หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

เคยได้ยินฝรั่งพูดว่า I'll be back in a jiffy ไหม? คำติดปากนี้เคยเป็นหน่วยวัดเวลาจริงในโลกฟิสิกส์

เขียนโดย nantana

"เดี๋ยวมาแป๊บเดียว" อาจไม่ได้เป็นแค่คำพูดเล่นๆ

ถ้าดูหนังหรือซีรีส์ภาษาอังกฤษบ่อย น่าจะเคยได้ยินประโยค I'll be back in a jiffy. กันมาบ้าง ซึ่งความหมายที่คนส่วนใหญ่เข้าใจก็คือ "เดี๋ยวกลับมา แป๊บเดียว" หรือ "รอสักครู่" เป็นสำนวนที่ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือ คำว่า Jiffy เคยถูกนำมาใช้เป็นชื่อของหน่วยวัดเวลาในวงการวิทยาศาสตร์จริงๆ

 

คำธรรมดา ที่มีประวัติไม่ธรรมดา

ในแวดวงฟิสิกส์และวิศวกรรม คำว่า Jiffy ถูกนำไปใช้อธิบายช่วงเวลาที่สั้นมาก โดยในนิยามที่เป็นที่รู้จักแบบหนึ่ง กำหนดให้มีค่าเท่ากับ 1/100 วินาที หรือประมาณ 0.01 วินาที นั่นหมายความว่าถ้ากะพริบตาหนึ่งครั้ง เวลาที่ผ่านไปก็ยาวนานกว่าหนึ่งจิฟฟี่หลายเท่า


0.01 วินาที คือเวลาที่สั้นจนแทบไม่มีใครรับรู้ได้ด้วยความรู้สึก

ความน่าสนใจคือ คำนี้ไม่ได้มีนิยามเดียวเสมอไป เพราะในบางสาขาวิชาหรือบางระบบคอมพิวเตอร์ คำว่า Jiffy อาจถูกกำหนดให้มีค่าต่างกันตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น อิงกับความถี่ของสัญญาณนาฬิกาหรือระบบปฏิบัติการ จึงไม่ใช่หน่วยมาตรฐานสากลแบบวินาทีหรือมิลลิวินาที แต่เป็นคำที่ถูกหยิบมาใช้ในหลายบริบททางเทคนิค

 

แล้วทำไมถึงกลายเป็นสำนวน?

เมื่อคำนี้มีความหมายสื่อถึงช่วงเวลาที่สั้นมาก จึงค่อยๆ หลุดออกจากวงการวิชาการมาอยู่ในภาษาพูดของคนทั่วไป จนกลายเป็นสำนวนยอดนิยมอย่าง in a jiffy ที่ใช้แทนคำว่า "อีกเดี๋ยวเดียว" หรือ "ใช้เวลาไม่นาน" แม้ว่าคนพูดส่วนใหญ่จะไม่เคยรู้เลยว่าคำนี้เคยถูกใช้ในเชิงวิทยาศาสตร์มาก่อน

 

น่าสนใจตรงที่หลายคำในภาษาอังกฤษก็มีเส้นทางคล้ายกัน คือเริ่มจากศัพท์เฉพาะในวงการใดวงการหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ถูกใช้ในชีวิตประจำวันจนความหมายเดิมเลือนหายไป เหลือเพียงความหมายเชิงเปรียบเทียบที่คนทั่วไปคุ้นเคย


ครั้งหน้าถ้ามีใครบอกว่า "I'll be back in a jiffy" ก็อาจนึกถึงตัวเลข 1/100 วินาทีขึ้นมาได้ แม้ในความเป็นจริงเขาอาจหายไปเป็นสิบนาทีก็ตาม!

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 80 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 3 จุดปลูก ต้นเล็บครุฑ เสริมมงคลรับทรัพย์ ปลูกตรงไหนให้บ้านร่มเย็น?หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหนก่อนยื่นใบลาออก: 10 เรื่องที่มนุษย์เงินเดือนต้องเช็กให้ชัวร์มหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัวไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งปฏิทินจีนงวด 1 พ.ย. 69 จับคู่เลขเด่นบน 3-1 พร้อมชุดเลข 2 ตัว แรม 6 ค่ำ เดือน 11เพื่อนที่ดีกับทุกคนน่าไว้ใจแค่ไหนวิธีเช็คสลิปปลอม ตรวจสอบสลิปโอนเงินปลอมแบบรวดเร็ว ป้องกันมิจฉาชีพเหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันก่อนลาออกจากงานประจำ ต้องเช็ก 3 เรื่องที่กระทบชีวิตจริงเปิดจังหวัดเดียวในไทย! ครองแชมป์มรดกโลก UNESCO มากที่สุด มีถึง 2 แห่งในพื้นที่เดียว“แรบไบโจเซฟ” ถูกสั่งเพิกถอนสัญชาติไทยแล้ว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 3 จุดปลูก ต้นเล็บครุฑ เสริมมงคลรับทรัพย์ ปลูกตรงไหนให้บ้านร่มเย็น?ปฏิทินจีนงวด 1 พ.ย. 69 จับคู่เลขเด่นบน 3-1 พร้อมชุดเลข 2 ตัว แรม 6 ค่ำ เดือน 11เพื่อนที่ดีกับทุกคนน่าไว้ใจแค่ไหนวิเคราะห์จุดชนสนั่น! ถอดรหัส ‘เลขสูตรเด็ด’ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569 ส่อง 3 สำนักดังปะทะตัวเลขสุดแรงแม่บุกโรงเรียนตามตบครูใหญ่..หลังส่งข้อความ "I love you" ให้ลูกสาววัย 15 ปีวิธีเช็คสลิปปลอม ตรวจสอบสลิปโอนเงินปลอมแบบรวดเร็ว ป้องกันมิจฉาชีพ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
🇱🇦 ทำไมปี 2026 ประเทศลาวจึงกลายเป็นประเทศที่นานาชาติจับตามอง?เปิด 3 จุดปลูก ต้นเล็บครุฑ เสริมมงคลรับทรัพย์ ปลูกตรงไหนให้บ้านร่มเย็น?ก่อนยื่นใบลาออก: 10 เรื่องที่มนุษย์เงินเดือนต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนลาออกจากงานประจำ ต้องเช็ก 3 เรื่องที่กระทบชีวิตจริง
ตั้งกระทู้ใหม่