว่าปกติ?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่เน็ตแรงที่สุดในโลกจาก “สยาม” สู่ “ประเทศไทย” เราเปลี่ยนชื่อประเทศมาแล้วกี่ครั้ง5 อาชีพสุดแปลกแต่รายได้ดี ที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาทำ ในปี 2569เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย"ลิซ่า" ร้องไห้หนักมาก! เป็นเพราะอะไร ?..พอรู้ความจริงทำเอาแฟน ๆ ถึงกับยิ้มตาม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไส้เดือนต่างจากงูดินอย่างไรจาก “สยาม” สู่ “ประเทศไทย” เราเปลี่ยนชื่อประเทศมาแล้วกี่ครั้งทำไมเวลาที่เรา "หิวดจัดๆ" ถึงมักจะ "อารมณ์เสีย" ง่ายกว่าปกติ?ทำไมกินของอร่อยตอนดึกถึงฟินกว่าปกติ?
ตั้งกระทู้ใหม่