หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ลมบ้าหมู: ทำไมถึงชื่อนี้? เปิดความจริงทางการแพทย์ที่หลายคนเข้าใจผิด

เขียนโดย Work 24 hours

เมื่อได้ยินคำว่า "ลมบ้าหมู" หลายคนอาจสงสัยว่า โรคนี้เกี่ยวอะไรกับ "หมู" หรือเกี่ยวกับความ "บ้า" จริงหรือไม่

     คำนี้ถูกใช้ในสังคมไทยมานานจนติดปาก แต่ในปัจจุบันกลับทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรค และอาจสร้างความรู้สึกไม่ดีให้กับผู้ป่วยโดยไม่ตั้งใจ  แท้จริงแล้ว "ลมบ้าหมู" คือชื่อโบราณของ โรคลมชัก (Epilepsy) ซึ่งเป็นโรคทางระบบประสาท ไม่ใช่โรคจิตเวช และไม่เกี่ยวข้องกับหมูแต่อย่างใด         บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ทำไมคนสมัยก่อนจึงเรียกโรคนี้ว่า "ลมบ้าหมู" พร้อมอธิบายสาเหตุที่แท้จริงตามหลักการแพทย์ และวิธีช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างถูกต้อง

ทำไมคนโบราณถึงเรียกว่า "ลมบ้าหมู"?

ในอดีต คนไทยยังไม่มีความรู้เรื่องการทำงานของสมองเหมือนในปัจจุบัน จึงอธิบายโรคต่าง ๆ จากสิ่งที่สังเกตเห็น

คำว่า "ลมบ้าหมู" จึงเกิดจากการนำคำ 3 คำมารวมกัน ได้แก่

"ลม"

ตามแนวคิดแพทย์แผนไทยโบราณ เชื่อว่าร่างกายมี "ธาตุลม" ควบคุมการเคลื่อนไหว หากธาตุลมแปรปรวนหรือกำเริบ ก็อาจทำให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น ชัก เกร็ง หรือหมดสติ

"บ้า"

ในอดีต คำว่า "บ้า" ไม่ได้หมายถึงโรคจิตเหมือนที่เราเข้าใจกันในปัจจุบัน แต่หมายถึงอาการที่ผู้ป่วย สูญเสียการควบคุมร่างกายหรือพฤติกรรมชั่วคราว จึงถูกนำมาใช้เรียกอาการชัก

"หมู"

มีข้อสันนิษฐานอยู่ 2 แนวทาง คือ

- ผู้ป่วยบางรายอาจส่งเสียงครืดคราดหรือร้องขณะชัก ซึ่งคล้ายเสียงร้องของหมู

- คนสมัยก่อนอาจเคยพบหมูหรือสัตว์เลี้ยงที่มีอาการชักเกร็งและน้ำลายฟูมปาก จึงนำมาเปรียบเทียบกับอาการที่เกิดในคน

ดังนั้น คำว่า "ลมบ้าหมู" จึงเป็นเพียงคำอธิบายอาการตามความเข้าใจของคนในอดีต ไม่ได้หมายความว่าโรคนี้เกี่ยวข้องกับหมูหรือเป็นโรคทางจิตแต่อย่างใด

ความจริงทางการแพทย์: โรคลมชักเกิดจากอะไร?

ปัจจุบัน วิทยาศาสตร์อธิบายได้ชัดเจนว่า โรคลมชักเกิดจากความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าในสมอง

โดยปกติ สมองจะส่งสัญญาณผ่านกระแสไฟฟ้าเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหว ความคิด และการรับรู้

แต่เมื่อเซลล์สมองบางส่วนปล่อยกระแสไฟฟ้าพร้อมกันมากผิดปกติ จะทำให้การทำงานของสมองสะดุด ส่งผลให้เกิดอาการชัก ซึ่งอาจเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีหรือหลายสิบนาที ขึ้นอยู่กับชนิดของโรค

พูดง่าย ๆ คือ โรคลมชักไม่ใช่โรคของ "ลม" แต่เป็นโรคของสมอง

อาการไม่ได้มีแค่ชักเกร็ง

หลายคนคิดว่าผู้ป่วยโรคลมชักต้องล้มลงดิ้น กระตุก และมีน้ำลายฟูมปากเท่านั้นล

แต่ความจริงแล้ว อาการมีหลายรูปแบบ เช่น

- เหม่อลอย ไม่ตอบสนอง เรียกไม่รู้ตัว

- จ้องนิ่งอยู่พักหนึ่ง

- ขยับมือ เคี้ยวปาก หรือทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัว

- ได้กลิ่น เห็นแสง หรือได้ยินเสียงแปลก ๆ ก่อนเริ่มชัก

- ชักเฉพาะแขน ขา หรือใบหน้า

- ชักทั้งตัว หมดสติ และเกร็งกระตุก

อาการจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของสมองที่เกิดความผิดปกติ

ทำไมควรเปลี่ยนมาใช้คำว่า "โรคลมชัก"?

แม้คำว่า "ลมบ้าหมู" จะใช้กันมายาวนาน แต่ปัจจุบันวงการแพทย์แนะนำให้ใช้คำว่า "โรคลมชัก" มากกว่า เพราะมีเหตุผลสำคัญคือ

- เป็นคำที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

- ไม่ทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นโรคจิตเวช

- ลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติต่อผู้ป่วย

- ทำให้ผู้ป่วยกล้าเข้ารับการรักษามากขึ้น

การเปลี่ยนคำเรียก แม้จะเป็นเรื่องเล็ก แต่ช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคมได้อย่างมาก

หากพบผู้ป่วยกำลังชัก ควรทำอย่างไร?

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าตกใจ และอย่าเอาช้อนหรือสิ่งของใด ๆ งัดปากผู้ป่วย

ความเชื่อที่ว่า "ผู้ป่วยจะกัดลิ้นตัวเอง" ไม่เป็นความจริงในระดับที่ต้องงัดปาก และการทำเช่นนั้นอาจทำให้ฟันหัก เลือดออก หรือสิ่งของหลุดเข้าไปอุดทางเดินหายใจได้

วิธีช่วยเหลือที่ถูกต้อง

1. ตั้งสติและจับเวลาว่าผู้ป่วยชักนานเท่าใด

2. เคลื่อนย้ายของแข็งหรือของมีคมออกจากบริเวณรอบตัว

3. คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่น และตะแคงตัวผู้ป่วยเพื่อป้องกันการสำลัก

4. ไม่จับกดหรือพยายามรั้งแขนขาขณะชัก

5. อยู่กับผู้ป่วยจนกว่าจะรู้สึกตัว

หากผู้ป่วยชักนานเกิน 5 นาที หรือชักต่อเนื่องหลายครั้งโดยไม่ฟื้น ควรรีบโทร 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

สรุปบทความ

คำว่า "ลมบ้าหมู" เป็นชื่อที่สะท้อนความเข้าใจของคนในอดีต แต่ในปัจจุบันเราทราบแล้วว่าโรคนี้คือ "โรคลมชัก" ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าในสมอง ไม่ใช่โรคที่เกิดจากธาตุลมหรือเกี่ยวข้องกับหมู

ข่าวดีคือ โรคลมชักสามารถควบคุมอาการได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถเรียน ทำงาน และใช้ชีวิตได้ตามปกติ

การเลือกใช้คำที่ถูกต้อง ควบคู่กับการมีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลที่เหมาะสม ไม่เพียงช่วยลดความเข้าใจผิดในสังคม แต่ยังเป็นการเคารพศักดิ์ศรีและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทุกคนอีกด้วย

เนื้อหาโดย: Work 24 hours
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Work 24 hours's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
เขียนโดย Work 24 hours
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เมียให้เช่าใน สปป.ลาว เรื่องจริงที่มีอยู่ แต่ไม่ใช่อย่างที่หลายคนเข้าใจเลขผลรวมเลขท้าย 3 งวดล่าสุด ก่อน 1 ส.ค. 69 — หาค่ากลางผสมเสียงนกและการคำนวณแตกแล้ว 186 ล้าน! ผลหวยงวด 1/8/69 รางวัลที่ 1 ออก 932479 เช็กด่วน ใครคือเศรษฐีใหม่?5 เทคนิควางตัวยังไงให้ดึงดูดเพศตรงข้าม ตามหลักจิตวิทยาที่ใครก็ทำตามได้เปิดรายได้ต่อเดือน ช่อง YouTube ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)นาทีเผชิญหน้าญาติ 3 ผู้เสียชีวิต “นายธง” ปล่อยโฮ อ้างถูกบังคับร่วมก่อเหตุ4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุดเจาะจิตวิทยา ทำไม! โดนหวยกินแต่ยังซื้อซ้ำ10 อินฟลูเอนเซอร์เมืองไทยที่มีผู้ติดตามมากที่สุดประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลกบรรยากาศหน้าบ้าน เตรียมจัดงานศพ “ฮลุน โซโล่” อ.สมเด็จไม่ใช่ความขี้เกียจ ทำไมแค่ “อาบน้ำ” จึงยากสำหรับคนซึมเศร้า
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นาทีเผชิญหน้าญาติ 3 ผู้เสียชีวิต “นายธง” ปล่อยโฮ อ้างถูกบังคับร่วมก่อเหตุ5 เมนูขนมไทยในตำนาน ที่ปัจจุบันเริ่มหากินได้ยาก5 เทคนิควางตัวยังไงให้ดึงดูดเพศตรงข้าม ตามหลักจิตวิทยาที่ใครก็ทำตามได้ศาสนาอิสลามมีนรกอเวจีไหมไม่ใช่ความขี้เกียจ ทำไมแค่ “อาบน้ำ” จึงยากสำหรับคนซึมเศร้าชาติที่นิยมกินข้าวเหนียวของไทยมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมประเทศไทยจึงไม่ค่อยใช้โทษ ประหารชีวิตกับนักโทษคดีร้ายแรงเปิด 6 อาชีพค้าขายที่คนไทยไปทำใน ต่างประเทศแล้วรุ่ง สร้างรายได้ดีและ เป็นที่นิยมปาฏิหาริย์และความเชื่อเปิด 5 ประเทศที่มีคนไทยย้ายไป อาศัยอยู่มากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่